อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 มิถุนายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 มิถุนายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

เฝ้าระวัง "ถุงน้ำช็อกโกแลต"

โรคถุงน้ำช็อกโกแลตเป็นภัยเงียบอย่างหนึ่งของสตรี เกิดขึ้นเพราะเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งควรจะอยู่ที่ผนังของโพรงมดลูกเท่านั้น และสามารถหลุดลอกออกเมื่อสตรีมีประจำเดือน อาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2560 เวลา 04.15 น.

โรคถุงน้ำช็อกโกแลตเป็นภัยเงียบอย่างหนึ่งของสตรี เกิดขึ้นเพราะเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งควรจะอยู่ที่ผนังของโพรงมดลูกเท่านั้น และสามารถหลุดลอกออกเมื่อสตรีมีประจำเดือน เกิดความผิดปกติโดยไปเจริญเติบโตอยู่ผิดที่ และเมื่อถึงเวลาจะมีประจำเดือนก็จะหลุดลอกออกสะสมเป็นก้อนถุงน้ำ สีน้ำตาลไหม้คล้ำ จึงเรียกกันว่า โรคถุงน้ำช็อกโกแลต

ความชุกของโรคประมาณการได้ยากเนื่องจากผู้ป่วยอาจไม่แสดงอาการ ในสตรีทั่วไปพบได้ 1-7% แต่ในสตรีที่มีรอยโรคบางอย่าง เช่น ในสตรีที่มีบุตรยากพบโรคนี้ได้ร้อยละ 20-50 สตรีที่มีอาการปวดท้องน้อยมากเวลามีประจำเดือนพบได้ร้อยละ 70-80 โดยในกลุ่มผู้ป่วยโรคบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่นั้นมีหลายชนิด หนึ่งในนั้นคือ กลุ่มที่มีก้อนหรือถุงน้ำในอุ้งเชิงกรานพบได้ร้อยละ 17-44 และพบว่าโอกาสที่จะตรวจพบก้อนที่รังไข่ทั้ง 2 ข้างพร้อมกันได้ร้อยละ 28

สาเหตุ ของโรคเกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ เซลล์เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญเติบโตในตำแหน่งอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ภายในโพรงมดลูก เกิดการทำงานผิดปกติของกลไกการอักเสบ ระบบภูมิคุ้มกัน ความไม่สมดุลของกระบวนการเจริญเติบโตและกระบวนการตายของเซลล์ ความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อ รวมถึงปัจจัยทางด้านพันธุกรรม โดยพบยีนที่เกี่ยวข้องกับโรคอย่างน้อย 6 ยีนด้วยกัน ดังนั้นทำให้กระบวนการเกิดโรคมีความซับซ้อนและการดำเนินโรคมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

อาการ และอาการแสดงของโรคถุงน้ำช็อกโกแลต ในผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการ ใด ๆ ตรวจพบได้จากการตรวจภายใน หรืออัลตราซาวด์ท้องน้อยแล้วพบก้อนที่รังไข่ บางรายตรวจพบโดยบังเอิญจากการผ่าตัดมดลูกจากสาเหตุอื่น ๆ แต่สำหรับผู้ที่มีอาการนั้นบางรายมีอาการปวดท้องน้อย ปวดประจำเดือน ปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ ภาวะมีบุตรยาก บางรายก้อนมีขนาดใหญ่และรั่วหรือแตกในช่องท้องทำให้เกิดอาการปวดท้องน้อยรุนแรง ปวดร้าวกระบังลมหรือไหล่ หรือหากความดันโลหิตลดลงจากภาวการณ์เสียเลือด มีกรณีศึกษาพบผู้ป่วยบางรายมีอาการถ่ายเป็นเลือดหรือปัสสาวะเป็นเลือดในช่วงใกล้หรือมีประจำเดือน หรือ บางรายอาจรุนแรงพบก้อนในปอดเป็นถุงน้ำช็อกโกแลต ซึ่งภาวะแฟฟทรกซ้อนจากตัวก้อนนั้นอาจทำให้มีภาวะมีบุตรยาก หรือหากก้อนบิดขั้วหรือแตกอาจเป็นอันตรายแก่ผู้ป่วยได้

ปัจจัยเสี่ยง ต่อการเกิดโรคได้แก่ ประวัติครอบครัวเป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่มีประจำเดือนเร็ว โดยมีประจำเดือนครั้งแรกก่อนอายุ 11 ปี หมดประจำเดือนช้า ช่วงรอบประจำเดือนสั้นกว่า 27 วัน (นับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งก่อน) มีประจำเดือนมากกว่า 7 วันในแต่ละรอบ ประจำเดือนมาปริมาณมาก มีบุตรน้อยหรือไม่มีบุตร มีบุตรยาก มีบุตรเมื่ออายุมาก มีความผิดปกติทางกายภาพของมดลูกท่อนำไข่ เคยสัมผัสสาร DES เป็นต้น

การตรวจวินิจฉัยก้อนถุงน้ำช็อก โกแลต

หากสตรีท่านใดมีอาการสงสัยและแนะนำให้ตรวจภายในและอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนล่างจะสามารถตรวจพบก้อนถุงน้ำช็อกโกแลตได้ แต่ในบางรายอาจจำเป็นต้องทำการวินิจฉัยแยกโรคกับก้อนอื่น ๆ ในช่องท้อง รวมถึงก้อนมะเร็งของรังไข่ด้วย อาจจำเป็นต้องตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือตรวจค่าเลือดสารบ่งชี้มะเร็งเพิ่มเติมเพื่อประกอบการวินิจฉัย แต่การวินิจฉัยที่เป็นมาตรฐานหลัก (Gold standard) คือการส่องกล้อง laparoscopy



การรักษา

สำหรับการรักษาขึ้นอยู่กับปัจจัยของผู้ป่วยและอาการของโรค ได้แก่ อาการปวดท้องน้อย อาการปวดประจำเดือน ขนาดของก้อน ภาวะความต้องการมีบุตร อายุ เป็นต้น โดยแบ่งการรักษาของถุงน้ำช็อกโกแลตได้ดังนี้

1.การเฝ้าสังเกต (Expectant) นิยมทำในกรณีที่ก้อนขนาดเล็ก และผู้ป่วยไม่มีอาการ และไม่สงสัยภาวะก้อนจากโรคอื่น ๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง สามารถนัดตรวจร่างกาย และ Ultrasound ดูขนาดก้อน ทุก 6 เดือนเป็นเวลา 1-2 ปี หากก้อนมีขนาดพอ ๆ อันเดิม และไม่มีอาการเพิ่มขึ้น จะนัดห่างเป็นทุก 1 ปี แต่หากก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้น, ลักษณะของก้อนสงสัยว่าเป็นมะเร็ง หรือผู้ป่วยมีอาการมากขึ้น จะแนะนำให้ผ่าตัดทันที

2. การผ่าตัด โดยทั่วไปนิยมรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดส่องกล้องเป็นอันดับแรก
การผ่าตัดเชิงอนุรักษ์ (Conservative surgery) คือการผ่าตัดเฉพาะก้อนถุงน้ำออก และเก็บเนื้อเยื่อรังไข่ที่ดีเอาไว้ จะช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์ถึง 3 เท่า แต่การผ่าตัดวิธีการนี้อาจมีโอกาสเป็นซ้ำได้ในอนาคตประมาณร้อยละ 24-29 การผ่าตัดให้หายขาด (Definitive surgery) ได้แก่ การผ่าตัดเอารังไข่ข้างที่มีก้อนออก (Oophorectomy) เหมาะสมในผู้ป่วย ที่มีอาการกลับเป็นซ้ำ, สงสัยมะเร็งรังไข่ การผ่าตัดมดลูกร่วมกับการผ่าตัดรังไข่ 2 ข้างออก (Hysterectomy with bilateral salpingo-oohorectomy) เหมาะในผู้ป่วยที่ล้มเหลวกับการรักษาวิธีอื่น, ไม่ต้องการมีบุตรแล้ว หรือสตรีอายุมาก

การพยากรณ์โรค

จากการศึกษาวิจัยพบว่า หากไม่ได้รับการรักษา มีโอกาสที่ภาวะนี้จะเป็นมากขึ้น 29-45%, ทุเลาลง 22-29% และอาการคงเดิม 33-42% ซึ่งปัจจุบันยังไม่ทราบปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินโรคดังกล่าว

ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่มีโอกาสพัฒนาเป็นมะเร็งได้หรือไม่

ได้มีการศึกษาพบว่าภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เพิ่มโอกาสในการเกิดมะเร็งรังไข่ชนิดเยื่อบุผิว (Epithelial ovarian cancer) มากขึ้น (Clear cell 3 เท่า, Endometrioid and low grade serous type 2 เท่า)

สำหรับท่านสุภาพสตรีที่คิดว่าตัวเองกำลังมีความเสี่ยงของโรคอาการดังกล่าวข้างต้น สามารถสอบถามขอคำแนะนำปรึกษากับแพทย์ได้ที่ศูนย์สุขภาพสตรี อาคาร 3 ชั้น 4 โรงพยาบาลพญาไท 1 โทร.0-2640-1111 ต่อ 3465, 3466

สรุป

ถุงน้ำช็อกโกแลตเป็นโรคที่พบได้ค่อนข้างบ่อย โดยเฉพาะสตรีที่มีอาการปวดท้องน้อยเรื้อรังและปวดประจำเดือน รวมถึงสตรีผู้มีบุตรยาก การวินิจฉัยสามารถตรวจได้ง่ายไม่ยุ่งยาก การรักษาขึ้นอยู่กับพยาธิสภาพของโรค อาการของผู้ป่วย ความต้องการมีบุตร ดังนั้นการดูแลรักษาจะต้องตัดสินใจร่วมกันระหว่างผู้ป่วย ครอบครัวและแพทย์ผู้รักษาเนื่องจากเป็นโรคเรื้อรังที่อาจกลับเป็นซ้ำได้โดยเฉพาะในสตรีที่ยังไม่เข้าสู่วัยหมดระดู

ข้อมูลจาก แพทย์หญิงสุขุมาลย์ สว่างวารี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านมะเร็งนรีเวช (Gynecologic Oncologist) โรงพยาบาลพญาไท 1 / https://www.phya thai.com

......................................
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 382