อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 29 เมษายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 29 เมษายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

คุณเคยท้องอืด-ท้องเสีย? สัญญาณเตือนแพ้แป้งในขนม

อาการท้องอืด-ท้องเสียเรื้อรัง ขืนปล่อยทิ้งไว้ไม่ดีแน่ เพราะอาจก่อ “โรคเซลิแอค” เนื่องจากแพ้โปรตีนกลูเตนในอาหารจำพวกเบเกอรี่และแป้ง ทำให้สำไส้อักเสบทำงานไม่มีประสิทธิภาพ!! อาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 09.00 น.


ยุคนี้...สมัยนี้...อะไรๆ ก็ดูเร่งรีบแข่งขันกันไปหมด ทำให้ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่หันไปบริโภคอาหารประเภทเบเกอรี่ เช่น เค้ก พาย ขนมปัง ข้าวโอ๊ต ซีเรียล เพราะหาซื้อง่าย รับประทานสะดวก แถมอิ่มท้อง แต่...!! สำหรับบางคนทราบหรือไม่ว่าตัวเองอาจแพ้ “โปรตีนกลูเตน” ที่มีอยู่ในเบเกอรี่และอาหารจำพวกแป้งบางชนิดได้

อาการเตือน คือ
 “ท้องอืด-ท้องเสียเรื้อรัง”  ขืนปล่อยไว้ไม่ดีต่อลำไส้ของเราแน่ ๆ



โดยอาหารประเภทเบเกอรี่หรือจำพวกแป้งจะมีโปรตีนที่เรียกว่า
“กลูเตน” (Gluten) ที่ช่วยทำให้อาหารเหนียว นุ่ม และยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่รับประทานมังสวิรัติ และอาหารเจ แต่...สำหรับบางคนที่แพ้ “กลูเตน” อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้...!!

เช่น อาจก่อให้เกิด “โรคเซลิแอค” (Celiac Disease) เนื่องจาก “กลูเตน” จะทำให้เกิดภาวะลำไส้อักเสบ จากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันต่อตัวเอง โดยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะสร้างแอนติบอดี้เข้าไปทำลายเนื้อเยื่อบุเซลล์ที่ลำไส้เล็ก ส่งผลให้เกิดการอักเสบและฝ่อในที่สุด จึงไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ดูดซึมอาหาร เกลือแร่ วิตามินได้ไม่เพียงพอ





ส่งผลให้มีอาการท้องอืด ท้องเสียเรื้อรัง ปวดท้องที่เกิดจากก๊าซในกระเพาะอาหาร โลหิตจางเนื่องจากดูดกลืนโฟลิค และวิตามิน B12 ได้ไม่เพียงพอ อ่อนเพลีย น้ำหนักตัวลดลง กระดูกพรุน ระบบประสาททำงานผิดปกติ ผิวหนังเป็นผื่นบริเวณข้อศอกและเข่า ปวดตามข้อและกล้ามเนื้อ โกธรและซึมง่าย

กรณีที่เกิดในเด็กจะทำให้โตช้า ตัวเล็กกว่าเด็กปกติทั่วไป หรือใครที่ป่วยเป็น “โรคเซลิแอค” บางคนอาจจะไม่มีอาการเลยก็ได้ แต่โรคก็ยังคงมีการทำลายลำไส้เล็กอย่างต่อเนื่อง...

ทั้งนี้จากสถิติพบว่าทั่วโลกมีผู้ป่วย
“โรคเซลิแอค” ประมาณ 1-2% ส่วนในไทยพบผู้ป่วยโรคนี้ประมาณ 0.3% ซึ่งพบได้มากในคนผิวขาว และเป็นได้ในทุกช่วงอายุ แต่จะพบมากสุดในกลุ่มช่วงอายุ 35 ปีขึ้นไป โดยหากมีพ่อ แม่ พี่น้องในครอบครัวเป็น คนอื่นๆ ในครอบครัวจะมีโอกาสเป็นโรคนี้ด้วยถึง 10%



หากใครที่สงสัยว่าตัวเองป่วยเป็น “โรคเซลิแอค” หรือไม่นั้น นางสาวณิศรา ตีระวัฒนพงษ์ ผอ.ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ (N Health) อธิบายว่า การตรวจวินิจฉัยสามารถทำได้โดยตรวจร่างกาย ตรวจเลือด ส่องกล้อง และตัดชิ้นเนื้อในลำไส้เล็กเพื่อตรวจยืนยัน

“โรคเซลิแอค” มีอาการใกล้เคียงกับโรคอื่นๆ ของระบบลำไส้ แพทย์จะรักษาตามอาการ จึงทำให้มีคนไข้ที่อาจไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น
“โรคเซลิแอค” และปล่อยทิ้งไว้จนอาการย่ำแย่ หรือหากสังเกตอาการของตนเองแล้วพบว่าเข้าข่าย “แพ้กลูเตน” ควรปรึกษาแพทย์พร้อมประวัติการรักษาเกี่ยวกับโรคที่เกี่ยวกับช่องท้อง เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยโรคที่ถูกต้อง ซึ่งสามารถตรวจได้ที่ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลทั่วไป

หากใครตรวจแล้วพบว่า “แพ้กลูเตน” ก็จำเป็นที่จะต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มี “กลูเตน” เป็นส่วนประกอบ รวมถึงอาจจะต้องหลีกเลี่ยงการบริโภคนมด้วย เพราะผู้ป่วยที่เป็น
“โรคเซลิแอค” จำนวนมากมักมีอาการแพ้นมด้วย เนื่องจากไม่สามารถย่อยแลคโตสได้ และที่สำคัญควรอ่านฉลากอย่างระมัดระวังก่อนที่จะบริโภคอาหารทุกชนิด!!

…...................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ชญานิษฐ คงเดชศักดา”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 29