อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 30 มีนาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 30 มีนาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

วัดใจรัฐแก้ไขแท็กซี่เถื่อน? หรือต้องใช้ถูกกฎแต่ห่วย!!

ผู้โดยสารตาดำๆ รอวัดใจรัฐบาลว่าจะแก้ปัญหา“อูเบอร์” อย่างไร กับปัญหาแท็กซี่เถื่อนผิดกฎหมายแต่บริการดีระดับเฟิร์สคลาสโดนใจคนเมืองกับแท็กซี่ถูกกฎแต่บริการห่วยขั้นเทพ!! อังคารที่ 14 มีนาคม 2560 เวลา 08.00 น.


ลุกลามไปหลายจังหวัดแล้ว ความขัดแย้งระหว่าง “อูเบอร์แท็กซี่กับรถแท็กซี่สาธารณะและรถสองแถว” ที่นำจับอูเบอร์แท็กซี่ เนื่องจากนำรถป้ายดำหรือรถส่วนบุคคลมาวิ่งเป็นรถสาธารณะแย่งลูกค้า

ปัญหานี้เกิดขึ้นมา 3 ปีแล้ว เริ่มตั้งแต่ในกรุงเทพฯ เมื่อ “อูเบอร์” (Uber) รวมทั้ง “แกร็บคาร์” (Grab Car) หรือ แกร็บแท็กซี่ เปิดให้บริการแท็กซี่รูปแบบใหม่ ตอบโจทย์ชาวโซเชียลเน็ตเวิร์ก หรือสังคมออนไลน์ เปิดแอพพลิเคชั่น (Application) ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้งานบนโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตให้บริการเรียกแท็กซี่ และ จยย.รับจ้างผ่านแอพฯ ที่ 2 บริษัทดังใช้เป็นช่องทางทำธุรกิจ

ประกาศโฆษณาทางอินเทอร์เน็ตหรือไปตั้งบูธตามห้างสรรพสินค้าหาสมาชิกขับรถส่วนบุคคล (รถป้ายดำ) มาวิ่งให้บริการประชาชน ทั้งที่เป็นรถเถื่อนผิดกฎหมาย แต่จับผู้โดยสารเป็นตัวประกัน เนื่องจากความพอใจที่ให้บริการสะดวกสบาย รวดเร็ว ไม่ปฎิเสธผู้โดยสารจนหงุดหงิดเสียอารมณ์ รถใหม่เอี่ยม แอร์เย็นฉ่ำ คนขับแต่งตัวดีสุภาพ ถึงจะโขกค่าโดยสารแพงกว่าที่กฎหมายกำหนด สุ่มเสี่ยงก่ออาชญากรรม ตามตัวคนขับได้ยากเพราะไม่เข้าสู่ระบบทะเบียนศูนย์ประวัติผู้ขับขี่รถสาธารณะ แต่ก็ยังได้รับความนิยม



ยิ่งเมื่อผู้โดยสารนำไปเปรียบเทียบกับรถแท็กซี่หรือรถสองแถวถูกกฎหมาย ต้องยอมรับว่าส่วนที่ดีก็มีอยู่ แต่ส่วนที่ไม่ดีก็มีมาก พากันร้องเรียนระนาว อาทิ สภาพรถเก่าทรุดโทรม คนขับแต่งตัวไม่ดี บริการไม่สุภาพ หนำซ้ำโขกค่ารถหรือโกงมิเตอร์ เจอผู้โดยสารต่างชาติก็มักจับขึ้นเขียง เรียกค่าบริการสุดโหดแพงหลายสิบเท่า

ส่วนคนไทยเจอบ่อยก็คือ ปัญหาถูกปฎิเสธผู้โดยสาร ด้วยข้ออ้างเดิมๆ “รีบส่งรถ” หลายครั้งถึงขั้นทะเลาะทำร้ายร่างกายผู้โดยสาร หนำซ้ำลูกค้าสาวๆ กลายเป็นเหยื่อทางเพศถูกกระทำอนาจาร มีการอัดคลิปมาแฉกันว่อนเน็ต กลายเป็น “รถถูกกฎหมายแต่ห่วย!!!”

เมื่อผู้โดยสารมีทางเลือกในการใช้บริการ ยอมจ่ายแพงขึ้น เพราะรถเถื่อนโดนใจ ธุรกิจแท็กซี่ให้บริการผ่านแอพฯ เติบโต กระจายไปหลายจังหวัดท่องเที่ยว ทำให้เจ้าถิ่นอย่างแท็กซี่และสองแถวไม่พอใจ ลุกฮือขึ้นมาร้องเรียนและนำเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก ทหารและตำรวจนำจับ ขณะที่แฟนคลับแท็กซี่ผ่านแอพฯ ก็เรียกร้องให้ภาครัฐเร่งจัดการ เป็นช่องทางให้บริษัทอูเบอร์ถึงกับล่ารายชื่อผู้โดยสารเพื่อกดดันรัฐบาล





สนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก บอกว่า กรมฯ ไม่ได้ปฎิเสธหรือขัดขวางการนำเทคโนโลยีมาใช้อำนวยความสะดวกประชาชน แต่ต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตกฎหมาย ที่ผ่านมาได้รับร้องเรียนจากผู้ประกอบการรถแท็กซี่สังกัดสหกรณ์ต่างๆ ว่าแท็กซี่ผ่านแอพฯ แย่งผู้โดยสารทั้งที่เป็นแท็กซี่เถื่อน เมื่อมีการนำจับก็ต้องดำเนินคดีข้อหาไม่จดทะเบียนเป็นรถสาธารณะป้ายเหลืองตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 ถือว่าใช้รถผิดประเภท มีโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท ไม่ใช้มาตรค่าโดยสารตามที่ราชการกำหนดปรับสูงสุด 1,000 บาท ไม่มีใบขับขี่รถสาธารณะ ปรับสูงสุด 1,000 บาท

อีกทั้งการให้ชำระค่าโดยสารผ่านบัตรเครดิต อาจส่งผลต่อความปลอดภัยทางธุรกรรมและอาจก่ออาชญากรรมอื่นๆ แม้กรมฯ จะสั่งปิดแอพฯ ไม่ได้ และยังไม่ใช้มาตรการ 44 มาจัดการ แต่ขอเตือนประชาชนอย่าใช้บริการรถแท็กซี่ผิดกฎหมาย ถ้าพบเห็นให้แจ้งตำรวจหรือโทรฯ แจ้ง 1584 ผู้ที่สมัครสมาชิกฯ ก็ต้องตระหนักว่ากำลังสุ่มเสี่ยงที่จะถูกจับ รวมทั้งมีนโยบายยกระดับมาตรฐานการให้บริการของแท็กซี่ถูกกฎหมายควบคู่กันไป



ด้าน นายพิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม ย้ำว่ากระทรวงคมนาคมสนับสนุนการใช้บริการเรียกแท็กซี่ผ่านแอพฯ ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เพื่อความสะดวกของประชาชน แต่การเรียกใช้บริการเหล่านี้ต้องปลอดภัยและประชาชนต้องไม่เสียประโยชน์ เพราะการเรียกรถแท็กซี่ผ่านแอพฯ ผิดกฎหมายในต่างประเทศมีบทเรียนมาแล้วจากการบริหารจัดการที่ไม่ดี จะมีผลเสียกับประชาชน

ดังนั้นบริการอูเบอร์ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายไทย ไม่สามารถนำรถส่วนบุคคลไปวิ่งรับส่งผู้โยสารได้ แต่ต้องนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาจดทะเบียนให้เป็นรถป้ายเหลืองและทำประวัติคนขับ จึงให้บริการประชาชนได้ จะมาอ้างว่าให้บริการประชาชนได้เป็นอย่างดี แต่ถูกภาครัฐจับกุมได้อย่างไร ในเมื่อภาครัฐต้องดูแลสวัสดิภาพความปลอดภัยของประชาชนภายใต้กฎหมายไทย อย่างไรก็ตามสัปดาห์นี้จะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าหารือปัญหาอูเบอร์ให้เข้ามาอยู่ในระบบอย่างถูกกฎหมาย

รอวัดใจรัฐบาล จัดการปัญหา “รถเถื่อนแต่โดนใจประชาชน” เมินใช้ “รถถูกกฎหมายเพราะบริการห่วย!!”
…....................................
คอลัมน์ : มุมคนเมือง
โดย “เทียนหยด”

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 452