อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 24 มีนาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 24 มีนาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

'หัวอกลุง'เสาหลักครอบครัว ไฟช็อตตกจากเสาทำพิการ

ช่วยแชร์ขอบริจาครถเข็ญแบบโยกได้ให้ “ลุงทองดี” เสาหลักของบ้านถูกไฟช็อตตกจากเสา พิการแขน-ขา ครอบครัวขาดรายได้ ขอเพียงช่วยลดภาระภรรยา “ป้าเนา” จะได้ออกไปรับจ้างหาเงินจุลเจือครอบครัว อาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 08.00 น.


ต้องบอกว่า...เป็นกำลังใจและขอให้สู้ต่อไป เพื่อชีวิตหลังจากนี้ สำหรับคุณลุงวัย 50 ปี “ทองดี จันทร์เพ็ง” ชาว อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ต้องสูญเสียอวัยวะสำคัญไร้ “แขน-ขา” เพราะอุบัติเหตุจากงาน ชีวิตจากที่เคยเป็นกำลังสำคัญ “หัวหน้าครอบครัว” กลับต้องไร้ความสามารถ กลายเป็นคนพิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้สักอย่าง

เมื่อย้อนกลับไปในวันที่
“เนา จันทร์เพ็ง” วัย 50 ปี ภรรยาของลุงทองดี ยังจดจำภาพวินาทีนั้นได้ขึ้นใจ วันที่ 23 ธ.ค.58 “2 สามี-ภรรยา” อาชีพรับจ้างก่อสร้างรายวัน ขณะ “ป้าเนา” กำลังฉาบปูนอยู่ด้านล่าง “ลุงทองดี” ปีนขึ้นไปใช้ “เกรียงเหล็ก” ชนิดสามเหลี่ยม ฉาบปูนเชื่อมอิฐ แต่จู่ๆ เกิดอุบัติเหตุไฟดูดจากสายไฟที่อยู่บริเวณใกล้เคียง พลัดตกจากชั้น 2 สูงประมาณ 6 เมตร

ทันทีที่ “ป้าเนา” และคนงานคนอื่นๆ ได้ยินเสียงช็อต 3-4 ครั้ง เกิดประกายไฟและควันไฟ ทำให้เปลวไฟแตกออกไปทุกทาง “ลุงทองดี” ตกลงมากองที่พื้น แต่ยังคงมีสติดีอยู่ ซึ่งขณะนั้นลุงไม่รู้เลยว่า 
เปลวไฟได้ไหม้ส่วนแขนและขา จนเห็นกระดูก มือและเท้าโค้งงอผิดรูป จากนั้นรถกู้ชีพรีบนำส่ง รพ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี ซึ่งใกล้ที่สุดเพื่อรักษาชีวิตไว้



เมื่อแพทย์ตรวจดูบาดแผล และเร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้น แจ้งว่าอาการหนักถึงขั้นรุงแรง และเครื่องมือที่จะช่วยผ่าตัดมีไม่เพียงพอ จึงรีบส่งตัวไปที่ รพ.ประจำจังหวัด ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. จากนั้น 1 สัปดาห์ถัดมา ต้องเสียแขน และในสัปดาห์ที่ 2 ของการรักษาต้องเสียขาไป

ใช่แล้ว...ความรู้สึกของคนที่จะต้องเสียทั้งแขนและขาในเวลาใกล้เคียงกัน
“มันทำใจไม่ได้หรอก” ถึงตรงนี้หากใครหรือคนรอบข้างของคุณเคยสัมผัสช่วงวินาทีของการตัดสินใจเช่นนี้ จะรู้ว่าลำบากใจแค่ไหน???

ป้าเนาบอกลุงทองดีว่า “ต้องตัดขา และแขนนะมันเน่าแล้ว” และถามว่า “จะเอาชีวิตคนหรือขาไว้ ไม่ตัดก็ตาย” ถ้าอยากใช้ชีวิตร่วมกันต่อก็ให้พยักหน้า คุณหมอที่รักษาจะได้ช่วยตัดขาและแขนให้ “ลุงก็ยอมให้หมอตัดนะ เพราะอยากอยู่กับเมียและลูกๆ แต่ร้องไห้น้ำตาไหล ตอนนั้นตัวป้าเองก็ท้อ”

นอนรักษาอยู่ รพ.นานถึง 3 เดือน 10 วัน ทั้งป้าเนา ลูกสาวคนเล็กอายุ 24 ปี และลูกชายคนโตอายุ 30 ปี ต้องคอยลางานที่ร้านตัดกระจก เพื่อสับเปลี่ยนกันมาเฝ้า “ลุงทองดี” ที่โรงพยาบาล รายได้จากการรับจ้างก่อสร้างจึงหดหายไป



บ้านโนนข่า
เลขที่ 124 หมู่ 2 ต.โพธิ์ศรี อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี จึงเป็นที่พักฟื้นของ “ลุงทองดี” ชายพิการที่ต้องยอมรับว่า ตัวเองได้เสียขาทั้งสองข้าง และแขนหนึ่งข้างไปแล้ว ส่วนแขนอีกข้างก็ใช้งานไม่ได้มาก “ป้าเนา” จึงต้องช่วยเหลือตลอดเวลา เพราะความพิการทำให้สิ่งต่างๆ ที่เคยทำกลายเป็นศูนย์เสียแล้ว!!

ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้...ลุงทองดีต้องมาพิการแบบนี้ ป้าไม่มีลางสังหรณ์...อะไรบอกเลย มันคงเป็นกรรมเก่าของเรา...ที่ทำไว้ในอดีตชาติ” ป้าเนาพูดด้วยน้ำเสียงเบาๆ พร้อมกับน้ำตาที่กำลังคลอที่เบ้าตา

จากชีวิตที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา เคยทำหน้าที่เป็นหัวหน้าครอบครัว หาเลี้ยงลูก-ภรรยา ยึดอาชีพทำงานก่อสร้าง เพื่อเลี้ยงดูครอบครัว แม้ฐานะทางบ้านค่อนข้างลำบาก แต่ต้องกลายเป็นคนพิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ทำให้ขาดรายได้อีก

จึงวอนขอผู้ใจบุญ บริจาครถเข็นแบบโยกได้ เพื่อสะดวกในช่วยเหลือตัวเองในบ้าน และลดภาระแก่ป้าเนา เพื่อจะได้ออกไปรับจ้าง หาเงินจุลเจือครอบครัว

แต่ก็ยังโชคดีที่มีเงินคนพิการ เดือนละ 800 บาท ซึ่งวันที่ 8-9 มี.ค.ที่จะถึงนี้ก็เป็นเดือนที่ 6 ที่จะได้เงินช่วยเหลือตรงนี้แล้ว...
ถือเป็นอีกหนึ่งความหวังที่ช่วยประทังชีวิตครอบครัวให้อยู่ได้???

....................................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”

ขอบคุณภาพ : จุไรวรรณ แสนทวีสุข


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 3