อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 29 เมษายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 29 เมษายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ต้อหินทำให้คนตาบอดมากที่สุดของไทย

ต้อหินเป็นหนึ่งในหลายโรคของโรคตาที่ทำให้ตาบอด และมีจำนวนมากสุด ด้วยเป็นโรคของคนสูงอายุ อายุที่เกิน 70 ปี มีโอกาสที่จะเป็นมาก 6-7 เท่าของคนอายุ 40 ปี ในบ้านเรายังพบบ่อยมาก อาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 04.15 น.

ต้อหินเป็นหนึ่งในหลายโรคของโรคตาที่ทำให้ตาบอด และมีจำนวนมากสุด ด้วยเป็นโรคของคนสูงอายุ อายุที่เกิน 70 ปี มีโอกาสที่จะเป็นมาก 6-7 เท่าของคนอายุ 40 ปี ในบ้านเรายังพบบ่อยมาก แต่คนไม่ค่อยสนใจ เหมือนเป็นเรื่องไกลตัว มีการรณรงค์ให้พึงระวังเพิ่มขึ้น ที่สำคัญไม่มีอาการเจ็บปวดให้เห็น คนจึงไม่ค่อยได้สนใจเอาใจใส่เรื่องสุขภาพของดวงตามากนัก คนตาบอดจากต้อหินรวม ๆ กันน่าจะเป็นจำนวนมากใกล้ล้านคนได้

อาการของต้อหิน ไม่เจ็บไม่ปวด ที่สำคัญลานสายตารอบนอกจะมองไม่ค่อยเห็น และค่อยเลื่อนเข้ามาเรื่อย ๆ หากขับรถอยู่ รถข้าง ๆ แซงขึ้นหน้าปกติเราจะเห็น คนเป็นโรคต้อหินจะมองไม่เห็นด้านข้าง เพราะลานสายตาแคบลง และจะค่อยแคบเข้ามาเพิ่มขึ้น ลองให้ปิดตาทีละข้างแล้วมองตรงไปด้านหน้า ด้านข้าง ๆ ที่เราเคยเห็นจะมองไม่เห็น รถจะแซงขึ้นหน้าถ้าเราไม่หันมามองก็จะไม่เห็น นี่แหละที่เราเรียกว่าลานสายตาเราแคบลงไป

สาเหตุ เกิดจากประสาทตาเสื่อมลง ไม่สามารถเปลี่ยนใหม่ได้ ความดันตาสูงขึ้น ท่อระบายน้ำตาอุดตันไหลออกมาไม่สะดวก ทำให้โคนประสาทตาเป็นแอ่งลึกลงไป เป็นรอยบุ๋ม จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ไม่ได้ ถ้าไม่รีบรักษาประสาทจะค่อยเสื่อมลงไปเรื่อย ๆ

การวินิจฉัยโรค ด้วยการวัดความดันตา ตรวจตาด้วยเครื่องตรวจพิเศษ เลนส์บวมไปปิดมุมตาทำให้ความกว้างของมุมตาลดลง ตรวจสภาพขั้วประสาทตา เส้นใยประสาทตา ความหนาของใยประสาทตา และลานสายตาด้วย



การรักษา ให้หายขาดไปนั้นคงไม่ได้ ต้องคอยควบคุมความดันตาด้วยการหยอดยาตา หยอดบ่อย ๆ บางคนก็ลืม บางคนก็เบื่อ หยอดบ้างไม่หยอดบ้าง บางรายก็ผ่าตัดให้ทางเดินน้ำตาไหลสะดวกขึ้น มีบางรายที่หายได้ กรณีมุมปิดของเลนส์ให้เป็นมุมเปิด หรือจากเลนส์แก้วตาบวมไปปิดทำให้มุมแคบลงเปลี่ยนให้เป็นมุมเปิด นอกนั้นก็ดำเนินไปเป็นการรักษาแบบประคับประคองให้ทางเดินน้ำตาไหลออกมาให้สะดวกขึ้น จะให้ทางประสาทหายโดยตรงคงไม่ได้ คอยควบคุมเรื่องความดันโลหิตสูง เบาหวานไว้ด้วย เพื่อมิให้โรคต้อหินลุกลามมากขึ้นไปอีก

การรณรงค์โรคต้อหิน ทุกปีผมจะไปร่วมการรณรงค์ของสมาคมต้อหินแห่งประเทศไทยและ กทม. ที่สวนลุมพินี ซึ่งทาง กทม. มีชมรมผู้สูงอายุมาก ได้มาร่วมเดินรณรงค์ เข้าประชุม และมารับการตรวจโรคต้อหินด้วย พร้อมให้ตระหนักถึงภัยที่จะคุกคามมาถึงตัวเอง คนก็ให้ความร่วมมือมากันมาก แต่ระยะนี้เงียบหายไป ไม่มาชุมนุมทุกปีเหมือนเช่นเคย

นพ.บุญส่ง วนิชเวชารุ่งเรือง จักษุแพทย์ทางด้านต้อหิน รพ. ราชวิถี ได้ให้ความเห็นว่า โรคต้อหินเป็นโรคไม่เจ็บ ไม่ปวด ตายังมองเห็นอยู่ได้เรื่อย ๆ คนจึงไม่ค่อยให้ความสำคัญนัก จนกว่าลานสายตาด้านข้างแคบเข้ามาเรื่อย ๆ จึงมาพบแพทย์และมักเป็นระยะที่โรคลุกลามมากแล้ว แพทย์ได้ให้ยาไปหยอด หยอดกันบ่อย หยอดกันนานบางทีก็เบื่อเลิกหยอดไป คนตาบอดจากต้อหินจึงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ



สมาคมต้อหินน่าจะมีการแบ่งกลุ่ม กันรับผิดชอบ จัดหน่วยให้ความรู้ มีการตรวจขั้นต้นตามชนบทไม่ต้องเข้ามาในกรุงเทพฯ ให้คนสูงอายุได้ตระหนักถึงภัยที่จะคุกคาม ดูแลตัวเองให้ดี ควบคุมโรคภัยประจำตัว เบาหวาน ความดัน ให้ได้ หมั่นหยอดยาตามแพทย์สั่ง น่าจะช่วยหยุดยั้งไม่ให้โรคลุกลามไปเร็วขึ้น ควรจะมีชีวิตอยู่ให้นานที่สุดแล้วตายก่อนตาบอด มิใช่ตาบอดก่อนตาย ชีวิตจะลำบากมาก

หากทางผู้บริหารส่วนกลางเห็นความสำคัญเป็นแกนกลาง ให้ความร่วมมือ ให้ความรู้ จัดเป็นกลุ่มเป็นทีมของต้อหิน รู้จักป้องกันแต่เริ่มแรกเมื่อมีปัญหาให้รีบส่งปรึกษาแพทย์คงจะช่วยให้จำนวนคนตาบอดลดลงได้มาก

โรคต้อหินเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนสูงอายุตาบอดและดูเหมือนจะมากสุดของประเทศด้วย หากผู้สูงอายุได้มีความรู้ขึ้น รู้จักดูแลตัวเองดีขึ้น เมื่อเป็นก็รีบปรึกษาแพทย์เพื่อรักษา กินยา หยอดยาตาตามแพทย์สั่ง คงจะช่วยให้เรื่องตาบอดลดลงได้มากขึ้น.

...................................
นพ.สุวิทย์ เกียรติเสวี
suvit.kiatisevi@gmail.com

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 24