อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 เมษายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 เมษายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

'ป.3'ยากจนอยู่เพิงผุกับแม่ รันทดเชือกฟางเย็บกางเกง

ช่วยเด็กพิเศษ ป.3 ยากจนอาศัยเพิงผุพังอยู่กับแม่ สุดรันทดกางเกงขาดต้องใช้เชือกฟางเย็บ มีเสื้อนักเรียน 2 ตัว และกางเกงตัวที่ขาด 1 ตัว อาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2560 เวลา 08.00 น.


เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ใครบ้างที่เห็นข่าว “เด็ก ป.3” คนหนึ่งผ่านโลกออนไลน์??? ที่ต้องใช้เชือกฟางเย็บกางเกง แต่ก็ชีวิตที่เลือกเกิดไม่ได้อีกหลายๆ ชีวิต ยังมีอีกเยอะในสังคมไทย ช่วยกันคนละเล็กละน้อย เพื่อเด็กน้อยผู้น่าสงสาร ยิ่งครูที่เลือกสอนในพื้นที่ชนบท ยิ่งต้องเห็นภาพความลำบากของนักเรียน และเสียสละมากกว่าที่คุณเห็น

เช่นเดียวกับ “ว่าที่ร้อยตรี ทินวัฒน์ เทียมเพ็ง” หรือ “ครูโอ๊ด” ครูพละหนุ่ม อัตราจ้าง รร.บ้านแสงสว่าง หมู่ 7 ต.แสงสว่าง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี ด้วยความเป็นพ่อพิมพ์ของชาติ เห็น “ด..นพกร ดินจันทร์” หรือ “น้องเอส” อายุ 9 ขวบ ชั้น ป.3 ในสภาพเช่นนี้ไม่ได้

และด้วยหน้าที่ตรวจเครื่องแต่งกายนักเรียน เห็นแล้ว
“มันหดหู่ใจ” ทำไมลำบากขนาดนี้ ทว่า...ครูหนุ่มคนนี้ก็เคยสัมผัสช่วงความลำบากเช่นนี้ ซึ่งแทบไม่ต่างกันแม้แต่น้อย เพียงแต่เมื่อโตขึ้นได้รับโอกาสทางการศึกษาจากผู้ใหญ่ จึงขอเลือกทำหน้าที่ “พ่อพิมพ์ของชาติ” เพื่อตอบแทน



 “โอกาสมาจากไหน...? ผมเคยได้รับและผมจะเป็นผู้ให้บ้าง พื้นฐานชีวิตทุกคนมีไม่เท่ากัน ถ้าคุณเป็นผมคุณจะทำอย่างไร ครูจะหามาให้ เพื่อนักเรียนจะพยายามหามาให้ได้ครับ” 

บางคนที่ได้เห็นภาพถึงกลับบอกว่า “ครั้งหนึ่งในชีวิตผม” ก็เคยใช้เชือกฟางมัดกางเกงวอร์มไปโรงเรียน แต่เด็กในภาพนี้คงจะลำบากมากกว่าจริงๆ ซึ่งเมื่อครูหนุ่มลงพื้นที่ไปเยี่ยมบ้าน ลักษณะเป็นเพิงมุงสังกะสีเก่า เลขที่ 170 หมู่ 7 บ้านแสงสว่าง ต.แสงสว่าง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี ห้องนอนกับห้องครัว คือที่เดียวกัน มีเสื้อนักเรียน 2 ตัว กับกางเกงตัวที่ขาด 1 ตัว โธ่....ชีวิตเด็กฐานะยากจน...“ถึงครูมีไม่มากแต่ก็อยากช่วย”

เพิงสภาพทรุดโทรมหลังนี้ “น้องเอส” และ “นางนรี นาใจคง” อายุ 46 ปี ผู้เป็นแม่ อยู่ด้วยกัน 2 แม่ลูก บนพื้นที่ของญาติ ซึ่ง “น้องเอส” มีพี่สาวต่างพ่อ 1 คน แต่ไปมีครอบครัวอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ ส่งเงินมาให้ใช้ตามที่หาได้ บางวันผู้เป็นแม่จะออกหาเก็บของเก่าขายวันละ 30-50 บาท และออกหารับจ้างตัดอ้อย ขุดมันสำปะหลัง

ใครมีกำลังพอช่วยได้ก็ช่วยกันไป คนจนก็จนจริงๆ “ครูวัชรี สุริยะ” เป็นครูประจำชั้น บอกว่า น้องเอสเป็นเด็กพิเศษ ตอบโต้สมองช้า แต่วาดรูปสวย เขียนหนังสือย้อนจากข้างหลังมาข้างหน้าได้ เขียนหนังสือกลับหัวได้ ซึ่งลายมือสวย แต่เขียนแบบปกติไม่ได้ อ่านไม่คล่อง แต่เราก็รู้ว่าเขาเป็นแบบนี้ จึงต้องดูแล ต้องฝึกกันไปตามความสามารถเด็ก บางวันเขาก็จะมาบอกเราว่า 'ครูครับอยากคัด' ครูก็จะให้คัดลายมือ นี่แหละความสามารถเขา



โดยภาพความรันทด
“กางเกงขาดที่ใช้เชือกฟางเย็บ” ครูวัชรีได้สอบถามจึงได้รับคำตอบว่า นางนรีตั้งใจจะเย็บกางเกง แต่หาเข็มกับด้ายไม่เจอ จึงใช้เชือกฟางเย็บรอยขาดเพื่อให้ลูกใส่ไปโรงเรียน แต่ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังใช้เชือกฟางเย็บรองเท้าแตะ หวังให้ลูกสลับใส่กับรองเท้านักเรียนที่ทั้งเก่าและขาดเต็มทน ซึ่งเมื่อถาม “น้องเอส” ว่าอยากได้อะไร?

“เด็กนิ่ง เหมือนเขายังไม่รู้ มันเกิดอะไรขึ้น ตอบโต้ไม่ได้ขณะนั้น จึงต้องถามย้ำว่า อยากได้กางเกงและชุดนักเรียนตัวใหม่ไหม น้องเอสจึงตอบว่า อยากได้ชุดนักรียนใหม่ครับ” นี่แหละอุดมการณ์...ของครูพื้นที่ชนบท คงไม่มีครูคนไหนที่อยากเห็นศิษย์ลำบาก อย่างน้อยที่สุดสิ่งที่ทำได้ก็พยายามปลูกฝังให้เด็กมีความรู้มากที่สุดเท่าที่เด็กจะรับไหว



ขณะที่ ผอ.รร.บ้านแสงสว่าง “นายสมจิตร บุญกลาง” รับปากช่วยสร้างบ้านให้ใหม่ หลังขอพื้นที่จากญาติๆ นางนรีได้เสียก่อน เพราะทางโรงเรียนพอมีไม้และสังกะสี และคณะครูกับนักเรียนจะช่วยลงมือลงแรง ร่วมกันสร้างให้เร็วที่สุด แต่ช่างโชคดีเหลือเกินเรื่องนี้ถึงหู “ผู้ว่าราชการฯ” และ “ผอ.สำนักงานเขตฯ ประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2” มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น และหน่วยงานอื่นๆ มอบของใช้จำเป็นช่วยเหลือ

ขอบคุณ
“โลกออนไลน์” ที่เป็นเหมือนที่พึ่งยามยาก เผยอีกหลายๆ มุมที่น่าสงสารของใครคนหนึ่ง ที่ที่ผู้คนเข้าไปไม่ถึง และทำให้ได้ข้อคิดที่ว่า ขณะที่เราคิดว่าเราลำบาก เราเหนื่อยเหลือเกิน ทำไมเราถึงไม่มีเหมือนอย่างคนอื่นๆ ความลำบากในความคิดของเรา ยังไม่เท่ากับความลำบากของแม่ลูกคู่นี้เลย พลังของพวกเขาทั้ง 2 คน อาจจะกลายมาเป็นกำลังให้เราสู้ชีวิตได้เช่นกัน.

…...............................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”

ขอบคุณภาพ : ฅน ของแผ่นดิน

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 107.65K