อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 29 พฤษภาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 29 พฤษภาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ไม่ใช่'หนังสือโป๊-การ์ตูน' แต่มันคือสิ่งที่ทำให้คิด!!

“ผมอ่านจบแล้วครับ” ครูพยักหน้าดีใจและถาม “ราสโคลนิคอฟจะทำอย่างไรต่อ?” นร.ส่ายหน้าแล้วถามกลับ วินาทีที่ครูกำลังจะตอบก็เข้าใจบางอย่างทันที ซึ่งเขาใช้เวลาค้นหาขณะเป็นครูมาชั่วชีวิต พุธที่ 8 มีนาคม 2560 เวลา 08.00 น.


การนั่งในโรงพักก็ทำให้ได้รับเรื่องราวแปลกๆ คราวนี้ จ่าสิบตำรวจ เล่าเรื่องบางอย่างให้ผมฟังจนได้คิดได้ตรอง “เอาหนังสือมานี่” ครูสั่งนักเรียนที่นั่งกลางห้อง ขณะที่เขากำลังสอนวิชาคณิตศาสตร์ให้นักเรียนท่องจำ ระหว่างที่หันไปเขียนกระดานอยู่นั้น เสียงหนังสือตกกระแทกพื้นดัง จนทั้งห้องเงียบ เขาต้องหันไปหาตัวผู้รับผิดชอบ และก็พบ

“เอาหนังสือมานี่!! เวลาเรียนไม่ใช่เวลามาอ่านอะไรไร้สาระ” เขาดุ นักเรียนผู้ทำหนังสือตก หยิบมันขึ้นจากพื้นแล้วถือประคองสองมือมาให้ “ขะ...ของ...พ่อผมนะครับ” นักเรียนสารภาพ

ทีแรกครูนึกว่า
“หนังสือโป๊” ที่เด็กชอบเอามาจากผู้ปกครอง แต่ปรากฏว่าไม่ใช่!! มันเป็นหนังสือเล่มหนาเตอะ เป็นนวนิยายตัวหนังสือลายพรืด วินาทีนั้นเขาอยากจะใช้วิธีการแบบครูรุ่นโบราณที่เขาเคยเห็น คือ ฉีกหนังสือเล่มนั้นเป็นชิ้นๆ แล้วปล่อยเศษกระดาษร่วงลงพื้นไปเสีย ฉีกการ์ตูนของเขาที่ลงแรงเก็บเงินซื้อมาปลิวกระจายอย่างไร้ค่า...

แต่ตอนที่ครูโบราณทำนั้น มันเป็นหนังสือการ์ตูนเล่มบางๆ ไม่หนามาก แต่นี่เป็นนวนิยายเล่มหนา หากจะฉีกมันต้องเสียเวลา และหากฉีกไม่สำเร็จก็อายนักเรียนอื่นใครเขา ครูไม่อาจจะเสียหน้าต่อหน้านักเรียนวัยเยาว์ได้



“ไปนั่งที่...ครูต้องขอยึดไว้” เขาสั่งอย่างเฉียบขาด เด็กน้อยหน้าจ๋อยกลับไปนั่งที่เดิม

จนถึงเวลาเลิกเรียน ผู้ปกครองคนหนึ่งมาพบเขาที่ห้องพักครู “ครูยึดหนังสือของผมไว้” เสียงของผู้ปกครองกล่าว

อีกฝ่ายพยักหน้า “ผมบอกเขาแล้วว่า ถ้าจะเอามาอ่าน ก็อย่าอ่านในห้องเรียน ให้อ่านตอนเวลาเบื่อๆ หรือรู้สึกไม่สนุกก็ลองหยิบมาอ่านดู” ครูฟังดังนั้นแล้วก็รู้สึกถึงความนัยที่ผู้ปกครองกระแทกใส่

“อย่างน้อยมันก็ไม่ใช่การ์ตูนไร้สาระ คุณพ่อมาพบ ผมก็จะคืนหนังสือให้”

แต่อีกฝ่ายแสดงปฏิกิริยาแตกต่างออกไป รีบยกมือห้าม “ไม่ล่ะครับ ครูเก็บไว้ก่อน 1 อาทิตย์ก็ได้ หรือจะลองอ่านดูก็ดี ผมอยากให้ลูกได้รับผิดกับการอ่านในเวลาไม่ถูกต้อง ช่วงนี้ผมกับลูกกำลังจะนั่งอ่านการ์ตูนโคนันกันอีกรอบนะครับ”

ครูทำหน้าตื่นตกใจ รู้สึกกระดากอายที่หลุดคำพูดด่าการ์ตูนไป แต่อีกมุมเขามองอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ นี่ผู้ปกครองประเภทใดกันถึงทำตัวไร้สาระกับลูกได้ถึงเพียงนี้

“ตกลงตามนั้นดีกว่า อีก 1 อาทิตย์ ผมค่อยมาเอาคืนนะครับ” ผู้ปกครองยกมือไหว้ครูแล้วเดินจากไป



ครูหนุ่มแบกหนังสือเล่มหนากลับบ้าน ทีแรกเขาไม่ตั้งใจอ่าน เพียงแค่วางบนโต๊ะ สักอาทิตย์ก็ค่อยเอาไปคืน แต่เขามองดูคะแนนนักเรียนที่โดนยึดหนังสือเล่มนี้ ก็เห็นว่าไม่ได้เรียนเก่งกาจอะไร เพียงแต่เรียงความที่ส่งมา มีถ้อยคำบางอย่างที่ชวนให้น่าติดตาม ครูหนุ่มหันไปมองหนังสือเล่มนั้นอยู่หลายครั้ง ก่อนตัดสินใจหยิบมาเปิดผ่านๆ มันเป็นวรรณกรรมรัสเซีย ซึ่งเขาเคยได้ยินผ่านๆ สมัยเรียนมหาวิทยาลัย อ่านไปได้สักพัก ก็รู้สึกเบื่อชวนง่วง จึงหลับไป

แต่เช้าวันนั้นเมื่อตื่นขึ้นมา ครูหนุ่มหยิบหนังสือเล่มหนาติดไปด้วย เมื่อถึงช่วงว่าง เขาลองอ่านต่อ วันแรกอ่านไปได้ 100 หน้า เขาพบความจริงที่อัปลักษ์ของมนุษย์ ซึ่งถูกเผยโฉมผ่านตัวอักษร มันชวนให้เขาครุ่นคิดยิ่งนัก เวลาผ่านไปหลายวัน เขาพลิกหน้ากระดาษนิยายหลายครั้ง ยิ่งชวนให้สงสัยและมึนงง นี่คือเรื่องราวที่มนุษย์ประพฤติในโลกอย่างเลวทราม แต่ผู้นำมาเผยแพร่กลับนำเสนอได้อย่างถึงแก่นแห่งตัวคน กระดาษพลิกผ่านไปทีละหน้าและทีละหน้า ก่อนจะครบ 1 อาทิตย์เขาก็อ่านจนหมดเล่ม แต่ไม่จบเรื่อง!!

มมารับหนังสือคืน” ผู้ปกครองมาพบในเย็นวันหนึ่ง ครูยื่นคืนให้ “ครูได้อ่านมันไหม...?” ผู้ถูกถามส่ายหน้า อีกฝ่ายมองหนังสือแล้วยิ้มเบาๆ ก่อนรับไป ขณะกำลังจะเดินกลับ ครูก็ตัดสินใจพูดออกมาว่า “ราสโคลนิคอฟจะทำอย่างไรต่อ...?” ผู้ปกครองหันมามองหน้าครู “ครูโกหกว่าไม่ได้อ่าน แต่ก็อ่านมัน อย่างน้อยก็ดีกว่าโกหกว่าอ่าน แต่ไม่ได้อ่าน...”

“เขาจะทำอย่างไร?” ครูถามซ้ำ...แต่ผู้ปกครองดันถามกลับแล้วเดินจากไป “เป็นครูนะ...จะทำอย่างไร...?”

ครูหนุ่มนั่งนิ่งด้วยความมึนงง ผ่านไปหลายวันที่เขาสอนหนังสือคล้ายมีก้อนตะกอนบางอย่างไม่สะเด็ดอยู่ในห้วงคิดและในหัวใจ อะไรบางอย่างในตัวเขาชวนสงสัย วันหนึ่งเขาเรียกนักเรียนที่โดนเขายึดหนังสือมาคุย เธออ่านมันจบเล่มหรือยัง...?” อีกฝ่ายรีบตอบ “ยังครับ..กำลังอ่านที่บ้าน” นักเรียนย้ำ “อ่านจบเมื่อไหร่มาบอกครูหน่อย”

ผ่านไปหลายวันกว่าที่นักเรียนจะมาพบครู “ผมอ่านจบแล้วครับ...” ครูพยักหน้าอย่างดีใจ “ราสโคลนิคอฟจะทำอย่างไรต่อ...?” นักเรียนส่ายหน้า “ผมไม่รู้ครับ หน้ามันถูกดึงหายไป พ่อผมดึงหน้าออกไป ผมเลยไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วราสโคลนิคอฟจะทำอย่างไร...”

ครูหนุ่มส่ายหน้าแล้วชวนนักเรียนไปนั่งที่โต๊ะกลางโถงตึกเรียน “เธอว่า...เขาจะทำอย่างไร?”

“แล้วครูล่ะครับ คิดว่าราสโคลนิคอฟจะทำอย่างไร?”


วินาทีที่เขากำลังจะตอบ เขาและนักเรียนต่างมองตากันแล้วเข้าใจบางอย่างทันที บางอย่างที่ชวนให้เกิดการแสวงหา บางอย่างที่ความรู้เคยเป็น บางอย่างที่ความคิดเห็นเคยเผยโฉม มันคืออะไรบางอย่างที่เขาใช้เวลาค้นหาขณะเป็นครูมาชั่วชีวิต เช่นเดียวกับนักเรียนที่เริ่มเข้าใจและเห็นคุณค่าของบางอย่างในการศึกษา

“เธอคิดว่าราสโคลนิคอฟจะทำอย่างไร ลองคิดแล้วบอกหน่อยสิ ครูอยากฟังเสียงของเธอมากกว่า...?” คำพูดนี้หลุดจากปากครูหนุ่ม แล้วหูเขาเบิกกว้างเพื่อฟังเสียงของนักเรียนด้วยความสนใจ “และจากนั้นครูจะต้องบอกนะว่าครูคิดอย่างไร?” นักเรียนถามกลับ

ครูหนุ่มยิ้มด้วยความพอใจก่อนจะพยักหน้า “ได้สิครับ...ครูสัญญา...”

ป.ล. ราสโคลนิคอฟ” เป็นตัวเอกของวรรณกรรม “อาชญากรรมและการลงทัณฑ์” ของฟีโอดอร์ ดอสโตเยฟสกี นักเขียนรัสเซีย ซึ่งการกระทำในช่วงท้ายของตัวเอกถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของเรื่องราวทั้งหมด...
….....................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 240