อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"อัพเต้า" สวย แต่เสี่ยง !!?

นับเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสะเทือนวงการการศัลยกรรม “อัพเต้า” เมื่อหน่วยงานด้านสาธารณสุขของสหรัฐอเมริกาออกมาเรียกร้องให้ศัลยแพทย์เสริมสวยทั่วโลกจับตาดูผู้ที่ผ่านการเสริมเต้านมเทียม อาจเกี่ยวข้องกับการเกิดขึ้นของโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองบริเวณเต้าใหม่ อาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2560 เวลา 04.00 น.

นับเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสะเทือนวงการศัลยกรรมความงามพอสมควร โดยเฉพาะการศัลยกรรม “อัพเต้า” เมื่อหน่วยงานด้านสาธารณสุขของสหรัฐอเมริกาออกมาเรียกร้องให้ศัลยแพทย์เสริมสวยทั่วโลกจับตาดูผู้ที่ผ่านการเสริมเต้านมเทียม อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับการเกิดขึ้นของโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองบริเวณเต้าใหม่ด้วยหรือไม่

ล่าสุดสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทยก็ออกมากำชับศัลยแพทย์ทั่วประเทศจับตาเช่นเดียวกันแม้ว่าจนถึงตอนนี้จะยังไม่พบปัญหาที่ว่านี้ในเมืองไทยก็ตาม

ทั้งนี้ เกี่ยวกับความรู้เรื่องโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนั้น นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผอ.โรงพยาบาลวัฒโนสถ ที่ปรึกษาสถาบันมะเร็งแห่งชาติ บอกว่า โรคนี้เกิดขึ้นจากความผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือดขาวลิมโฟไซต์ เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ดังนั้นจึงพบว่าเกิดจากการติดเชื้อโรคสำคัญ ๆ อาทิ เอชไอวี เพราะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคเกี่ยวกับภูมิแพ้ ไทรอยด์อักเสบเรื้อรัง หรือเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย “เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร” หรือ “เอช. ไพโลไร” ซึ่งพบได้ในกระเพาะอาหาร จึงทำให้เป็นที่กระเพาะอาหารนั่นเอง รวมถึงโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองอาจจะเกิดจากการได้รับสารเคมีบางตัว ยาฆ่าแมลง เป็นต้น

ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติปี 2559 ในประเทศไทยพบว่าเป็นมะเร็งที่พบอันดับ 5 ในผู้ชาย มีผู้ป่วยรายใหม่ 2,300 คน และเป็นอันดับที่ 8 ในผู้หญิงมีผู้ป่วยรายใหม่ 1,920 คน และส่วนใหญ่มะเร็งต่อมน้ำเหลืองเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้ทั้งตัว การรักษาทำได้ด้วยการให้ยาเคมีบำบัด หรือการฉายแสง การผ่าตัดอาจจะไม่ได้ผลมากนัก”



นพ.ธีรวุฒิ บอกว่า มะเร็งต่อมน้ำเหลืองจะแบ่งออกเป็นชนิด “ฮอดจ์กิน” และ “นอน-ฮอดจ์กิน” โดยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กินนั้นจะพบได้น้อยกว่า แต่วันนี้จะขอพูดถึงชนิด “นอน-ฮอดจ์กิน” ซึ่งมีมะเร็งที่อยู่ในกลุ่มนี้อีกกว่า 30 ชนิด แยกเป็นกลุ่มบี-เซลล์ (B-Cell) และ ที-เซลล์ (T-Cell) ซึ่ง “ที-เซลล์” ถือว่าพบได้น้อยมากประมาณ 1% เท่านั้น แล้วกรณีที่เป็น “มะเร็งต่อมน้ำเหลืองจากการเสริมเต้านม” จัดเป็นหนึ่งในมะเร็งกลุ่มที่พบน้อย แถมตัวมันเองก็ยังมีเปอร์เซ็นต์ที่พบได้น้อยลงไปอีก

“มะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่เกิดจากการเสริมเต้านมเทียม เรียกว่า อนาพลาสทิค ลาจ เซล ลิมโฟมา (Anaplastic Large Cell Lymphoma : ALCL) หรือ เอแอลซีแอล คือเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายเซลล์เม็ดเลือดขาวก็จะเข้ามาขับสิ่งแปลกปลอมนั้นแต่มากเกินไปก็ทำให้ทีเซลล์ผิดปกติ ซึ่งพบได้น้อยมาก ๆ โอกาสเกิด 1 ใน 1 ล้านคน ที่ทำศัลยกรรมเต้านม”

อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดกับเต้านมเทียมนั้นถือว่าไม่รุนแรง เพราะจะเป็นแค่ บริเวณรอบ ๆ ถุงเต้านมเทียมเท่านั้นไม่แพร่กระจาย ผ่าตัดออกก็หาย ไม่จำเป็นต้องให้ยาเคมีบำบัด หรือฉายแสงเลย ยกเว้นว่าคนไข้ไม่ได้ตระหนักไม่มาหาหมอ อาจจะทำให้เกิดการแพร่กระจายได้

นพ.ธีรวุฒิ ย้ำในตอนท้ายว่า เกี่ยวกับโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่เกิดกับคนเสริมเต้านมนั้นไม่อยากให้ตื่นตระหนกกัน เพราะมีโอกาสเกิดได้น้อยมาก ๆ โอกาสที่จะถูกฟ้าผ่ายังมากกว่าอีก แต่เมื่อมีข้อสงสัยก็ต้องออกมาเตือน และบอกให้ประชาชนทราบว่ามีความเสี่ยงในเรื่องนี้อยู่ เรื่องนี้ไม่ได้ยาก.

...............................
อภิวรรณ เสาเวียง
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 3