อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 เมษายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 เมษายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

หยุด...!! ตั้งสติก่อนพุทธล่มสลาย

ชาวพุทธส่วนหนึ่งมองโลกแคบ มักมองว่าศาสนาพุทธมีของดีในตัวเอง ไม่ล่มสลายหากปฎิบัติตามหลักศาสนา แต่ลืมดูว่าศาสนาพุทธที่อินเดีย อินโดนีเซีย และปากีสถานในอดีตล่มสลายเพราะอะไร? พุธที่ 15 มีนาคม 2560 เวลา 10.00 น.


หลังจาก กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ “ดีเอสไอ” ยุติการค้น วัดพระธรรมกาย ลง ซึ่งก่อนหน้านี้ผนึกหน่วยความมั่นคงเกือบทุกภาคส่วนใช้กำลังพลมากกว่า 4,000 นาย ปิดล้อมวัดธรรมกายตลอด 23 วัน ตั้งด่านควบคุมมวลชน ปิดสัญญาณโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต ใช้เงินมหาศาลมากกว่า 100 ล้านบาท

มีภาพการปะทะกันในบางวันระหว่างทหารกับพระภิกษุและศิษยานุศิษย์วัดธรรมกาย ประชาชนรอบวัดเดือดร้อนค้าขายไม่ได้ การเดินทางสัญจรลำบาก เพราะถนนที่เคยใช้ประจำ เช่น ถนนเลียบคลองแอน ถนนเลียบคลองสอง ปิดการสัญจรทำให้ประชาชนรอบวัดมีการปะทะอารมณ์กับทหารที่ตั้งด่านอยู่เนืองๆ ภาพเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อ “ภาพลักษณ์ประเทศไทย ภาพลักษณ์พระพุทธศาสนา” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้



บทสรุป คือ พระธัมมชโย ไม่อยู่ในวัด กลายเป็นผู้ต้องหาหนีคดีและการไล่ล่าก็ยังคงอยู่ แต่บางคนก็ยัง “มโน” เชื่อว่ายังอยู่ในวัด ทั้งๆ ที่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอค้นเกือบทุกซอกทุกมุมแล้ว และไม่เฉพาะเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเท่านั้นที่เข้าตรวจค้น มีทั้งเจ้าคณะจังหวัด พระวินยาธิการ (ตำรวจพระ) เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ฝ่ายปกครอง และบางพื้นที่มีทหารเข้าร่วมด้วย

คนที่ไม่เชื่อก็ยัง “มโน” อยู่ และเชื่อว่า “พระธัมมชโย” ยังแอบซ่อนตัวอยู่ในวัด บางคน “เพ้อ” ขนาดวัดธรรมกายมีห้อง “ใต้ดิน” มีอุโมงค์เชื่อมต่อกันไปมา “ยุ” ให้ค้นต่อ ทั้งๆ ที่เจ้าหน้าที่ตรวจค้นไปหมดแล้ว บางคนจินตนาการไปถึงขนาดที่ว่า “เกิดศึกแย่งชิงเจ้าอาวาสกันแล้ว” พูดแบบ “เอามันส์” พูดแบบไม่เข้าใจวัฒนธรรมองค์กรคณะสงฆ์



ความสั่นคลอนพุทธศาสนาในไทยขณะนี้ มีชาวพุทธส่วนหนึ่งเชื่อว่า  “หากชาวพุทธมุ่งร้าย กล่าวร้ายกันเองแบบนี้ ไม่เกิน 100 ปี พระพุทธศาสนาในไทยถึงจุดจบ”  และโดยเฉพาะวัฒนธรรมชาวพุทธส่วนใหญ่มักไม่ยินดียินร้ายกับสิ่งที่มากระทบกับ เรื่องที่มิใช่ของตัวเอง และชาวพุทธจำนวนมากถูกสอนให้ “ปล่อยวาง” แต่กลับกลายเป็นคน “วางเฉย” หรือ “ทอดธุระ” ใช้ชีวิตไปตามบุญตามกรรมลืมเรื่องส่วนรวม โดยเฉพาะภัยที่มากระทบกับพระพุทธศาสนา

จริงอยู่ชาวพุทธส่วนหนึ่ง “มองโลกแคบ” มักมองว่า “ศาสนาพุทธมีของดีในตัวมันเอง ไม่ล่มสลายหรอก หากชาวพุทธปฎิบัติตามหลักศาสนา” ลืมแลดูว่าศาสนาพุทธที่อินเดีย อินโดนีเซีย และในปากีสถานในอดีตล่มสลาย เพราะ อะไร?ไม่เคยศึกษาประวัติศาสตร์ ไม่เคยอ่านหนังสือ ตัดสินเหตุการณ์ปัจจุบันด้วย “อคติ”

ซ้ำบางพวกอ่านพระไตรปิฎกมากตีความไปต่างๆ นานา บางสำนักถึงขนาดรณรงค์ “ห้ามพระรับเงิน” โดยไม่ดูบริบทของสังคม โดยไม่ดูความจำเป็นของการดำรงชีพของพระคุณเจ้าว่า “พระคุณเจ้ารับเงินแล้ว ท่านไปทำอะไร บางรูปไปสร้างโรงพยาบาล สร้างสะพาน สร้างโรงเรียนการกุศล สร้างบ้านพักคนชรา” พระรับเงินแล้วท่านอนุเคราะห์ชาวบ้าน พัฒนาชุมชน ช่วยเหลือภาครัฐในการพัฒนาชุมชน หมู่บ้าน บางรูป “ท่านเป็นเพียงสะพานบุญ” ให้เท่านั้น



จริงอยู่บางรูปอาจจะใช้เงินที่คนศรัทธาถวายไปในทางผิด ในส่วนตัวผมคิดว่า...มีเพียงไม่กี่รูป อันนี้แหละต้องแก้ไข หากเหมารวมออกฎหมายมาคุมพระสงฆ์ มาคุม “ความศรัทธา” ของชาวบ้าน สุดท้ายโดยภาพรวมศาสนาพุทธในประเทศไทยก็จะตามรอยศาสนาพุทธในอินเดีย คือ “ล่มสลาย” เพราะกลุ่มคนที่เสนอกฎหมาย “ห้ามพระรับเงิน”

ส่วนใหญ่ก็เป็นชาวพุทธ แต่คนกลุ่มนี้อาจศึกษาไม่รอบด้าน และบางคนก็บวชตามประเพณีหรือบางคนอาจเคยบวชนานแต่ไม่เคยบริหารวัดเลยไม่รู้ว่า “วัดต้องจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบุรณะวัด ค่าก่อสร้าง” เพราะเจ้าอาวาสให้เรียนฟรี อยู่ฟรีมาตลอดการครองสมณเพศ และในชีวิตจริงชาวบ้านที่ไหนอยากถวายเงินให้วัด มีแต่ศรัทธาพระภิกษุรูปไหน ก็ถวายให้ภิกษุรูปนั้น เว้นวัดที่มีพระพุทธรูปที่คนเคารพ หรือเป็นแหล่งท่องเที่ยว อันนี้อีกกรณีหนึ่ง หากไปเหมารวมทุกวัด พระทุกรูปแค่คิดก็เป็นไปไม่ได้แล้ว



วัดตามชนบทอย่าว่าแต่วัดหรือพระมีเงินเลย บางวัดพระเจ้าคณะปกครองต้องจ้างพระเฝ้าวัด พระต้องหาอาหาร ต้องหุงข้าวกินกันเอง ซ้ำตอนนี้คนบวชก็น้อยลง วัดร้างเพิ่มมากขึ้น ทำอย่างไรให้วัดร้างกลายเป็นวัดรุ่ง? ทำอย่างไรให้คนหันมาสนใจปฎิบัติธรรม ให้เด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่เข้าวัด? ทำอย่างไรให้มีศาสนทายาทเพิ่มขึ้น? เพื่อไปดูแลวัด เพื่อไปอยู่สร้างขวัญกำลังใจให้ชาวบ้านได้ทำบุญยามเข้าพรรษาหรือเทศกาลสำคัญ ตรงนี้ต่างหากที่คณะชาวพุทธต้องร่วมกันคิด ต้องร่วมกันทำ ไม่ใช่ “เล่นงานพระ” แบบสนุกปากไม่เกรงกลัวบาปกรรมกันแบบนี้

เรื่องศาสนาพุทธในประเทศไทย “กำลังจะล่มสลาย” นี้หาก พลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา ไม่เชื่อ ท่านลองไปถามพระคุณเจ้าที่ท่านเคารพนับถือที่อยู่วัดฝั่งธนบุรีก็ได้ หาก คุณสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ไม่เชื่อลองไปถามพระคุณเจ้าที่อยู่จังหวัดชัยนาท ที่ท่านนับถือหรือวัดป่าที่ท่านชอบเข้าก็ได้

...ทั้ง 2 ท่านทำงานด้านความมั่นคงมาทั้งชีวิต น่าจะเคยได้ยินคำว่าประเทศไทยประกอบด้วย “ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” ใน 3 สถาบันนี้ หากสถาบันใดสถาบันหนึ่งกระทบย่อมส่งผลกระทบต่อสถาบันอื่นด้วย หากไม่รู้เพราะอะไรให้ไปถามป้าเช็ง!!
….................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com
ขอบคุณภาพ : สดจากวัด Live from Wat

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    96%
  • ไม่เห็นด้วย
    4%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 12.19K