อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 เมษายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 เมษายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

​​​​​​​3 พี่น้องสู้ชีวิตเดินเก็บขวด หาเลี้ยงท้องไร้โอกาสเรียน

รันทดจนน้ำตาไหล! 3 เด็กชาย เดินเก็บขวดขายหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง สุดสงสารต้องดิ้นรน ไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ อาทิตย์ที่ 12 มีนาคม 2560 เวลา 08.00 น.


เห็นแล้ว “น้ำตา” จะไหลเป็นแบบนี้ใช่ไหม? ภาพเด็กๆ 3 คนนี้ ทำไมจะต้อง “ออกเดินเก็บขวด” ทุกวัน!! เพื่อนำไปขายหาเลี้ยงครอบครัว เพราะอะไรต้องดิ้นรน ทำให้หมดโอกาสได้เรียนหนังสืออย่างใครๆ แล้วถ้าหากมีใครหยิบยื่นน้ำใจให้สักนิด ชีวิตเด็กๆ จะดีขึ้นกว่านี้ได้หรือไม่?

พื้นที่ละแวกใกล้เคียง
บ้านเลขที่ 255/14 ถ.ทะเลหลวง ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา คือ บริเวณที่เด็กทั้ง 3 คน บ้างก็เดินเท้าเปล่า ตระเวนจนกว่าจะหาขวดน้ำพลาสติก และเศษของเก่าตามข้างถนน ได้บ้างไม่ได้บ้างก็ตามประสาเด็ก เนื้อตัวมอมแมม เสื้อมีรอยขาดให้เห็น



แล้วเช่นนี้...ไม่รู้ว่าเด็กจะมีความสุขหรือเปล่า? สุขของเด็กอยู่ไหน? ทุกข์ตกที่ใคร? เห็นแล้วหดหู่ใจเหลือเกิน ทำไมเด็กเกิดมาเพื่อความลำบากหรืออย่างไร ความลำบากไม่น่ามาตกที่เด็ก ใครเลือกเกิดได้บ้าง? เมื่อสอบถามชาวบ้านว่าเด็กเป็นลูกใคร จึงได้พบคำตอบว่า...

เห็นแล้วก็สงสาร แต่เด็กๆ ก็ยังดีรู้จักบุญคุณ รู้จักทำมาหากิน ออกเดินเก็บขวดขายทุกวัน วันนี้เศร้าหน่อย คนน้อง คือคนที่กำลังถือขวดนม ตัวร้อนจี๋ ไม่สบาย แต่ก็ต้องออกมาหาขวดขายกับพี่ๆ น่าสงสารมากๆ”

เรื่องราวความรันทดของทั้ง 3 พี่น้อง เริ่มต้นแม่ของเด็กวัย 25 ปี ทอดทิ้งไว้ให้ “ตา-ยาย” ดูแล แต่เด็กทั้ง 3 คน ยังมีน้องชายอีกคน ที่ผู้เป็นยายเลี้ยงดูอยู่ที่บ้าน ลักษณะเป็นห้องแถวติดกัน 3 ห้อง “นางละเอียด มากหลาย” อายุ 54 ปี ผู้เป็นยายของเด็กก็ไม่ไหวจะเลี้ยงดู พ่อแม่ของเด็กแยกทางกัน
ขณะนี้หลานๆ อายุ 7 ปี 5 ปี 4 ปี และ 3 ปี ทั้งหมด 4 คน ก็คนละพ่อกันทั้งนั้น แม่ทำหมันแล้ว และไม่มีพ่อคนไหนส่งเสียเลี้ยงดูเด็กๆ ส่วนผู้เป็นตาประกอบอาชีพ รปภ.



บางทีปัญหาโครงสร้างทางสังคม ก็ลึกซึ้งจนน่าสงสารมากเหลือเกิน...จริงอยู่ที่ทุกคน
“มีมือมีเท้า” เท่ากัน!! แต่โอกาสทางสังคมต่างกันอย่างสิ้นเชิง หรือนี่...จะเป็นเพียงห่วงชะตาชีวิตของเด็กๆ แค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น?? ที่เขาต้องอยู่ร่วมกันเพื่อฝ่ามรสุมชีวิต เด็กๆ จะรู้ไหม “มรสุมชีวิตก้อนมหึมา ที่กำลังก่อตัวนี้ มันใหญ่ขนาดไหน” หากเด็กๆ เขารู้ เขาจะรับไหวเหรอ??

บ้านที่อยู่อาศัยทุกวันนี้ เป็นบ้านเช่าเดือนละ 1,500 บาท
ซึ่งระยะหลังแม่ของเด็กกลับมาอยู่ด้วย จึงยึดอาชีพเก็บของเก่าขาย โดยเด็กๆ จะเก็บช่วงกลางวัน และแม่ของเด็กออกเก็บช่วงกลางคืน โดยจะรวบรวมไปขาย 3-4วันครั้ง มีรายได้ครั้งละประมาณ 400-500 บาท

เชื่อว่าหากเด็กๆ ได้รับโอกาส หรือมีความช่วยเหลือเข้ามา น่าจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ เด็กน่าจะได้รับการศึกษาบ้าง เพราะเด็กคืออนาคตของชาติ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้น่าหดหู่ใจ ชาวบ้านก็ช่วยเท่าที่ช่วยได้ บางวันก็ซื้อน้ำ ขนม หรือให้เงินเล็กๆ น้อยๆ นี่แหละชีวิต...ใครคิดว่าตัวเองแย่แล้ว อย่าท้อ!! เพราะเด็กๆ ไม่แย่กว่าอีกเหรอ??



โชคดีมีโซเชียลมีเดีย เจ้าหน้าที่ พมจ.สงขลา ได้ลงพื้นที่มอบเงินช่วยเหลือฉุกเฉิน และแนะนำเรื่องการเข้าศึกษา การเลี้ยงดูโดยเฉพาะระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย อันตรายจากสารเคมีที่ตกค้างอยู่กับขยะและเศษของเก่า มอบเครื่องอุปโภคบริโภคเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น
พิจารณาเสนอที่ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนคุ้มครองเด็กจังหวัดสงขลา เพื่อพิจารณาช่วยเหลือเรื่องทุนประกอบอาชีพ ในการนำมาเป็นทุนเพื่อค้าขายของเก่า

แต่สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ คือ “การศึกษา” ของเด็กๆ เพราะเป็นอนาคตที่จะทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น นี่แหละ...เป็นเพียงบางส่วนของสังคม ที่เราได้เห็นว่ายังมีอีกหลายๆ มุม หลายๆ ชีวิต ต้องได้รับโอกาสและความช่วยเหลือ และเชื่อว่ายังมีคนที่แย่กว่าเราจริงๆ...และยังไร้เดียงสาอีกด้วย.

....................................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิต อาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”

ขอบคุณภาพ : Pannida Nam Zeed


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 47.51K