อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 ตุลาคม 2560
เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 ตุลาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

'พระรัตนตรัย'เป็นที่พึ่งอันแท้จริงของพุทธศาสนิกชน

พระพุทธเจ้าทรงสอนให้อย่าเชื่อคนง่าย แต่ก็ทำตัวเป็นคนเชื่อง่าย งมงาย ไม่เชื่อกฎแห่งกรรม จึงควรฝึกฝนตนเพื่อขัดเกลากิเลสโดยมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งอย่างแท้จริง พฤหัสบดีที่ 2 มีนาคม 2560 เวลา 10.00 น.


พุทธศาสนิกชน ในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ไม่มีความรู้และไม่มีความเข้าใจใน “พระพุทธศาสนา” อย่างถูกต้อง จึงเป็นผู้ประพฤติปฏิบัติอย่างผิดๆ ไม่เป็นไปตามพระธรรมซึ่งเป็นคำสอนของ พระบรมศาสดา สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เนื่องจากไม่สนใจศึกษาพระธรรมไม่ว่าจะโดยการฟังธรรมหรือการอ่านหนังสือธรรมะที่มีความถูกต้องตรงตามพระไตรปิฎก

พระพุทธองค์ทรงสอนให้อย่าเป็นคนเชื่อง่าย ก็ทำตัวเป็นคนเชื่อง่าย เป็นผู้งมงายและตื่นมงคล ไม่เป็นผู้พิจารณาอย่างมีเหตุผล เชื่อแต่หลวงพ่อหรือหลวงพี่ที่ไม่ได้เรียนปริยัติธรรม ซึ่งมักนำเอาวัตถุมงคล เครื่องรางของขลังมาหลอกล่อ มิหน้ำซ้ำยังนำเดรัจฉานวิชามามอมเมา โดยหาประโยชน์ส่วนตน อาศัยวัดเป็นสถานที่ประกอบกิจการในเชิงพุทธพาณิชย์

พุทธศาสนิกชน จึงมีความเห็นผิด (มิจฉาทิฐิ) ไม่เชื่อกฏแห่งกรรมว่า... ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ไม่ละอายชั่วกลัวบาป อธิษฐานในสิ่งที่เชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ปรารถนา ฯลฯ” จึงเป็นผู้ที่ศรัทธาในพุทธศาสนาที่ไม่ประกอบด้วยปัญญา ผู้ที่เคารพและศรัทธาใน สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมจะเป็นผู้มีโอกาสเข้าถึงแก่นธรรมได้ การฝึกฝนอบรมตนอยู่เสมอเพื่อขัดเกลากิเลสจะเป็นผู้มีกุศลจิตเพิ่มขึ้นและมีอกุศลจิตลดลง โดยมี “พระรัตนตรัย” เป็นที่พึ่งอย่างแท้จริงทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

“พระรัตนตรัย” คือ แก้ว 3 ประการอันประเสริฐสุดของพุทธศาสนิกชน ประกอบด้วย พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ คุณของ “พระรัตนตรัย” ซึ่งเป็นความดีที่มีประจำอยู่ในแก้วอันประเสริฐ 3 ประการ ประกอบด้วย พุทธคุณ ธรรมคุณและสังฆคุณ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจและเป็นที่พึ่งของพุทธศาสนิกชน แม้ว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เสด็จดับขันธปรินิพพานล่วงมาแล้วถึง 2560 ปี

“พุทธคุณ” คือ คุณของพระพุทธเจ้ามี 9 ประการ ได้แก่ ทรงเป็นผู้บริสุทธิ์ปราศจากกิเกสและละเว้นการทำความชั่ว ทรงเป็นผู้ตรัสรู้อริยสัจ 4 โดยรู้แจ้งทุกข์ เหตุที่เกิดทุกข์ ความดับทุกข์ และวิธีให้ถึงความดับทุกข์ด้วยพระองค์เอง ทรงเป็นผู้เพียบพร้อมด้วยความรู้แจ้งและความประพฤติปฏิบัติดี ทรงสั่งสอนในสิ่งที่รู้ให้ผู้อื่นรู้และปฏิบัติตาม ทรงเสด็จไปสู่อริยมรรค ซึ่งเป็นทางอันประเสริฐไปสู่นิพพาน

ทรงเป็นผู้รู้แจ้งโลกในความจริงถึงสังขารขันธ์ทั้งหลาย ทรงเป็นผู้สามารถฝึกบุคคลที่สมควรฝึกได้อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า ทรงเป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ทรงเป็นครูของบุคคลทั้งชั้นสูงและต่ำ ทรงเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ไม่หลง ไม่งมงาย มีสติที่ผ่องใส ทรงเป็นผู้จำแนกแจกธรรม อธิบายธรรมได้อย่างเหมาะสมแก่อุปนิสัยของผู้ที่พึงจะได้รับผลสำเร็จตามสมควร

“ธรรมคุณ” คือ คุณของพระธรรมมี 6 ประการ ได้แก่ พระธรรมอันมีคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว เป็นความจริงแท้ เป็นหลักของชีวิตอันประเสริฐ พระธรรมนี้ผู้ปฏิบัติตามจะเห็นได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องเชื่อคำผู้อื่น พระธรรมนี้ไม่เนื่องด้วยกาลเวลา ไม่ขึ้นอยู่กับเวลา ผู้ปฏิบัติตนตามพระธรรม ได้พร้อมบริบูรณ์เมื่อใดก็เห็นผลเมื่อนั้น เป็นจริงตลอดเวลา ไม่เปลี่ยนแปลงตามกาลสมัย

พระธรรมนี้ควรเรียนให้มากเพราะเป็นคำสอนที่ควรรู้และพิสูจน์ เนื่องจากเป็นสิ่งที่จริงแท้ตลอดเวลา พระธรรมนี้ควรน้อมนำเข้ามาไว้ในใจเพื่อยึดถือเป็นหลักปฏิบัติในชีวิตจะได้บรรลุถึงความหลุดพ้น พระธรรมนี้วิญญูชนรู้ได้เฉพาะตนด้วยการศึกษาและน้อมนำไปปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงพระธรรม

“สังฆคุณ” คือ คุณของพระสงฆ์มี 9 ประการ ได้แก่ เป็นผู้ปฏิบัติดีตามพระธรรม เป็นผู้ปฏิบัติตรงตามพระธรรม เป็นผู้ปฏิบัติถูกทางเพื่อรู้สภาวธรรมตามความเป็นจริง เป็นผู้ปฏิบัติสมควรและเป็นแบบอย่างที่ดีโดยไม่หวังผลตอบแทน เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยศีลาจารวัตรควรแก่การเคารพ เป็นผู้คสรแก่การต้อนรับ เป็นผู้ควรแก่การทำบุญ เป็นผู้ควรแก่การกราบไหว้ เป็นเนื้อนาบุญของชาวโลก

เพื่อให้พระพุทธศาสนามีความเจริญมั่นคง ได้รับการทำนุบำรุงรักษาและจรรโลงไว้ให้สมกับเป็นศาสนาของผู้มีปัญญา และประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาโลกในปัจจุบัน การเดินหน้าปฏิรูปประเทศของรัฐบาล พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้อง “ปฏิรูปให้ภิกษุสงฆ์ประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด” พุทธศาสนิกชน จะได้หายสับสนและไม่หลงผิด

เป็นผู้ที่ศรัทธาใน “พระพุทธศาสนา” ที่ประกอบด้วยปัญญา ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาชาติบ้านเมืองให้มีความเจริญมั่นคงและมีสันติสุขตลอดไป
…................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


ขอบคุณภาพจาก : Photo by Keroro, วิกิพีเดีย

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 112