อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 มีนาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 มีนาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"เราเกิดมาเป็นครู" ต้องทำหน้าที่ครูไปตลอดชีวิต

“ครูศิลป์จิตอาสา” ม.ขอนแก่น อุทิศเวลาปีสุดท้ายก่อนเกษียณนำทักษะนอกหลักสูตรถ่ายทอดสู่เด็กบกพร่องทางกายให้มีอาชีพ-ใช้งานศิลป์เป็นสื่อเติมกำลังใจให้สู้ชีวิต เสาร์ที่ 4 มีนาคม 2560 เวลา 09.00 น.


ขึ้นชื่อว่า“ครู” ทุกคนตั้งใจอบรมสั่งสอนศิษย์ให้เป็น คนดี-คนเก่ง-เพื่ออนาคตที่ดีของทุกคน... แต่ด้วยวัย-วุฒิภาวะนักเรียนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยชอบครูที่เคี่ยวเข็ญพวกเขานัก โดยเฉพาะพวกหัวโจกเกเรไม่ยอมเรียน...แต่แปลกถึงเวลาเลี้ยงรุ่นไอ้เด็กหัวโจกเหล่านี้มักจะโผล่มากราบไหว้อาจารย์ที่พวกเขาเคยไม่ชอบสมัยเรียนอยู่เป็นประจำ ส่วนพวกเด็กเรียนไม่ค่อยเห็น (ความคิดส่วนตัว) เจอหน้ากันศิษย์บางคนถึงกับร้องไห้ขอโทษที่ทำไม่ดีกับครูตอนเป็นนักเรียน ครูเองก็น้ำตาซึมดีใจซึ้งใจกับสิ่งที่ตัวเองเสียสละมาทั้งชีวิตไม่เสียเปล่า

เกริ่นนำเรื่องคุณครูวีคนี้มีครูท่านหนึ่งคือ “พยุงศิลป์ เปศรี” อาจารย์ประจำสาขาวิชาออกแบบนิเทศศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ท่านทุ่มเทเสนอตัวเข้าไปสอนน้อง ๆ นักเรียนบกพร่องทางกาย และการเคลื่อนไหวที่โรงเรียนศรีสังวาลย์ จ.ขอนแก่น เป็นโรงเรียนสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ จัดการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประเภทอยู่ประจำ และไปกลับ

นักเรียนส่วนใหญ่มาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศที่ ไม่สามารถเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนปกติได้ มีจำนวน 209 คน ปัจจุบัน นายอุทัย เพชรอยู่ เป็นผู้อำนวยการฯ นอกจากการจัดโครงการหลักสูตรภาคปกติแล้วยังมีโครงการเสริมด้านศิลปะ และอาชีพโดยเชิญวิทยากร ปราชญ์ชาวบ้าน อาจารย์ผู้สอน และผู้ที่มีทักษะประสบการณ์มาเพิ่มพูนประสบการณ์อย่างต่อเนื่องให้กับนักเรียน

“อ.พยุงศิลป์” เป็นอีกคนหนึ่งที่อาสาเข้ามาช่วยเหลือ เนื่องจากเชื่อมั่นว่าศิลปะจะช่วยทำให้เด็กๆ มีการพัฒนาด้านความคิด การปรับตัว สมาธิ เพื่อต้องการให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ได้อย่างเป็นปกติสุขเหมือนคนทั่วไป



“อ.พยุงศิลป์” กล่าวว่า เป็นอาจารย์พิเศษให้กับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางกาย และการเคลื่อนไหวที่โรงเรียนศรีสังวาลย์ โดยนำความรู้ด้านการ ตัดเย็บเครื่องหนัง อันเป็นทักษะวิชาชีพที่ฝึกฝนด้วยตัวเองไปเป็น ครูจิตอาสา เป็นหลักสูตรเสริมเพื่อเป็นทางเลือกในการพัฒนาสู่อาชีพเลี้ยงตัวเองของนักเรียน

ทั้งนี้โรงเรียนศรีสังวาลย์มีการเรียนการสอนในหลักสูตรสามัญ และยังเพิ่มหลักสูตรทางเลือกโดยเน้นด้านศิลปะ และทักษะอาชีพ ซึ่งงานศิลปะตัดเย็บเครื่องหนังยังขาดครูผู้สอน จึงอาสาที่จะนำความรู้ในตัวไปถ่ายทอดให้กับเด็ก ๆ โดยจัดเตรียมรูปแบบขั้นตอน และวิธีการซึ่งเหมาะกับความสามารถของเด็ก เน้นที่การสร้างผลงานให้เกิดความภาคภูมิในความสามารถของตัวเองเป็นสำคัญ

จากหลักการที่ว่าศิลปะคือเครื่องมือพัฒนาความคิดของมนุษย์ แต่เมื่อเรานำงานศิลปะมาให้กับเด็กที่มีความบกพร่องทางกายเหล่านี้แล้ว ศิลปะยังได้ทำหน้าที่ดึงเอาความรู้สึกลึกๆ ของเด็กออกมาเป็นผลงาน ซึ่งผมเคยเห็นงานปั้นที่มีรูปทรงแปลกๆ มีความเป็นอิสระที่อาจเป็นพระพุทธรูปที่บิดเบี้ยวไม่สมส่วน สิ่งเหล่านี้มันคือการขับเคลื่อนระบายออกสิ่งที่อยู่ในใจต่อสิ่งที่เขาเป็นออกมา ซึ่งครูศิลปะที่แท้จริงจะเข้าใจและมีกระบวนการสานต่อความคิดของเขา

สำหรับงานศิลปะเครื่องหนังก็เช่นกันผมเห็นความพยายามเอาชนะอุปสรรคของเด็ก ๆ ที่ไม่อาจใช้มือได้อย่างคนทั่วไป เขาก็จะพยายามที่จะใช้มือข้างเดียวด้วยความเพียร และเริ่มที่จะหันเข้าหากัน ช่วยกันตอกช่วยกันเย็บคนละมือจนสร้างผลงานได้สำเร็จ ภาพเด็กๆสู้กับชีวิตเป็นความภาคภูมิใจที่สะท้อนผ่านแววตาคือรางวัลที่ผมได้รับ และเชื่อว่าจะเป็นทางเลือกในอนาคตของเด็กที่สนใจ และนำไปต่อยอดพัฒนาตัวเอง



เจตนารมณ์ในการร่วมโครงการครั้งนี้ คิดเช่นเดียวกับครูศิลปะทุกคนที่มาสอนเด็กคือ การให้โอกาส เมื่อเราเกิดมาเป็นครูเราต้องทำหน้าที่ครูไปตลอดชีวิตไม่ว่าจะทางใดทางหนึ่ง เพื่อให้ผู้รับความรู้ไปใช้เป็นเครื่องมือสร้างอนาคตของตัวเองเหมือนกับที่เราได้โอกาสมาจากครูของเรา สำหรับในกรณีเด็กที่บกพร่องเหล่านี้เขามีพลังขับเคลื่อนที่จะยืนหยัดในสังคม ซึ่งต้องการผู้ให้ การประคับประคอง

เมื่อเรามีโอกาสก็พร้อมจะเป็นส่วนหนึ่ง ตั้งใจว่าในช่วงปีสุดท้ายก่อนการเกษียณอายุราชการจะทำต่อเนื่องไปตลอด นอกจากนี้ตั้งใจที่จะจัดหาอุปกรณ์การทำเครื่องหนังไปเสริมให้กับโรงเรียนเพิ่มเติมด้วย

เข้าใจความรู้สึกของครู...ปกติสอนเด็กธรรมดาก็ยากอยู่แล้ว นี่สอน เด็กบกพร่องทางร่างกายหนักมาก แต่ผลที่ได้รับแทบไม่น่าเชื่อเด็ก ๆ เอาชนะกับงานที่ได้รับ...พวกเขาไม่ย่อท้อกับชีวิต ผิดกับคนบางคนร่างกายครบถ้วนสมบูรณ์ แต่กลับไม่สู้ชีวิต บางคนหนีปัญหาด้วยการฆ่าตัวตายก็มี...น่าดูตัวอย่างจากเด็กเหล่านี้...

ท้ายนี้ขอเป็นกำลังใจให้น้องทุกคนสู้ๆ...ที่สำคัญขอบคุณคุณจากใจสำหรับคุณครูทุกท่าน ผู้ที่ดูแลเด็ก ๆ รวมถึง “ผอ.อุทัย” ที่ร่วมกันมอบโอกาสให้กับพวกเขา.
.............................................
คอลัมน์ “คนดีของสังคม”
โดย “เหยี่ยวขาว”

(ร่วมสนับสนุนคนทำดีในสังคมโดย “ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ”)

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 183