อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 ตุลาคม 2560
เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 ตุลาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

'ยุทธวิธีโหด'ฝึกรบประชิด ช่วยเหลือตัวประกัน ตอน1

“การฝึกรบประชิด” ศาสตร์แห่งการสู้รบด้วยอาวุธปืนห้ำหั่นกันในพื้นที่แคบจนบางครั้งแทบจะหายใจรดต้นคอกันเลยทีเดียว เพื่อช่วยเหลือตัวประกันจากกลุ่มผู้ก่อการร้าย พฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม 2560 เวลา 09.00 น.


สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน IRON SOLDIERS ในสัปดาห์นี้ขอนำเสนอ “การฝึกรบประชิด” ศาสตร์แห่งการสู้รบด้วยอาวุธปืนในพื้นที่แคบจนบางครั้งแทบจะหายใจรดต้นคอกันเลยทีเดียว ซึ่งผู้อ่านหลายๆ ท่านคงเคยได้ยินในชื่อของ CQB” หรือที่เรียกเต็มๆว่า “Close Quarter Battle”

ศาสตร์การรบนี้เป็นเทคนิคการต่อสู้โดยใช้อาวุธปืนเข้าห้ำหั่นกัน ในระยะประมาณ 7-25 หลา อาจกล่าวได้ว่าเป็นการสู้รบในพื้นที่จำกัด โดยพื้นที่นั้นจะมีด้วยกันหลายลักษณะ ยกตัวอย่างเช่น บ้านพัก โรงแรม โรงเรียน อาคารสำนักงาน สถานีรถไฟ แท่นขุดเจาะน้ำมัน สนามบิน เป็นต้น



กล่าวคือ มีลักษณะเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มั่นคงแข็งแรง แม้แต่ยานพาหนะที่เราขับขี่กันอยู่ทุกวันก็ถือว่าเป็นพื้นที่มั่นคงได้เหมือนกัน เช่น รถไฟฟ้า รถไฟ เครื่องบิน เรือ รถบัส รถยนต์ เป็นต้น พูดง่ายๆ คือมีลักษณะเป็นที่กำบังและมีความมั่นคงแข็งแรง เหมาะแก่การหลบซ่อนกำบัง โดยจะต้องทำการใช้อาวุธในระยะที่ใกล้หรือเกือบประชิดตัวของคู่ต่อสู้ ปกติแล้วศาสตร์การรบนี้จะใช้ใน “การฝึกเพื่อเข้าช่วยเหลือตัวประกันจากกลุ่มผู้ก่อการร้าย”



ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โลกเริ่มเข้าสู่สภาวะ “สงครามเย็น” ได้เกิดการก่อการร้ายสากลขึ้นมากมายทั่วโลก และมักเกิดเหตุการณ์ผู้ก่อการร้ายจับยึดตัวประกันในกลุ่มประเทศแถบเอเชียตะวันออกกลาง โดยมักใช้เป็นข้อต่อรองเพื่อเรียกร้องผลประโยชน์ทางการเมือง โดยกลุ่มผู้ปฏิบัติอาจเป็นเพียงแค่กลุ่มคน องค์กร ลัทธิ หรือแม้แต่ระดับประเทศก็สามารถสร้างผู้ก่อการร้ายขึ้นมาได้

และนิยมใช้วิธีการนี้มากกว่าการทำสงคราม เพราะเนื่องจากมีกำลังพลน้อยกว่ามากจึงใช้การก่อการร้ายในการปฏิบัติ ซึ่งทำให้เห็นว่าการก่อการร้ายนั้นสามารถสร้างความเสียหายให้กับประเทศคู่อริได้อย่างมากมายมหาศาล โดยเฉพาะในประเทศอิสราเอลได้เกิดการก่อการร้ายขึ้นบ่อยครั้งมาก จากการปฏิบัติการของ กลุ่มชาวปาเลสไตน์ ที่ต้องการเรียกร้องผืนแผ่นดินที่อ้างว่าเป็นแผ่นดินแม่แผ่นดินบ้านเกิดอันเก่าแก่ คือ “ดินแดนประเทศอิสราเอล” ปัจจุบันคืน

จึงได้ใช้วิธีการก่อการร้ายเรื่อยมา ในทางกลับกัน ประเทศอิสราเอล นี้ก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ ทำการฝึก CQB และใช้หลักการนี้ในการเข้าช่วยตัวประกันจนสามารถปฏิบัติการได้เป็นผลสำเร็จ ในหลายๆ ครั้งจนเป็นที่รู้จักและนิยมนำมาใช้ในการฝึกให้กับเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ เพื่อใช้ปฏิบัติงานเข้าช่วยเหลือตัวประกันกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก



สำหรับใน ประเทศไทย ได้รับแนวการฝึกตาม “หลักการ CQB” เข้ามาในช่วงปี พ.ศ.2520 ยุคหลังสงครามเวียดนามสมัยนั้นได้เกิดแนวคิดใน “การช่วยเหลือตัวประกัน” ขึ้น หากการเจรจาต่อรองไม่สำเร็จและเพื่อแสดงเห็นถึงว่ารัฐบาลประเทศไทยมีหน่วยงานที่ได้รับการฝึกฝนเป็นพิเศษ เพื่อใช้ในการป้องกันหรือปราบปรามการก่อการร้ายสากลเป็นอย่างดี

รวมถึงเพื่อรักษาเสถียรภาพแห่งรัฐ มีการเมืองการปกครองที่มั่นคง และประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ปลอดภัยจากเหตุร้ายดังกล่าว จนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างสงบสุข ซึ่งใน ประเทศไทย ได้เกิดเหตุการณ์จับยึดตัวประกันครั้งแรกในเดือนธันวาคม ปี พ.ศ.2515 เหตุการณ์ในครั้งนั้นได้มีการปล้นยึด สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ไว้ เพื่อเรียกร้องให้อิสราเอลปล่อยตัวนักโทษ 36 คน

ในเหตุการณ์ที่สามารถสร้างชื่อให้กับ ประเทศไทย ได้เป็นอย่างดี คือเหตุการณ์การปล้นยึดเครื่องบินสายการบินการูด้าจากประเทศอินโดนีเซียมาลงประเทศไทย ณ สนามบินดอนเมือง เหตุการณ์ในครั้งนั้น เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษ หน่วย COMMANDO กองทัพอากาศ สามารถเข้าช่วยเหลือตัวประกันได้ไว้สำเร็จ โดยผู้ก่อการร้ายถูกปราบปรามเสียชีวิตทั้งหมด

การปฏิบัติการในครั้งนั้นนับว่าเป็นการใช้ “ศาสตร์หลักการ CQB” ที่ได้ผล และประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรก ซึ่งต่อมาหลายๆ หน่วยงานในภาครัฐได้แลเห็นความสำคัญในการฝึกด้านนี้ จึงได้ทำการพัฒนาบุคคลากรของตนเพื่อเสริมสร้างความสามารถของข้าราชการทหาร - ตำรวจภายในหน่วยงานของตน เพื่อที่หวังว่าสักวันหนึ่งจะได้แสดงความสามารถในด้านนี้ให้เป็นที่ประจักษ์อีกครั้ง

แต่ปัจจุบันกลับพบว่า “หลักการ CQB” ได้เข้ามามีบทบาทในกลุ่มผู้เล่นอาวุธปืนที่เป็นพลเรือนมากขึ้น กลายเป็นเกมส์กีฬาที่เล่นเพื่อความสนุกและสร้างความสามัคคีกันอย่างแพร่หลาย เช่น การเล่น Paint Ball” หรือ BB GUN” ที่ต้องใช้ทักษะการรบประชิดในการเข้ายิงโจมตีกับคู่แข่ง ซึ่งถือว่านี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ “หลักการ CQB” เท่านั้น



ในความเป็นจริงนั้นผู้ที่จะปฏิบัติต้องเข้าใจ “หลักการของ CQB” อย่างแท้จริงเสียก่อน จึงจะสามารถปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตาม “หลัก CQB” การปฏิบัติจะต้องมีความ Surprise หรือการจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว ต่อมาคือความรวดเร็วและความรุนแรงในการโจมตีอย่างหนักหน่วง รวมถึงต้องตัดสินใจเด็ดขาดในการปฏิบัติการ อีกทั้งต้องมีความต่อเนื่องภายในทีม และมีความแม่นยำด้วย

เพราะเนื่องจากพื้นที่ระยะไม่เกิน 25 หลานั้น มีโอกาสที่ฝ่ายตรงกันข้ามจะใช้อาวุธยิงถูกฝ่ายเราสูงมาก และยิ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่มี Obstacle หรือที่กำบังแล้ว ย่อมเป็นไปได้มากที่เราจะถูกยิงได้ด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่า “เป็นการแลกกันแบบหมัดต่อหมัด ใครแม่นกว่าเร็วกว่าย่อมมีโอกาสรอดมากกว่า” และสุดท้าย คือ Team Work” หรือความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในทุกๆ การปฏิบัติการ เรียกได้ว่า “ผู้ร่วมทีมจะต้องมองตารู้ใจกัน” บอกซ้ายคือซ้าย บอกขวาคือขวา ดังนั้นสมาชิกทุกคนภายในทีมจึงต้องมีความเข้าใจกันอย่างถ่องแท้เพื่อสามารถปฏิบัติภารกิจรวมกันได้อย่างมีศักยภาพ...

ในคราวหน้าเรามาดูกันว่ามาตรการและขั้นตอนการฝึก “หลักการ CQB” มีวิธีการที่สำคัญอย่างไรบ้าง เพื่อให้กลายเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีความสามารถพิเศษที่พร้อมช่วยเหลือตัวประกันได้ทุกเมื่อทุกสภาพการณ์...
…............................................
คอลัมน์ : IRON SOLDIERS ทหารเหล็ก มหากาฬ
โดย “จิ้งจอกทะเล”

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 585