อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 สิงหาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 สิงหาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

จาก"หมู่เกาะกำ" สู่"หมู่เกาะมังกร"

เมืองฝน 8 แดด 4 มีบ่อน้ำแร่อยู่ใจกลางเมือง คือสิ่งที่ผู้คนรู้จักความเป็น “ระนอง” หากแต่เมืองที่มีเขตชายแดนติดกับเมียนมาแห่งนี้มีอะไรมากกว่านั้น โดยเฉพาะหมู่เกาะอย่าง “เกาะกำ” และหมู่เกาะบริวารในเขตอุทยานแห่งชาติแหลมสน อาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2560 เวลา 03.00 น.

เมืองฝน 8 แดด 4 มีบ่อน้ำแร่อยู่ใจกลางเมือง คือสิ่งที่ผู้คนรู้จักความเป็น “ระนอง” หากแต่เมืองที่มีเขตชายแดนติดกับเมียนมาแห่งนี้มีอะไรมากกว่านั้น โดยเฉพาะหมู่เกาะอย่าง “เกาะกำ” และหมู่เกาะบริวารในเขตอุทยานแห่งชาติแหลมสนที่เรียกว่ายังไม่เป็นที่รู้จักใน วงกว้างมากนัก

จากท่าเรือบางเบน “บังโอ๋” วิษณุพงษ์ ม่งเก ประธานกลุ่มนำเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านอ่าวเคย และเจ้าของเรือหัวโทงนำเที่ยวซึ่งถือเป็นผู้เชี่ยวชาญเส้นทางทะเลในย่านนี้ หันหัวเรือมุ่งหน้าสู่หมู่เกาะที่มองเห็นอยู่เบื้องหน้า ใน วันที่ท้องทะเลราบเรียบราวกับน้ำในสระ น้ำสีเขียวมรกตส่องประกายท้ากับ เปลวแดดจ้า เมื่อตัดกับหาดทรายสีขาวละเอียดและฟ้าสีคราม ยิ่งทำให้ “เกาะค้างคาว” หลังผ่านช่วงมรสุมไปพักใหญ่ดูสวยมากขึ้น

เพราะที่นี่เคยเป็นเกาะที่มีค้างคาวอาศัยอยู่ และบังโอ๋เองก็เคยพบเห็นเมื่อสมัยที่ติดตามพ่อมาเมื่อครั้งยังเด็ก จึงไม่แปลกใจกับที่มาของชื่อแต่กลับติดใจสงสัยว่าเพราะเหตุใดค้างคาวที่เคยอาศัยอยู่จึงทิ้งเกาะแห่งนี้ไปมากกว่า ส่วน “เกาะญี่ปุ่น” นั้นได้ชื่อมาจากประวัติของเกาะที่บอกเล่าต่อกันมาว่าเคยเป็นที่ตั้งฐานปฏิบัติการและฐานเสบียงของทหารญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกมาก่อน โดยมีถ้ำที่ยังหลงเหลือร่องรอยให้เห็น ขณะที่ “เกาะกำตก” ซึ่งมีชื่อเสียงของโค้งอ่าวซึ่งถูกเรียกว่าเขาควายเพราะรูปทรงที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนยามที่ปีนป่ายขึ้นไปยังจุดชมวิว นอกจากจะเป็นจุดแวะพักรับประทานอาหารโดยมีการจัดทำห้องน้ำและห้องอาบน้ำไว้บริการแล้ว อีกด้านของเกาะที่หันออกสู่ทะเลกว้างมีหาดทรายขาวละเอียดให้ลงเล่นน้ำได้ด้วย



นอกจากเขตทะเลไทยแล้วเลยออกไปยังเขตทะเลใต้ของเพื่อนบ้านอย่างเมียนมากำลังเป็นจุดหมายที่มาแรงแซงทางโค้ง เพราะแต่ละเกาะจะให้สัมปทานกับผู้ประกอบการเพียงรายเดียวเท่านั้น รวมไปถึงโลกใต้ทะเลที่ยัง อุดมสมบูรณ์ไม่ต่างจากหมู่เกาะสุรินทร์ของไทยที่ย้อนหลังไปราว 20 ปี

เรือสปีดโบ๊ตขนาด 4 เครื่องยนต์ที่บรรทุกผู้โดยสารได้ถึงคราวละ 60 คน ทะยานไปบนผืนน้ำอันเงียบสงบเพียงชั่วอึดใจก็ไปจอดเทียบท่าอยู่ที่ท่าเรือของ “เกาะสอง” หรือชื่อภาษาเมียนมาว่า “ก่อต้อง” ซึ่งออกเสียงเพี้ยนมาจนทำให้เข้าใจว่าเป็นเกาะทั้งที่ความจริงคือแหลมที่ยื่นออกมาจากแผ่นดิน เพื่อผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองก่อนจะไปท่องทะเลเมียนมาแบบเช้าไปเย็นกลับ

จากนั้นเวลาชั่วโมงครึ่งก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับเรื่องเล่าระหว่างทาง ตั้งแต่เรือช้อนแมงกะพรุนของชาวประมงเมียนมาแถบแนวชายฝั่งที่ตั้งใจจับเพื่อมาส่งขายให้ไทย ไปจนถึงเกาะที่เป็นที่ตั้งของฟาร์มไข่มุกดำซึ่งเป็นแหล่งดำน้ำชมปะการังน้ำตื้น หนึ่งในไฮไลต์ที่มีชื่อเรียกว่า “ไฮการ์เดน” เพราะที่นี่คือแหล่งรวมของดอกไม้ทะเลนานาชนิดแต่ที่นักดำน้ำดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษเห็นจะเป็นกอดอกไม้ทะเลสีแดงสดที่แทบจะหาชมไม่ได้แล้วในบ้านเรา ยังไม่รวมมวลหมู่ปลาสีสดที่อาศัยอยู่ตามดอกไม้ทะเลและแนวปะการังที่เรียกได้ว่ามีขนาดใหญ่โตจนแทบไม่อยากเชื่อสายตา ซึ่งไม่ได้มีแค่จุดนี้จุดเดียวที่ “มาริน่าเบย์” เองก็อลังการไม่แพ้กัน ความอุดมสมบูรณ์ที่มองเห็นนั้นทำให้บางคนถึงกับเผลอคิดไปว่าปลาที่แหวกว่ายอยู่นั้นมีปลาไหลมอเรย์แทรกตัวอยู่ใต้ผืนทรายด้วย



ที่นี่ถูกเรียกรวมว่า “หมู่เกาะมังกร” มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “ลอร์ดลอบอโร่” (Lord Loughborough) ชื่อที่ได้มรดกตกทอดมาจากชาวอังกฤษเจ้าของอาณานิคมผู้ค้นพบ แต่ที่ได้ชื่อว่าหมู่เกาะมังกรอีกเหตุผลก็คือรูปทรงของเกาะที่มองดูจากมุมสูงซึ่งดูคล้ายกับมังกรด้วยนั่นเอง แต่มังกรที่ว่าคือมังกรทะเลซึ่งเป็นสายพันธุ์หนึ่งของม้าน้ำ แต่ยังมีเกาะหนึ่งที่ถูกเรียกว่า “มังกรหลับ” (Sleeping Dragon) เพราะมีรูปร่างเหมือนกับมังกรจริง ๆ รวมอยู่ด้วย โดยมียอดเขาด้านบนที่ขึ้นไปตามบันได 84 ขั้นซึ่งเพิ่งสร้างเสร็จหมาด ๆ เป็น จุดชมวิวห้ามพลาด

ขณะที่ชายหาดนั้นรับรองว่าใครมาต้องแทบอยากลงไปนอนเกลือกกลิ้ง เพราะความขาวละเอียดและอ่อนนุ่มราวกับแป้ง ไม่ว่าจะเป็นที่ “ดราก้อนเนส” ซึ่งเป็นจุดแวะพักรับประทานอาหารกลางวันแบบจัดเต็ม หรือ “เกาะลอร์ดเฮฟเว่น” (Lord Heaven) จุดที่ปล่อยให้เล่นน้ำตามความพอใจ แต่หากใครสนใจอยากเก็บภาพสวยแปลกของธรรมชาติที่นี่ แนะนำให้เดินตัดไปอีกด้านของเกาะมีหินรูปทรงเหมือนครีบฉลามจนเป็นที่มาของชื่ออ่าวให้แชะแล้วแชร์หลากหลายอารมณ์



ออกทะเลจนผิวเกรียมแดดแล้ว อยากเปลี่ยนบรรยากาศแนะนำให้รีบจองที่นั่งบนเรือ “เดอะรอยัลอันดามัน” ครูซท่องทะเลลำน้อยที่ดัดแปลงมาจากเรือประมงดั้งเดิม ที่เคยทำหน้าที่เรือข้ามฟากจากระนอง-กระบุรี-ตะกั่วป่าอยู่ช่วงหนึ่ง นอกจากจะได้ฟังเรื่องเล่าเส้นทางเสด็จประพาสของรัชกาลที่ 5 แล้ว ยังให้ซึบซับบรรยากาศย้อนยุคแบบจัดเต็มด้วยคอสตูม “บาบ๋า ย่าหยา” ก่อนจะอิ่มอร่อยกับเมนูซีฟู้ดที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน แม้ว่าจะถูกจัดออกมาจากครัวขนาดย่อมในลำเรือ

ก่อนออกจากระนองอย่าลืมแวะชม “พระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง)” พระราชวังที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการเสด็จประทับแรม จ.ระนอง ของพระมหากษัตริย์ 3 พระองค์ ได้แก่ รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7 ตัวอาคารสร้างด้วยไม้ตะเคียนทอง บริเวณชั้น 3 เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกอีกแห่งของระนอง แล้วไปเรียนรู้เรื่องราวของกาแฟ “ก้องวัลเล่ย์” อ.กระบุรี วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ทำเรื่องกาแฟครบวงจรซึ่งเรียนรู้ได้ทุกกระบวนการและร่วมทดลองทำกิจกรรมคั่วเมล็ดกาแฟสด



ตบท้ายด้วยการแวะไป “ล่องแพพะโต๊ะ” ชมพื้นที่ป่าอันอุดมสมบูรณ์สองข้างทาง ซึ่งจะผ่านพื้นที่สวนเกษตรกรรมของชาวบ้าน อาทิ สวนทุเรียน สวนมังคุด สวนกาแฟ ซึ่งช่วงฤดูมรสุมแสนสาหัสช่วงต้นปีที่ผ่านมา ไม่เพียงพัดพาแพซึ่งทำขึ้นจากท่อพีวีซีที่มาทดแทนแพไม้ไผ่เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของชาวบ้านไปจนหมด ก่อนที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะช่วยเหลือเร่งด่วนด้วยการให้ทุนช่วยเหลือในการจัดทำแพขึ้นใหม่ทั้งหมดเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง มาที่นี่ห้ามพลาดอาหารกลางวันแบบชาวแพของ “แพมาลิน” ทั้งข้าวหุงในใบขลุงและแกงหยวกกล้วยป่าที่เป็นไฮไลต์ และน้ำพริกกะปิแกล้มกับผัดกูดราดกะทิที่เข้ากันได้ดี

เส้นทางท่องเที่ยว สุราษรฎร์ธานี-ชุมพร-ระนอง เป็นหนึ่งในเส้นทาง ผู้หญิงเที่ยวไทย 2017 ของ ททท. อยากรู้ว่าผู้หญิงไปเที่ยวที่ไหนได้อีกบ้าง เข้าไปดูที่ https://th.traveligo.com/ผู้หญิงเที่ยวไทย 2017.

.....................................................
อธิชา ชื่นใจ
athichac@dailynews.co.th



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 3