อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 มิถุนายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 มิถุนายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

เจาะลึก'ไฮเปอร์แบริค' อย.อเมริการับรองรักษา15โรค

ผลพลอยได้จากการใช้เครื่องไฮเปอร์แบริครักษาโรค คือร่างกายได้ออกซิเจนปริมาณที่สูงกว่าปกติหลายเท่า จึงช่วยให้ผิวขาว เต่งตึงขึ้น ผมหงอกลดลง และดกดำขึ้น เสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 10.00 น.


“เครื่องไฮเปอร์แบริค” หรือ “เครื่องออกซิเจนรักษาสารพัดโรค” ที่เราเพิ่งเคยได้ยินสรรพคุณวิเศษมากมาย หลังจากเจ้าหน้าที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ตรวจพบในวัดพระธรรมกาย แถมราคาก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน เพราะมีตั้งแต่หลักหลายล้านขึ้นไป “เดลินิวส์ออนไลน์” จึงพาไปเจาะลึกให้รู้ชัด รู้จริงกันไปเลยว่ามีความเป็นมาอย่างไรกันแน่??

เครื่องไฮเปอร์แบริค (Hyperbaric Oxygen Therapy ; HBOT) เป็นเครื่องบำบัดรักษาผู้ป่วยด้วยออกซิเจนความดันบรรยากาศสูง ถือเป็นเครื่องมือทันสมัยที่มีชื่อว่า “Hyperbaric Chamber” หรือห้องปรับอากาศสูง มีลักษณะคล้ายแคปซูล รักษาผู้ป่วยโดยการหายใจด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนในปริมาณสูงมากกว่าการหายใจปกติหลายเท่า ส่งผลให้ออกซิเจนจับกับเม็ดเลือดแดงอย่างเต็มที่ จึงช่วยรักษาโรคได้มากมาย



ผศ.นพ.เธียรไชย ภัทรสกุลชัย หน่วยศัลยกรรมศีรษะและลำคอ มะเร็งวิทยา และศูนย์บำบัดด้วยออกซิเจนความกดอากาศสูง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้ความรู้ว่า การรักษาผู้ป่วยด้วยเครื่องออกซิเจนความกดบรรยากาศสูงนี้ในระยะแรกถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางทางเวชศาสตร์ใต้น้ำ

เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยภาวะสมองขาดเลือดจากการอุดตันของฟองอากาศในนักดำน้ำ และฟองก๊าซไนโตรเจนในกระแสเลือดไปอุดตันตามส่วนต่างๆ ของร่างกายหรือที่เรียกว่า “โรคน้ำหนีบ” ซึ่งเครื่องนี้จะสามารถเพิ่มความดันทำให้ฟองอากาศที่อุดตันในเส้นเลือดมีขนาดเล็กลง ทำให้เลือดและออกซิเจนสามารถไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ดี



สำหรับภายในเครื่องนั้นสามารถจุผู้ป่วยได้ครั้งละ 1 คน ซึ่งชนิดและลักษณะของห้องปรับอากาศเป็นความดันอากาศสูงชนิดคนเดียว โครงสร้างคล้ายหลอดแก้วใหญ่ทำด้วยพลาสติกอะครีลิคใส สามารถทนความกดบรรยากาศได้สูงสุด 3 บรรยากาศ ขณะรักษาผู้ป่วยสามารถผ่อนคลาย นอนพัก หรือดูโทรทัศน์ได้ โดยที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจ และมีระบบสื่อสารให้พูดคุยกับบุคคลภายนอกได้ด้วย

ปัจจุบัน องค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา ให้การรับรองโรคต่างๆ ที่สามารถรักษาได้ด้วย “เครื่องไฮเปอร์แบริค” 15 โรค ได้แก่ 1.โรคฟองแก๊สอุดตันในหลอดเลือดแดง 2.โรคลดความดันบรรยากาศ หรือโรคน้ำหนีบ 3.แก้ไขภาวะการเป็นพิษจากแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ แก๊สไซยาไนต์ หรือการสำลักควันไฟ 4.โรคติดเชื้อที่ทำให้เกิดการตายของเนื้อเยื่อ 5.การติดเชื้อของเนื้อเยื่อจากแบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจน



6.การติดเชื้อเรื้อรังของกระดูก 7.โรคฝีในสมอง 8.การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อเนื่องจากการถูกบดขยี้ 9.การได้รับบาดเจ็บจากรังสี 10.โรคแผลหายยาก 11.การเสียเลือดจำนวนมากในผู้ป่วยกลุ่มเลือดหายาก 12.การปลูกถ่ายผิวหนัง และกล้ามเนื้อในผู้ป่วยบางภาวะ 13.แผลไฟไหม้ หรือจากความร้อน 14.สูญเสียการมองเห็นจากเส้นเลือดแดงของตาอุดตัน และ 15.สูญเสียการได้ยินเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุ

แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาลมหานครเชียงใหม่จะเป็นผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและลำคอที่มีปัญหาฟันผุและเหงือกอักเสบจากการฉายแสงรังสีรักษา บางรายรุนแรงจนเกิดการตายของกระดูกและเนื่อเยื่อต้องได้รับการผ่าตัดร่วมด้วย, แผลเบาหวาน,กระเพาะปัสสาวะอักเสบจากการฉายแสง,โรคเส้นเลือดแดงของจอประสาทตาอุดตัน, แผลติดเชื้อรุนแรง

การรักษาแต่ละรายต้องเข้าเครื่องประมาณ 30-40 ครั้ง สูงสุดไม่เกิน 60 ครั้ง ขึ้นอยู่กับโรค โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 2 ชม. ใช้ออกซิเจนครั้งละประมาณ 30,000 ลิตร หรือเฉลี่ย 200-300 ลิตรต่อนาที ในขณะที่ผู้ป่วยที่ใช้ออกซิเจนข้างเตียงจะได้เพียง 5-10 ลิตรต่อนาทีเท่านั้น!!



ผลพลอยได้จากการรักษาโรคที่ต้องเอ่ยถึง คือ เนื่องจากร่างกายเราได้ออกซิเจนในปริมาณที่สูงกว่าการให้ออกซิเจนตามปกติหลายเท่า จึงช่วยให้สมองทำงานดีขึ้น และช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทในส่วนต่างๆ ของร่างกาย และยังพบว่ามีผลในด้านความสวยความงามที่ช่วยทำให้ผิวขาวขึ้น ผู้ป่วยบางรายผมดกดำขึ้น และผมขาวลดลง ผิวพรรณเต่งตึง

ในอนาคตจึงอาจต้องมีการทำวิจัยเรื่อง “ศาสตร์ชะลอวัย” (Anti-aging) ร่วมกับนักวิจัยอีกด้วย...อย่างนี้เราก็จะมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น และที่สำคัญ “ไม่แก่ไม่เฒ่า” กันแล้วสิ...แต่ใครจะใช้เพื่อรักษาโรคอะไร หรือใช้เพื่อความสวยงาม คงต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและศึกษาให้ดีก่อนนะค่ะ...
…....................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ชญานิษฐ คงเดชศักดา”


ขอบคุณภาพบางส่วนจาก : healthybeautyroom



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 939