อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 เมษายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 เมษายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ปรับเปลี่ยนวิธีสู้วิกฤติไฟป่า ปฏิรูปคน-งบประมาณ!!

วิธีใหม่คือกระจายงบประมาณให้แต่ละท้องถิ่น เชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ ที่สำคัญต้องดึงคนดีมีฝีมือมารับผิดชอบ ไม่ใช่ถูไถใช้คนสนิทที่เคยได้ใบเหลือง ปัญหาหมอกควันไฟป่าจะได้เดินหน้า พุธที่ 8 มีนาคม 2560 เวลา 09.00 น.


ในทุกๆ ปี ของช่วงนี้ “หมอกควันไฟป่า” กลับมาเป็นปัญหาวิกฤติของประเทศไทยอีกแล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือของหลายจังหวัด ผลกระทบไม่เพียงกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน แต่ยังกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมากมาย ทั้งการท่องเที่ยวและการคมนาคมทางอากาศ ถ้าคิดมูลค่าความเสียหายแต่ละปีก็มีมากมายมหาศาล และยังไม่สามารถควบคุมให้ยุติลงได้ แต่เชื่อว่าถ้าทำอย่างถูกที่ ถูกวิธี ถูกเวลา ก็มีโอกาสแก้ปัญหานี้ได้อย่างแน่นอน!!



...ก็เหมือนกับทุกปีที่ถึงเวลาช่วงนี้ก็มี นายกรัฐมนตรี ออกมากำชับข้าราชการ และขอความร่วมมือจากประชาชนเพื่อแก้ปัญหา “หมอกควันไฟป่า” และเหมือนกับทุกปีที่ราชการได้ทำกิจกรรมเพื่อลดปัญหาดังกล่าว ด้วยหลากหลายวิธีการ และมากมายรูปแบบ



ส่วนใหญ่ถูกกำหนดโดย “ผู้รับจ้างทำอีเว้นท์” บ้างใช้นักเรียนและประชาชนเดินรณรงค์ มีเงินงบประมาณมากหน่อยก็ใช้ดารา มีเงินมากกว่านั้นก็เชิญต่างประเทศมาประชุมสัมมนาด้วย และจบด้วยการปั่นจักยานของผู้หลักผู้ใหญ่ เป็นวิธีการซ้ำๆ เป็นรูปแบบเดิมๆ มีปรับเปลี่ยนรูปแบบบ้างก็เล็กน้อย แต่เนื้อหาสาระและผลงานยังคงไม่ปรับเปลี่ยน จึงมีข้อเสนอเพื่อให้สามารถแก้ปัญหานี้ให้สำเร็จได้ ดังนี้


1. ต้องปรับเปลี่ยนเรื่องเงินงบประมาณ เพราะขณะนี้ยังไม่มีงบประมาณเพิ่มเติม หรือเครื่องมือพิเศษแต่อย่างใดให้กับจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่วิกฤติ ซึ่งถูกมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบหลัก ส่วนใหญ่คิดแก้ไขกันเพียงเฉพาะหน้า ด้วยวิธีเดิม และไม่ทำต่อเนื่องทั้งปี เพราะที่จริงแล้วในช่วงที่ไม่มีไฟป่าก็สามารถสร้างจิตสำนึกและการตระหนักรู้ให้กับประชาชนได้

2. ต้องปรับเปลี่ยนหลักคิดแนวทาง เพราะขณะนี้ยังไม่มีการนำเรื่องป่าเปียกตามแนวพระราชเสาวนีย์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มาทำและเผยแพร่เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ตลอดจนแนวพระราชดำริอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาปฏิบัติ ทั้งๆ ที่ทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่าถูกต้องเหมาะสม

3. ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการ เพราะในขณะนี้ยังไม่สามารถห้ามประชาชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ให้เผาขยะในที่โล่งแจ้งในช่วงวิกฤตินี้ โดยให้ใช้ฝังกลบแทนได้ แต่ยังมีการดำเนินการอย่างผิดกฎหมายอยู่ และไม่ดำเนินคดีอย่างจริงจังกับผู้กระทำผิดแต่อย่างใด

4. ต้องปรับเปลี่ยนผู้สนับสนุน เพราะขณะนี้ไม่มีการสนับสนุนให้สถาบันการศึกษาทำการศึกษาวิจัย และเผยแพร่งานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันเท่าที่ควร รวมทั้งให้การสนับสนุนค่ายอาสาเพื่อทำฝายชะลอน้ำและปลูกป่าในพื้นที่เสี่ยง ทั้งที่สถาบันการศึกษามีความพร้อม มีองค์ความรู้ มีกำลังคน และมีไฟในการทำงาน

5. ต้องปรับเปลี่ยนการใช้กฎหมายให้เคร่งครัด เพราะขณะนี้มีการดำเนินคดีต่อผู้ทำการให้เกิดไฟป่าหมอกควันน้อยมาก ทั้งที่ใช้งบประมาณและเงินนอกงบประมาณเพื่อการนี้ไปแต่ละปีร่วมๆ 500 ล้านบาท (เฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) ในการใช้จ่ายเพื่อการดูแลปัญหาการเผาป่า แต่บางปีแทบไม่มีคดีเลย ทั้งที่มีการเผาป่ากันอย่างเอิกเกริก

6. ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำแนวกันไฟ เพราะขณะนี้ส่วนใหญ่การจัดทำแนวกันไฟ ยังสงวนไว้แค่เป็นเรื่องของทางราชการ โดยไม่มีกรรมการหมู่บ้าน และประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมแต่อย่างใด ซึ่งถ้าให้มีประสิทธิภาพกรรมการหมู่บ้านและประชาชนควรมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ทั้งการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ และประเมินผลงาน ตลอดจนประเมินการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ด้วย

7. ต้องปรับเปลี่ยนความเชื่อ เพราะขณะนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างความเข้าใจและจูงใจเกษตรกรในพื้นที่ ถึงโทษและอันตรายที่ได้รับจากการเผาหน้าดินและวัชพืช ซึ่งควรเร่งให้ความรู้ด้านการฝังกลบเพื่อไม่ให้ทำลายหน้าดิน ด้วยการสื่อสารกับประชาชนให้เปลี่ยนแปลงแนวคิดและความเชื่อในเรื่องการเผาป่า

8. ต้องปรับเปลี่ยนผู้รับผิดชอบ เพราะผู้รับผิดชอบตัวจริง ควรเป็นท้องถิ่น แต่ขณะนี้ยังไม่กระจายงบประมาณให้ท้องถิ่นรับไปดำเนินการอย่างจริงจัง มีแต่มอบภารกิจแต่ไม่ได้มอบเงินงบประมาณให้ แต่เมื่อมีปัญหาหมอกควันไฟป่าก็ไม่พ้นหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต้องเข้ามารับผิดชอบ



ความเห็นเหล่านี้แม้เสนอมาหลายปีและหลายครั้งแล้วก็ตาม ก็ยังคงทันสมัยเสมอ เพราะปัญหาและทางแก้ไขก็ยังวนเวียนอยู่เช่นนี้ทุกปี ด้วยวิธีเดิมๆ ในรูปแบบเก่าๆ


ข้อเสนอให้ปรับเปลี่ยนมาใช้วิธีใหม่ คือการกระจายงบประมาณไปให้แต่ละท้องถิ่นดำเนินการ เชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ และที่สำคัญในทุกหน่วยงานต้องใช้คนดีมีฝีมือมารับผิดชอบงานสำคัญแบบนี้ แม้ไม่ใกล้ชิดติดตัวแต่ถ้ามีฝีมือก็ต้องเอามาใช้งาน บางคนได้ใบเหลืองมาหลายใบแล้ว แทนที่จะให้ใบแดงกลับยังให้โอกาสถูไถทำงานกันต่อไป ทำให้คนดีมีฝีมือที่พร้อมจะทำงานไม่มีโอกาสได้ทำงาน ปัญหาหมอกควันไฟป่า จึงติดหล่มอยู่กับที่ไปไหนไม่ได้ไกล จึงต้องปรับเปลี่ยนเรื่องการปฎิรูปคนด้วย

“วิกฤติไฟป่า” เป็นเรื่องที่ผู้รับผิดชอบทุกฝ่ายต้องจริงจัง พร้อมใจและร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง จึงจะผ่านปัญหานี้ไปได้ และข้อเขียนในบทความนี้ก็เขียนขึ้นอย่างรับผิดชอบ หวังเพื่อช่วยแก้ปัญหานี้ให้ผ่านพ้นวิกฤติไปได้ ไม่มีเรื่องส่วนตัวและเขียนเรื่องส่วนตัวใคร


…..............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”

ขอบคุณภาพจาก กมธ.ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนฯ

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 12