อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 พฤษภาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 1 พฤษภาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

แพรวา

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ซึ่งมากมาย กระจายทั่วประเทศ นอกจากทำประโยชน์ สร้างอาชีพ ชุบวิถีชีวิตใหม่ให้ราษฎร ยังเป็นครู หรือแหล่งเรียนรู้ที่คนไทยควรเข้าไปศึกษา ทำความรู้จัก อาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2560 เวลา 03.30 น.

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ซึ่งมากมาย กระจายทั่วประเทศ นอกจากทำประโยชน์ สร้างอาชีพ ชุบวิถีชีวิตใหม่ให้ราษฎร ยังเป็นครู หรือแหล่งเรียนรู้ที่คนไทยควรเข้าไปศึกษา ทำความรู้จัก

เห็นที่ไหนคราวใด ก็ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ได้ความรู้ มีความคิด เกิดปัญญา แม้จะใช้เวลาเรียนรู้เพียงสั้น ๆ

มีโอกาสได้ติดตาม คณะของ รศ.ดร.พรรณี สวนเพลง อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต หัวหน้าคณะวิจัยการท่องเที่ยวตามรอยพระราชดำริ “แม่ของแผ่นดิน มิ่งขวัญชาวไทย” เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา 12 สิงหาคม 2559 ได้ตระเวนเที่ยวชมกิจการตามพระราชดำริ ในภาคอีสาน ทั้งที่ จ.นครพนม สกลนคร มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ถิ่นที่อุดมไปด้วยประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา ที่สืบทอด เรียนรู้กันอยู่ในครอบครัวและชุมชน

วันหนึ่ง เมื่อราวสี่สิบปีที่แล้ว สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงจุดประกายนำผลงานฝีมือทอผ้าแบบบ้าน ๆ ลายผ้างามที่น้อยคนจะเห็นคุณค่า มาสู่การรับรู้ของชาวโลก ในขณะที่อีสานวันนั้นยังทุรกันดาร ยากลำบากแก่การเดินทางมิใช่น้อย



คราวนั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จฯยังพื้นที่ภาคอีสาน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งโดยเสด็จด้วย ทอดพระเนตรการแต่งกายของสตรี จากบ้านโพน ต.โพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ ที่มารอเฝ้าฯ ในชุด ผ้าไหมแพรวา ด้วยความสนพระทัย มีรับสั่งถามถึงการทอ ชาวบ้านกราบบังคมทูลถึงการทอใช้เองด้วยภูมิปัญญาที่สืบทอดกัน มา ทรงให้ทอถวาย จากนั้นอีกราว 1 ปี ก็ทรงให้มีการจัดตั้งศูนย์ศิลปาชีพ เพื่อถ่ายทอดงานศิลปะการทอผ้าและงานศิลปะแขนงอื่น

คำสอน สระทอง ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์-ทอผ้า) วัย 77 ปี หนึ่งในราษฎรที่เข้าเฝ้าฯและถวายผ้าทอในครั้งนั้น จำเหตุการณ์ เรื่องราว กระแสรับสั่งที่เกิดขึ้นในปี 2520 ได้เป็นอย่างดี ทรงให้ขยายผ้าให้กว้างขึ้น ให้มีหลายสี จากเดิมที่มีเพียงสีแดง ทรงให้เป็นผู้สอน ถ่ายทอดความรู้การทอผ้าไหม แพรวา ซึ่งเป็นที่มา ที่ “แม่คำสอน” ตั้งปณิธานว่าจะอุทิศเวลาเพื่อสั่งสอน เผยแพร่แก่ผู้สนใจจนกว่าชีวิตจะหาไม่

ในปี 2539 แม่ คำสอน รวมพลังชาวผู้ไทยบ้านโพน ทอผ้า 60 ลาย 99 เมตร เป็นผ้าแพรวาที่ยาวที่สุดในโลก ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติ 50 ปี และในปี 2554 ก็ร่วมกันทอผ้าแพรวา 10 ลาย ความยาว 9 เมตร 43 แถว ทูลเกล้าฯถวาย ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา



สมศรี สระทอง ประธานโครงการส่งเสริมผ้าทอไหมแพรวา รุ่นลูกผู้สืบทอดภูมิปัญญาผ้าแพรวาบอกว่า ปัจจุบันได้รับการคัดสรร เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication) มีเครื่องหมายรับรองการเป็นสินค้าที่มาจากแหล่งผลิตเฉพาะเจาะจง จากการผลิตในพื้นที่ และพัฒนาขนาดให้ยาวได้ถึง 5 เมตร ใช้ตัดเสื้อได้ทุกขนาด หรือเป็นผ้าคลุมไหล่ สไบเฉียง คนในชุมชนบ้านโพน โดยเฉพาะเด็กหญิง ตั้งแต่ 8 ขวบ จะได้รับการสั่งสอนจากแม่ให้รู้จักทอผ้า ใต้ถุนบ้านทุกหลังจะมีกี่เท่าจำนวนหญิงในบ้าน โรงเรียนในชุมชน ก็สอนวิชาการทอผ้า เป็นการสานต่อภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น
ผ้าแพรวา เบื้องแรกที่ทราบราคาอาจรู้สึกแพง แต่หากได้รับรู้ว่าคือองค์ความรู้ที่สืบทอดกันมา แต่ละลายมีแบบแผนที่ทำหลักฐานส่งต่อกันมา แม้จะพัฒนาใหม่ก็ไม่ทิ้งแนวเดิม แต่ละผืนอาจใช้เวลาหลายเดือนหรือเป็นปี และส่วนใหญ่คิดเฉพาะค่าเส้นไหมกับค่าแรงอีกเล็กน้อย ไม่มีค่าการตลาดหรืออย่างอื่นบวกเพิ่มแต่อย่างใด

เมื่อเห็นผ้าแพรวา ให้ลองพลิกอีกด้าน ซึ่งไม่ใช่ส่วนที่ตัดเสื้อผ้าด้านนอก จะทึ่งกับฝีมือชาวบ้านที่ทำให้ลายด้านในสวยงามไม่แพ้กัน ไม่รกรุ่ยร่าย ผูกไว้อย่างดี จึงมีบางรายตัดเสื้อผ้าโดยใช้ส่วนนี้เป็นด้านนอก อวดลายที่ไม่เหมือนใคร



รศ.ดร.พรรณี บอกว่า นอกจากอีสานเป็นถิ่นภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรม และงานศิลปาชีพมากมาย ยังมีแหล่งธรรมชาติ งานตามวัฒนธรรมประเพณี ฤดูหนาวอากาศเย็นสบาย การเที่ยวในแหล่งตามรอยพระราชดำริฯ สอดคล้องกับทิศทางการท่องเที่ยวที่เน้นวิถีไทย ได้เรียนรู้เรื่องราว วิถีชีวิตและการสืบสานวัฒนธรรม เช่น การทอผ้าแพรวา ราชินีไหมไทย ที่กว่าจะได้แสนยาก จะเห็นคุณค่า เมื่อสวมใส่ จะรับรู้ว่าได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากความตั้งใจของชาวบ้านอย่างแท้จริง

เพียงจุดเดียว ที่บ้านโพน และเรื่องราวของผ้าไหมแพรวา ผ้าทอฝีมือชาวผู้ไทย ก็ทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องราววิถีชีวิต วัฒนธรรม ย้อนไปในอดีตอันยาวนาน ได้ตระหนักในสายพระเนตรและพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีแก่ราษฎร

อีสานมีเรื่องราวทำนองนี้ที่ต้องหยิบมาเล่าขานกันอีกเยอะครับ.

........................................
วีระพันธ์ โตมีบุญ
veeraphant@dailynews.co.th
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 3