อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 สิงหาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 สิงหาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"มหาเถรสมาคม"...มีไว้ทำไม?!?

ส่วนทางออกของ “วัดพระธรรมกาย” ที่มีคนเสนอว่าจะให้ “มหาเถรสมาคม” เข้าไปจัดการปกครองนั้น ผมมีมุมมองของอาจารย์สรณา อนุสรณ์ทรางกูร จาก ม.ราชภัฏธนบุรี ที่น่าสนใจว่า... พุธที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 10.00 น.


“มหาเถรสมาคมมีไว้ทำไม?!?” ตอนนี้หลายคนตั้งคำถามขี้นมาบ่อยครั้ง บางคนลามไปถึงว่า...กรณีของ วัดพระธรรมกาย ที่กำลังมีปัญหาปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มพระสงฆ์ กลุ่มกัลยาณมิตรวัด ตอนนี้นั้น “สังฆบิดร” ของคณะสงฆ์ไทยได้ลงมาร่วมแก้ปัญหาเกิดขึ้นอย่างไรบ้าง??

นอกจากปล่อยให้เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี “ลุยเดี่ยว” และช่วงนี้เป็นเทศกาลสอบบาลี ทราบว่ามีพระภิกษุ สามเณรหลายรูปไม่ได้ไปสอบ “แม่กองธรรมบาลีสนามหลวง” ซึ่งเป็นกรรมการมหาเถรสมาคมด้วย ได้ลงมาแก้ไขปัญหา เยียวยาตรงนี้อย่างไรบ้าง??

เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาท “มหาเถรสมาคม” ผมขออธิบายดังนี้ว่า มหาเถรสมาคมเป็นองค์กรสูงสุดในการปกครองคณะสงฆ์ไทยตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 และพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ทำหน้าที่คล้ายๆ คณะรัฐมนตรี โดยมี สมเด็จพระสังฆราช หรือผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเป็นประธานกรรมการโดยตำแหน่ง สมเด็จพระราชาคณะ ทุกรูปเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และพระราชาคณะ ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้งไม่เกิน 12 รูป ร่วมเป็นกรรมการ



อำนาจมหาเถรสมาคม ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ 2505 มีดังนี้ (1) ปกครองคณะสงฆ์ให้เป็นไปโดยเรียบร้อยดีงาม (2) ปกครองและกำหนดการบรรพชาสามเณร (3) ควบคุมและส่งเสริมการศาสนศึกษา การศึกษา สงเคราะห์ การเผยแผ่ การสาธารณูปการ และการสาธารณสงเคราะห์ของคณะสงฆ์ (4) รักษาหลักพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา (5) ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นเพื่อการนี้

ให้ “มหาเถรสมาคม” มีอำนาจตรากฎมหาเถรสมาคมออกข้อบังคับ วางระเบียบ ออกคำสั่ง มีมติหรือออกประกาศ โดยไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายและพระธรรมวินัย ใชับังคับได้ และจะมอบให้พระภิกษุรูปใดหรือคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการตามมาตรา 19 เป็นผู้ใช้อำนาจหน้าที่ตามวรรคหนึ่งก็ได้ และมาตรา 15 จัตวา เพื่อรักษาหลักธรรมวินัย และเพื่อความเรียบร้อยดีงามของคณะสงฆ์



“มหาเถรสมาคม” จะตรากฎหมายเถรสมาคมเพื่อกำหนดโทษหรือวิธีลงโทษทางการปกครอง สำหรับพระภิกษุและสามเณรที่ประพฤติให้เกิดความเสียหายแก่พระศาสนาและการปกครองของคณะสงฆ์ก็ได้ พระภิกษุและสามเณรที่ได้รับโทษตามวรรคหนึ่ง ถึงขั้นให้สละสมณเพศต้องสึกภายใน 3 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งลงโทษ

จะเห็นว่าอำนาจหน้าที่ของ “มหาเถรสมาคม” เป็นไปตามนี้ ส่วนการเกิดของ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ฉบับนี้เกิดจากความต้องการของรัฐบาลสมัยนั้น ซึ่งมี จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการปรับเปลี่ยนรูปแบบการปกครองคณะสงฆ์ให้สอดคล้องกับนโยบายการปกครองประเทศ ที่มีลักษณะการรวมอำนาจ การตัดสินใจเด็ดขาดไว้ที่ผู้นำคนเดียว

สมัยนั้นหากใครอ่านวิทยานิพนธ์ของ อุทัย มณี ที่ศึกษาเรื่องการเมืองว่าด้วยการปกครองคณะสงฆ์ศึกษากรณีอธิกรณ์อดีตพระพิมลธรรม (อาจ อาสภเถร) ก็อาจจะทราบความซับซ้อนซ่อนเงื่อนการเมืองในสถาบันสงฆ์ได้เป็นอย่างดี ด้วยความยุ่งหยิงการเมืองในสถาบันสงฆ์ประจวบกับผู้นำประเทศต้องการรวมศูนย์อำนาจจึงเป็นที่มาของ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ 2505



เมื่อ อำนาจมหาเถรสมาคม มีขึ้นเพื่อรวมศูนย์อำนาจภายใต้การกำกับของรัฐบาล และเพื่อปกครองคณะสงฆ์ให้เรียบร้อยตามความต้องการของรัฐบาลแบบนี้ “มหาเถรสมาคม” ก็ปฎิเสธที่จะอิงกับอำนาจรัฐไม่ได้ มีนักวิชาการและบรรดานักบวชเก่าๆ หลายคนเสนอว่าอยากเห็น “ศาสนจักรแยกตัวออกจากอาณาจักร” ภายใต้บริบทแบบนี้ผมว่าเกิดยาก

ยิ่งตอนนี้บรรยากาศการเมืองไม่ต่างกับพุทธศักราช 2505 การจัดระเบียบคณะสงฆ์คงจักต้องดำเนินต่อไป ผมได้ข่าวมาว่ามหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง 2 แห่ง อนาคตอาจอยู่ในข่ายที่ต้องจัดระเบียบต่อไป โดยเฉพาะการเปิดหลักสูตรที่ไปแข่งกับมหาวิทยาลัยข้างนอกจนหลุดจากความเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์มากเกินไป



ส่วนทางออกของ วัดพระธรรมกาย ที่มีคนเสนอว่า จะให้ “มหาเถรสมาคม” เข้าไปจัดการปกครองนั้น ผมมีมุมมองของ อาจารย์สรณา อนุสรณ์ทรางกูร จากมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี ที่น่าสนใจว่า...


“องค์กรที่มีระบบ ระเบียบ แบบแผนอย่างมหาเถรสมาคมไม่สมควรเข้าไป ที่มาของวัดพระธรรมกาย คือ เป็นการรวมกลุ่มนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศไทย คนเหล่านี้มีอุดมการณ์และทำงานเป็นระบบมาก นิสิตนักศึกษาเหล่านี้ สร้างสมบารมีมาจนบริหารวัดพระธรรมกายได้อย่างดีและมีเครือข่ายทั่วโลก โดยมีจุดศูนย์กลางความเชื่อ คือ หลวงพ่อสด วัดปากน้ำภาษีเจริญ ใครที่เข้าไปยุ่งกับวัดพระธรรมกาย ก็หมายถึงการเข้าไปยุ่งกับองค์การบริหารนิสิตนักศึกษาของมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ คนเหล่านี้มีความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม พูดง่ายๆ คือ มีทั้งบู๊และบุ๋น...

แต่สำหรับผมอยากให้ “มหาเถรสมาคม” เข้ามาจัดการ เพราะเป็นทางออกที่ดีแบบ “วิน วิน” ส่วนใครที่บอกว่า “มหาเถรสมาคม” มีไว้เพียงแต่ประกอบพิธีกรรม มีไว้แค่แต่งตั้งขอเลื่อนสมณศักดิ์ เปิดอบรมอะไรก็แล้วแต่ สำหรับผมไม่เห็นด้วย เพราะอะไรยังคิดไม่ออกเหมือนกัน!!
…...............................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com

ขอบคุณ DMC.TV,วัดโมลีโลติกยาราม,สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    33%
  • ไม่เห็นด้วย
    67%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 4.03K