อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 มีนาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 มีนาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

อย่า'โฆษณาผลงาน'เกินจริง ระวังคะแนนนิยมดิ่งเหว!!

กรณีก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กระบี่ และถูกประชาชนต่อต้าน เป็นบทเรียนของทุกฝ่าย ว่าหากให้ข้อมูลไม่ตรงไปตรงมากับนายกฯ และโฆษณาเกินจริงจนคนไม่เชื่อถือจะถูกต่อต้านรุนแรง!! พุธที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 09.00 น.


ได้อ่านรายงานของ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เกี่ยวกับการยึดคืนฝืนป่าและฟื้นฟูป่าว่า...

ในปีงบประมาณ 2559 มีผลงานดังนี้

ผลการทวงคืนพื้นที่ป่าชายเลน จำนวนคดีทั้งหมด 304 คดี เนื้อที่รวม 17,328 ไร่ อยู่ในชั้นพนักงานสอบสอน จำนวน 255 คดี อยู่ในชั้นอัยการ จำนวน 32 คดี และชั้นศาล 1 คดี มีผลคดีถึงที่สุดแล้ว 13 คดี

ผลการดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ที่ทวงคืน จากแปลงที่ดำเนินคดีในปีงบประมาณ 2559 จำนวน 304 คดี พื้นที่ตรวจยึด 17,328 ไร่ มีพื้นที่ที่ดำเนินการรื้อถอนแล้ว จำนวน 26 คดี เนื้อที่ 3,475 ไร่ และได้รับการปลูกฟื้นฟูแล้ว จำนวน 15 คดี เนื้อที่ 17,328 ไร่ มีพื้นที่คดีที่ยังไม่ได้ฟื้นฟู จำนวน 254 คดี เนื้อที่ 14,495 ไร่ และมีพื้นที่ที่ไม่สามารถฟื้นฟูได้ 27 คดี เนื้อที่ 803 ไร่



มีแผนที่จะดำเนิน “การปลูกฟื้นฟู” ในปีงบประมาณ 2560 จำนวน 33 คดี เนื้อที่ 4,080 ไร่ และในปีงบประมาณ 2561 จำนวน 78 แปลง เนื้อที่ 5,790 ไร่ และไม่รายงานผล จำนวน 29 คดี เนื้อที่ 1,296 ไร่

ผลการดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ที่ทวงคืน จากแปลงที่ไม่ได้ดำเนินคดี ปีงบประมาณ 2559 จำนวน 172 แปลง เนื้อที่ 2,430 ไร่ ได้ดำเนินการฟื้นฟูแล้ว จำนวน 22 แปลง เนื้อที่ 382 ไร่ ยังไม่ได้ดำเนินการฟื้นฟู จำนวน 150 แปลง เนื้อที่ 2,048 ไร่



กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เริ่มต้นรายงานเรื่องนี้ จากความเป็นจริงที่ทำได้และยอมรับในสิ่งที่ไม่ได้ทำ ซึ่งเป็นหลักการที่ถูกต้อง แม้จะดำเนินการ “ยึดคืนฝืนป่า” ทำได้ไม่มากนักก็ตาม แต่สังคมก็รับได้ไม่ได้มีการตำหนิแต่อย่างใด เพราะดูได้จากจำนวนของคนที่มี และงบประมาณที่กรมฯ ได้รับ ในทางการโฆษณาเรียกแบบนี้ว่าเป็น “โฆษณาที่เป็นจริง”

และเช่นเดียวกันกับเรื่องปัญหาขยะในทะเล กรม ทช. เริ่มทำงานการกำจัดขยะในทะเล โดยให้ข้อเท็จจริงที่ตรงไปตรงมาว่า มีปัญหาที่จำนวนของขยะนั้นมีปริมาณที่มาก และกระจายอยู่ในทะเล และ กรม.ทช. จะจัดการอย่างไร ด้วยวิธีใด ไม่ใช่เริ่มจากการทำข้อมูลไม่จริง สร้างตัวเลขหลอก นานเข้าหลอกไปหลอกมาจนทุกคนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่งถือเป็นอันตรายอย่างยิ่งในทางการโฆษณาเรียกแบบนี้ว่าเป็น “โฆษณาที่เกินจริง”



หลักการที่สำคัญทางวิชาการของการโฆษณา มีว่า... การโฆษณาที่พอดีจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งทั้งต่อผู้โฆษณา และสิ่งที่อยากโฆษณารวมทั้งผู้บริโภค และในทางกลับกันการโฆษณาเกินจริง จะทำความเสียหายอย่างยิ่งต่อทุกฝ่าย” ซึ่งไม่ควรทำอย่างยิ่ง

สังคมอยากเห็น การทวงคืนฝืนป่า แบบได้เท่าไหร่เท่านั้น ให้เป็นตามข้อเท็จจริง แล้วก็ดำเนินการปลูกป่าฟื้นฟูให้ได้ทั้งหมดในพื้นที่ที่ยึดคืนมา ซึ่งเป็นไปตามหลักความเป็นไปได้ ถือเป็นการทำงานที่เหมาะสมต่อยุคสมัย แต่การใช้วิธีการอื่นนอกเหนือจากวิธีนี้ หากสังคมเกิดความไม่เชื่อขึ้นมา ก็จะเป็นผลลบต่อผลงานของรัฐบาล และนายกรัฐมนตรี เหมือนบางเรื่องที่ผ่านมา...

จากผลสำรวจของ กรุงเทพโพลล์ ที่สำรวจครั้งล่าสุดพบว่า...รัฐบาลมีคะแนนความนิยมลดต่ำลงอย่างมาก จึงวิเคราะห์ได้ว่าเป็นไปได้ที่คนเริ่มไม่เชื่อในโฆษณาของรัฐบาล อันน่าจะเกิดจากคนเริ่มคิดว่าบางคน และบางหน่วยงาน “โฆษณาเกินจริงมากเกินไป เพื่อเอาหน้าเอาใจ หรือเหตุผลอื่นๆ จนเกินความเป็นจริง อยากให้มีการทบทวนในเรื่องนี้ ก่อนที่คะแนนความนิยมจะดิ่งเหวลงไปอีก และเชื่อว่ายังมีเวลาที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้อยู่”





กรณีการผลักดันให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่จังหวัดกระบี่ และถูกต่อต้านจากประชาชน จนรัฐบาลยอมถอยนั้น ก็เป็นบทเรียนของทุกฝ่าย ว่าหากมีคนหรือหน่วยงานให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนและไม่ตรงไปตรงมากับท่านนายกรัฐมนตรี ตลอดจนมีโฆษณาเกินจริง ว่าโรงไฟฟ้าพลังถ่านหินดีเกินไปจนทำให้คนไม่เชื่อถือ ไม่เชื่อมั่น จึงมีปฏิกิริยาเชิงลบเกิดขึ้น นำไปสู่การต่อต้านที่รุนแรง

เรื่องนี้ให้พึงระวังไว้กับทุกกระทรวงไม่เว้นแม้แต่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีทั้งเรื่องใหญ่ๆ ที่ข้าราชการต้องให้ข้อมูลข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเหมาะสม เพื่อท่าน รมต.จะตัดสินใจในทางบริหารได้ เช่น ข้อมูลป่าอนุรักษ์ถูกบุกรุกอยู่จำนวนเท่าไหร่ จะใช้เวลาเท่าไหร่ และงบประมาณเท่าใดในการแก้ไขฟื้นฟู ป่าสงวนแห่งชาติเหลืออยู่ที่ไหน เท่าไหร่ จะฟื้นฟูอย่างไร

แม้แต่เรื่องเล็กก็ไม่ควรมองข้าม เช่น ถ้ารัฐมนตรีเกิดปีมะเมียก็ไม่ควรจัดกำหนดการทางราชการให้รัฐมนตรีไปไหว้สักการะพระบรมสารีริกธาตประจำปี “ชวด” ชึ่งอธิบายว่าหากเรื่องเล็กๆ เหล่านี้ผิดพลาด เรื่องใหญ่ๆ ก็อาจจะผิดพลาดได้สูง ควรรอบคอบระมัดระวัง เพราะการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐทุกคน และการดำเนินของทุกหน่วยงาน ย่อมมีผลต่อ คะแนนความนิยมของรัฐบาล และ นายกรัฐมนตรี ทั้งสิ้นครับ
….............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”

ขอบคุณภาพจาก กมธ. ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนฯ


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 91