อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 ตุลาคม 2560
เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 ตุลาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ควรตรวจวัดระดับวิตามินดี

 “วิตามินดี” ช่วยเสริมสร้างกระดูก ช่วยสะสมแคลเซียมและฟอสฟอรัสในกระดูก และช่วยกระตุ้นให้มีการหลั่งแคลเซียมออกจากผิวกระดูกไปยังกระแสเลือด นอกจากนี้ยังช่วยคุมสมดุลปริมาณการใช้แคลเซียมและฟอสฟอรัสในร่างกาย อาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2560 เวลา 04.30 น.

 “วิตามินดี” ช่วยเสริมสร้างกระดูก ช่วยสะสมแคลเซียมและฟอสฟอรัสในกระดูก และช่วยกระตุ้นให้มีการหลั่งแคลเซียมออกจากผิวกระดูกไปยังกระแสเลือด นอกจากนี้ยังช่วยคุมสมดุลปริมาณการใช้แคลเซียมและฟอสฟอรัสในร่างกาย เพราะเป็นสารสำคัญในการหลั่งฮอร์โมนพาราไทรอยด์ ซึ่งช่วยดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสในลำไส้เข้าสู่กระแสเลือด

ภาวะขาดวิตามินดีสามารถส่งผลต่อชีวิต เนื่องจากวิตามินดีจะทำให้แคลเซียมในกระแสเลือดลดลง และกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนพาราไทรอยด์เพิ่มขึ้น เกิดภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไปและมีแคลเซียมในเลือดสูงขึ้นมาก ซึ่งจะส่งผลต่อการควบคุมความดันโลหิต จนเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวตามมาได้

ปกติเราจะได้รับวิตามินดี จากการรับประทานน้ำมันตับปลาค็อด ปลาที่มีไขมันสูง อาทิ ปลาแซลมอน ปลาทูฝรั่ง (Mackerel) และจากแสงแดดที่มีรังสีอุลตราไวโอเล็ตชนิดบี (UVB) ซึ่งได้รับการสังเคราะห์ผ่านกระบวนการของผิวหนัง ทั้งนี้ วิตามินดีจากทุกแหล่งที่อยู่ในร่างกาย จะถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปที่ออกฤทธิ์ได้ที่บริเวณไต



..นพ.บัญชา สถิระพจน์ แผนกโรคไต กองอายุรกรรม โรงพยาบาลและวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า กล่าวว่า “ประเทศไทย เป็นเมืองร้อนที่มีแดดออกตลอดปี แต่กลับพบว่าคนไทยมีภาวะพร่องวิตามินดีในเลือดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ สาเหตุหลักเพราะคนไทยไม่ค่อยออกแดด คนกรุงเทพฯทำงานในออฟฟิศ ไม่ค่อยได้เจอแดด เวลาออกไปข้างนอกก็ต้องทาครีมกันแดด สวมหมวก กางร่ม”

สาเหตุที่ต้องมีการรณรงค์ให้คนไทยหันมาใส่ใจเรื่องวิตามินดีเนื่องในวันไตโลก เพราะไตและวิตามินดี มีความสัมพันธ์และมีความสำคัญต่อกันเป็นอย่างยิ่ง

ไตเป็นอวัยวะที่สร้างวิตามินดีในรูปพร้อมใช้ (active form) เมื่อไตเสื่อม ประสิทธิภาพในการแปลงสภาพวิตามินดีจากแสงแดดไปใช้ประโยชน์ก็ลดลง การสร้างวิตามินดีในร่างกายน้อยส่งผลให้การดูดซึมแคลเซียมจากอาหารลดลง แคลเซียมในเลือดก็ต่ำลง

ในขณะเดียวกัน วิตามินดีที่ลดลง ส่งผลให้ฟอสเฟสในเลือดสูงขึ้น เนื่องจากมีการผลิตพาราไทรอยด์ฮอร์โมนเพิ่มขึ้น นำไปสู่ภาวะกระดูกบาง อาจทำให้กระดูกหักง่าย และแคลเซียมสะสมอยู่ในผนังเส้นเลือด และมีความเสี่ยงนำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular disease) ตามมา ซึ่งทำให้มีอัตราการตายที่เพิ่มสูงขึ้น



คนไทยที่ป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังมีภาวะพร่องวิตามินดีในระดับที่น่าเป็นห่วง มีข้อมูลจากงานวิจัยเปิดเผยว่า คนไทยกว่า 45% มีระดับวิตามินดีที่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวกรุงเทพฯมากกว่า 60% ได้รับวิตามินดีในระดับที่ไม่เพียงพอที่จะทำให้มีสุขภาพกระดูกและสุขภาพทั่วไปเป็นปกติ

สถิติเกี่ยวกับระยะของโรคไตเรื้อรังที่สัมพันธ์กับภาวะพร่องวิตามินดีจากการวิจัยในคนไข้โรคไตเรื้อรังระยะต่าง ๆ จำนวน 2,895 คน ในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าพบว่า คนไข้โรคไตเรื้อรังตั้งแต่ระยะที่ 3 พบว่ามีภาวะพร่องวิตามินดีสูงถึง 66.6% และมีแนวโน้มพบภาวะพร่องวิตามินดีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อความรุนแรงของโรคเพิ่มขึ้น โดยพบว่าในคนไข้โรคไตระยะสุดท้ายมีภาวะพร่องวิตามินดีสูงถึง 84.7%

ขณะที่ทั่วโลกก็มีประชากรกว่าหนึ่งพันล้านคนได้รับวิตามินดีไม่เพียงพอเช่นกัน แสดงให้เห็นว่าคนเรามองข้ามความสำคัญของการตากแดด และพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดมากจนเกินไป

วิตามินดีมีผลกับทุกอวัยวะ การขาดวิตามินดีอาจทำให้หลอดเลือดแข็งตัว ความดันขึ้น กล้ามเนื้ออ่อนแรง กระดูกบาง กระดูกพรุน ข้อเข่าเสื่อม กระดูกผิดรูป รูมาตอยด์ โรคเบาหวาน แก่กว่าวัย และยังสัมพันธ์กับโรคมะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ และมะเร็งต่อมลูกหมากด้วย การตรวจเลือดในห้องปฏิบัติการเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ทราบว่าเป็นภาวะพร่องวิตามินดีหรือไม่ หากตรวจพบภาวะพร่องวิตามินดี วิธีที่ดีที่สุดคือออกแดดให้เยอะขึ้น แต่ถ้าไม่สามารถออกแดดได้ก็สามารถรับประทานวิตามินดีเสริมได้ แต่ต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัย เพราะการได้รับวิตามินดีมากเกินไปก็เป็นผลเสียเช่นกัน” ..นพ.บัญชา สถิระพจน์ กล่าวสรุป.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 118