อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 เมษายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 เมษายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ประโยชน์'พระวินัย 10ข้อ' เพื่อ"ภิกษุ"อยู่ร่วมกันด้วยดี

พระพุทธองค์ทรงบัญญัติพระวินัยแก่ “ภิกษุ” เป็นข้อประพฤติและข้อปฏิบัติ 227 ข้อ เพื่อให้ “ภิกษุ” อยู่ร่วมกันด้วยดี ซึ่งประโยชน์ของพระวินัยมี 10 ประการ ดังนี้... พฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม 2560 เวลา 10.00 น.


ชายที่บวชเป็นพระในพระพุทธศาสนา เรียกว่า “ภิกษุ” เป็น 1 ใน 3 ของพุทธบริษัทในปัจจุบัน ประกอบด้วย ภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา ผู้ที่บวชเป็นภิกษุมีหน้าที่ 2 ประการ โดย ประการแรก คือคันถธุระโดยการศึกษาพระธรรม เป็นคำสอนของพระบรมศาสดา พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีอยู่ในพระไตรปิฎก

ประกอบด้วย พระวินัยปิฎก (ประมวลกฎข้อบังคับ เกี่ยวกับความประพฤติของพระสงฆ์) พระสุตตันตปิฎก (ประมวลพระพุทธพจน์ที่เกี่ยวกับเทศนาธรรม ประกอบด้วย เนื้อหาสาระ บุคคล เหตุการณ์ สถานที่ ตลอดจนบทประพันธ์ชาดก) พระอภิธรรมปิฎก (ประมวลหลักธรรมและคำอธิบายที่เป็นหลักวิชาล้วนๆ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และบุคคลซึ่งเป็นสภาวธรรมของความเป็นอนัตตา)





ประการที่ 2 คือ วิปัสสนาธุระ โดยการน้อมนำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์มาประพฤติ ปฏิบัติ รักษากาย วาจา ใจให้สุจริต หมั่นฝึกฝนอบรมตนในการขัดเกลากิเลส หมั่นเจริญสติและเจริญปัญญา ถือครองสมณเพศ เป็นอยู่ง่ายด้วยเครื่องอัฐบริขาร 8 อย่าง ได้แก่ สบง จีวร สังฆาฏิ บาตร มีดโกนหรือมีดตัดเล็บ เข็ม ประคดเอว กระบอกกรองนํ้า (ธมกรก) เป็นเนื้อนาบุญของอุบาสกและอุบาสิกาโดยการออกบิณฑบาตประกอบศาสนพิธี เผยแผ่พระธรรมแก่อุบาสกและอุบาสิกา กิจอื่นใดนอกเหนือจากนี้ล้วนไม่ใช่กิจของภิกษุทั้งสิ้น

พระพุทธองค์ทรงบัญญัติพระวินัยแก่ “ภิกษุ” ซึ่งเป็นข้อประพฤติและข้อปฏิบัติ 227 ข้อ เพื่อให้ “ภิกษุ” อยู่ร่วมกันด้วยดี ประโยชน์ของพระวินัยมี 10 ประการดังนี้

1.เพื่อความดีแห่งหมู่
2.เพื่อความสำราญ (ไม่เดือดร้อน) แห่งหมู่
3.เพื่อกำจัดบุคคลเก้อยาก (หน้าด้าน, ไม่ละอาย)
4.เพื่อความอยู่เย็นผาสุกแห่งผู้มีศีลเป็นที่รัก
5.เพื่อระวังอาสวะ(กิเลสที่หมักหมม นอนเนื่องทับถมอยู่ในจิต)
6.เพื่อระวังอาสวะ (กิเลสที่หมักหมม นอนเนื่องทับถมอยู่ในจิต) ที่จะมีต่อไปวันข้างหน้า
7.เพื่อความเลื่อมใสของผู้ที่ยังไม่เลื่อมใส
8.เพื่อความเจริญยิ่งๆ ของผู้เลื่อมใสแล้ว
9.เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม (ธรรมอันดี)
10.เพื่ออุดหนุนพระวินัย



ผู้ที่อุปสมบทเป็น “ภิกษุในครั้งพุทธกาล” ล้วนเป็นผู้ที่ได้สะสมการขัดเกลากิเลสมาก่อนในอดีตชาติ จึงมีความศรัทธาในพระธรรมเป็นอย่างยิ่งและมีความเคารพในพระวินัยอย่างเคร่งครัด ผู้ที่อุปสมบทในกาลครั้งนั้นมีทั้งราชกุมาร พระญาติของกษัตริย์ พราหมณ์ และชาวบ้านทั่วไป เนื่องจากเห็นภัยของการเวียนว่ายตายเกิด (วัฏสงสาร)

ผู้ที่อุปสมบทเป็น “ภิกษุในประเทศไทย” น้อยนักที่จะเป็นผู้ศรัทธาในพระธรรมอย่างแท้จริง ส่วนใหญ่อุปสมบทตามประเพณีหรือมีเหตุผลเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล เมื่ออุปสมบทเป็น “ภิกษุ” แล้วก็ไม่ได้ให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับการทำหน้าที่ของ “ภิกษุ” ทั้งในด้านคันถธุระและวิปัสสนาธุระ จึงไม่มีความรู้ความเข้าใจในพระธรรมอย่างถูกต้อง ไม่เป็นผู้ประพฤติปฏิบัติตามพระวินัยอย่างเคร่งครัด



โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระพุทธองค์ทรงบัญญัติสิกขาบท มิให้ “ภิกษุ” ยินดีและรับเงินทองดังที่ปรากฏอยู่ในพระวินัยปิฎกที่ว่า “…ภิกษุใดรับเองก็ดี ให้ผู้อื่นรับก็ดี หรือยินดีกับเงินและทองที่ผู้อื่นเก็บไว้ให้ เป็นอาบัติ นิสสัคคิยปาจิตตีย์…” ปัจจุบัน “ภิกษุ” ส่วนใหญ่ไม่ได้ประพฤติปฏิบัติตามพระวินัยในข้อนี้ ซึ่งถือได้ว่า ภิกษุผู้เป็นหัวหน้าของพุทธบริษัทไม่เคารพสิกขาบทที่พระพุธองค์ทรงบัญญัติไว้จึงกลับเป็นผู้ทำลายพระพุทธศาสนาเสียเอง”

พระธรรมวินัย ประกอบด้วย “หลักธรรมคำสอน” ของพระพุทธองค์และเป็นวินัยสำหรับภิกษุ 227 ข้อ ที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้เพื่อมิให้ “ภิกษุ” ล่วงละเมิดเป็นสิ่งที่ “ภิกษุ” ต้องให้ความเคารพอย่างสูงสุด มิเช่นนั้นแล้วก็หาใช่ “ภิกษุในพระธรรมวินัยไม่”
….................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


ขอบคุณภาพประกอบจาก : www.buddhawish.com, www.web-pra.com, อารมณ์ดี สุขสงบ, วิกิพีเดีย

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 318