อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 24 มีนาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 24 มีนาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

อีเมลจากออสเตรเลีย วันที่ 19 มีนาคม 2560

งานวันกองทัพไทยประจำปี 2560 จัดขึ้น ณ ศาลาไทย สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา ในวันที่ 16 มีนาคม 2560 เวลา 18.00 - 21.00 น. อาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2560 เวลา 00.30 น.


งานปีนี้ได้รับเกียรติสูงสุดจากผู้บัญชาการทหารออสเตรเลีย Chief of the Australian Defence Force ACM Mark BINSKIN และผู้บังคับบัญชาระดับสูงของนายทหารออสเตรเลียหลายนาย


อีกพิธีการหนึ่งที่สุดประทับใจในงานนี้ คือ นักเรียนไทยที่มาศึกษา ณ โรงเรียนนายร้อยรวมเหล่า ADFA ประกอบด้วย 3 ชั้นปี ปีละ 3 คน ขึ้นมาร้องเพลงความฝันอันสูงสุดเป็นภาษาไทย


รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออมสิน ชีวะพฤกษ์ แวะเยี่ยมชมสถานที่ปฏิบัติธรรมในนครซิดนีย์ในช่วงที่สมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นพระธรรมทูตคณะแรกที่มาเผยแผ่พระพุทธศาสนา


Moomba Festival ถือเป็นงานรื่นเริงที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของมหานครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย จัดขึ้นโดยเทศบาลนครเมลเบิร์น City of Melbourne จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-13 มีนาคม


ชุมชนไทยได้มีโอกาสเข้าร่วมขบวน Moomba Parade อีกครั้ง เมื่อวันจันทร์ที่ 13 มีนาคม 2560 ตรงกับวันหยุด Labour Day สำหรับปีนี้เป็นปีที่ 3 ที่ชุมชนไทยได้มีโอกาสเข้าร่วมเดินขบวน


สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้จัดงาน ATA-Thai Students BBQ Dinner ประจำปี 2560 ที่ศาลาไทย เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2560 ซึ่งเป็นการจัดติดต่อกันเป็นปีที่ 3


ปิยะธิดา เบญจมาศ เฮง สาวนักบัญชี Group Taxation Accountant โรงพยาบาล St John of God และ รับทำงานด้านภาษีและบัญชีของตัวเองในนาม BP Tax and Accounting Services


งาน The Darwin Collective เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม ที่ผ่านมา ที่ Marrara indoor Stadium นครดาร์วิน งานนิทรรศการและจำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก


กมลทิพย์ ด้วงอ่วม ช่างภาพและช่างแต่งหน้า เจ้าของ Darwin Photography & Makeup Artist ออกเปิดบูธในงาน The Darwin Collective

@@@@ วันกองทัพไทย เป็นที่กำหนดให้ตรงกับวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชกระทำยุทธหัตถีได้รับชัยชนะซึ่งตรงกับวันที่ 18 ม.ค.ของทุกปี กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศจะมีกิจกรรมที่จะกระทำเป็นประจำ คือ การทำบุญใส่บาตร เพื่ออุทิศเป็นพระราชกุศลและกุศลแก่บรรพบุรุษ การจัดแสดงนิทรรศการ และพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณต่อธงชัยเฉลิมพล หรือที่คนทั่วไปรู้จักว่า "สวนสนามสาบานธง" เป็นพิธีที่ทหารทุกคนต้องผ่านการพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์นี้ ส่วนใหญ่จะเข้าร่วมกิจกรรมนี้ในปีแรกที่เข้าเป็นทหาร ......................... งานกองทัพไทยในต่างประเทศ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร ซึ่งเป็นตัวแทนทหารไทยและเหล่าทัพต่างๆ ที่ประจำการในต่างประเทศ จะได้รับนโยบายให้จัดงานกองทัพไทย ณ ประเทศที่ประจำการอยู่ทุกปี เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ และเผยแพร่ชื่อเสียง รวมทั้งกิจกรรมของทหารไทยให้แก่ทหารของประเทศนั้นๆ และผู้ช่วยทูตประเทศต่างๆ ในประเทศนั้นๆ ................. ประเทศออสเตรเลียก็เช่นกัน การจัดงานกองทัพไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา ก็ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกปี การจัดงานจะมีรูปแบบเป็นงานเลี้ยงที่เชิญทหารออสเตรเลีย และทหารประเทศต่างๆ ที่ประจำการในประเทศออสเตรเลีย และคนไทยมาร่วมงาน แต่มีเหตุผลบางประการที่ไม่สามารถจัดให้ตรงกับวันที่ 18 ม.ค.ได้ จึงเลื่อนมาจัดในเดือนมีนาคมของทุกปี ในปีนี้งานกองทัพไทยได้จัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม 2560 ณ ศาลาไทย สถานเอกอัครราชทูตไทยฯ

@@@@ งานวันกองทัพไทยปีนี้ก็เช่นกัน เอกอัครราชทูต จิระชัย ปั้นกระษิณ และภริยา เป็นเจ้าภาพใหญ่พร้อมด้วย นาวาอากาศเอก อดิศร อุณหเลขกะ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารและทหารอากาศ นาวาเอก พิทักษ์ นิยาโส ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือ และ พันเอก นิธิ จึงเจริญ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก ได้ร่วมกันจัดงานในปีนี้ขึ้น โดยคงเอกลักษณ์ของสถานที่อันสง่างาม และมีมนต์ขลังสำหรับผู้มาเยือน คือ ศาลาไทย ในสถานเอกอัครราชทูตไทย พร้อมด้วยอาหารไทย ผัดไทย ต้มข่าไก่ และอื่นๆ อีกหลายอย่าง แต่มีคอนเซปในการจัดงานเพื่อถวายความอาลัย และเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ....................... งานปีนี้ได้รับเกียรติสูงสุดจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงของทหารออสเตรเลียหลายท่านเข้าร่วมงาน คือ ACM Mark BINSKIN ผู้บัญชาการทหารออสเตรเลีย (เทียบเท่าผู้บัญชาการทหารสูงสุด), VADM Ray GRIGGS รองผู้บัญชาการทหารออสเตรเลีย, AM Leo DAVIES ผู้บัญชาการทหารอากาศออสเตรเลีย, AM Geoff BROWN อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศออสเตรเลีย และผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้แทนผู้บัญชาการทหารบกออสเตรเลียเข้าร่วมงาน ................... พิธีการสำคัญ ในช่วงการกล่าวต้อนรับของ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารฯ ที่เล่าเรื่องราวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก พระองค์เคยเสด็จประพาสออสเตรเลียในปี ค.ศ.1962 พระองค์มีพระราชกรณียกิจเพื่อปวงชนชาวไทยตลอดรัชกาล มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 4447 โครงการ พระราชทานความช่วยเหลือประชาชนเพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง พระองค์ผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยพระราชปรีชาสามารถทั้งด้านการดนตรีและกีฬา รวมทั้งพระราชจริยาวัตรงดงาม ความรักของพระองค์ที่มีต่อพระราชชนนีฯ และครอบครัว คณะผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารตั้งใจจะตามรอยเบื้องพระยุคลบาทตลอดไป และแนะนำพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ต่อไป รัชกาลที่ 10 ให้แขกต่างประเทศที่มาร่วมงานได้ทราบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่พระองค์สำเร็จการศึกษาจากสถาบันการทหารที่ดีที่สุดจากประเทศออสเตรเลีย โรงเรียนนายร้อยดันทรูน คำกล่าวในช่วงแรก มีการฉายวิดิทัศน์เพื่อสื่อให้ชาวต่างชาติเข้าใจว่า ทำไมคนไทยรักในหลวงรัชกาลที่ 9 และคนไทยรักพระองค์ท่านมากมายเพียงใด งานนี้มีชาวต่างชาติหลายคนน้ำตาไหลกันเลยทีเดียว ในระหว่างคำกล่าวจอภาพด้านหลังขึ้นภาพ เป็นน่าสนใจอย่างมาก เช่น ภาพรัชกาลที่ 9 เสด็จเยือนประเทศออสเตรเลีย (ในภาพกำลังทอดพระเนตร Koala สัตว์ที่เป็นเอกลักษณ์ของออสเตรเลีย) และภาพรัชกาลที่ 10 สมัยกำลังฝึก ณ โรงเรียนนายร้อยดันทรูน เป็นต้น

@@@@ อีกพิธีการหนึ่งที่สุดประทับใจในงานนี้ คือ นักเรียนไทยที่มาศึกษา ณ โรงเรียนนายร้อยรวมเหล่า ADFA ประกอบด้วย 3 ชั้นปี ปีละ 3 คน ขึ้นมาร้องเพลงความฝันอันสูงสุดเป็นภาษาไทย แต่มีภาพทหารไทย พร้อมคำแปลภาษาอังกฤษ ที่ผู้ช่วยทูตฯ และนักเรียนทหารไทยช่วยกันแปล เพื่อสื่อถึงความหมายของเพลงให้ชาวต่างชาติเข้าใจ งานนี้คนไทยในงานบอกว่า ไพเราะมาก ฟังแล้วขนลุก ส่วนผู้บัญชาการทหารออสเตรเลียพูดออกไมค์ว่า คงต้องให้กองทัพออสเตรเลียฝึกร้องเพลงบ้าง ในช่วงที่มีการดื่มถวายพระพร ดื่มอวยพรให้ประชาชน และกองทัพของทั้งสองประเทศ น้องๆ เหล่านี้ได้ร่วมการร้องเพลงชาติไทย และเพลงชาติออสเตรเลียอีกด้วย ................. ตอนจบของพิธีการ คณะผู้จัดงานจัดให้บันทึกความทรงจำด้วยการเชิญผู้บังคับบัญชาระดับสูงของทหารออสเตรเลียทั้ง 6 ท่าน เอกอัครราชทูตไทย และผู้ช่วยทูตทหารทั้ง 3 เหล่า ถ่ายรูปร่วมกับนักเรียนทหารและนายทหารไทย และถ่ายรูปร่วมกับผู้ช่วยทูตทหารประเทศต่างๆ ................. เสียงสะท้อนที่ได้รับ บางคนชื่นชอบกับความสามารถของนักเรียนนายร้อยรวมเหล่าไทยในการร้องเพลง หลายคนชื่นชอบอาหารไทย และบางคนที่มาครั้งแรกบอกว่า สถานที่จัดงานศาลาไทยยิ่งใหญ่ และงดงามมาก แต่เรื่องราวที่ถูกพูดถึงมากที่สุด คือ เรื่องความรู้สึกที่เข้าใจคนไทย หลายคนบอกว่าเมื่อดูวิดีโอแล้วเข้าใจเลยว่า เมื่อปีที่แล้วคนไทยโศกเศร้าเพียงใด หลายคนบอกว่าดูคลิปแล้วน้ำตาไหล บางคนบอกว่าพระองค์ท่านเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่จริงๆ หลายคนประทับใจในพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่าน แต่เสียงสะท้อนเหล่านี้ยังไม่เท่ากับจิตใจของคณะผู้จัดที่อิ่มเอิบจากการที่ได้ถ่ายทอดพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และถ่ายทอดความรู้สึกผูกพันระหว่างพระองค์ท่านกับประชาชนชาวไทย ชาวต่างชาติได้เข้าใจ ให้โลกได้รับรู้ รวมทั้งตลอดระยะเวลาเตรียมงาน การได้ค้นหาภาพต่างๆ ได้เลือก คัดสรรพระบรมฉายาลักษณ์ การได้เห็นภาพพระอิริยาบถต่างๆ การฟังเพลงพระราชนิพนธ์ การอ่านพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ เพื่อนำมาตัดต่อเป็นสื่อที่ใช้ในงาน ยิ่งทำให้ตอกย้ำความรู้สึก ความรัก ความเทิดทูน ความจงรักภักดีที่มีต่อพระองค์ท่านอย่างเปี่ยมล้นไม่เสื่อมคลาย และไม่น่าเชื่อว่าวีดิโอที่ฉายในงานวันนั้น ผู้จัดงานได้ดูระหว่างตัดต่อเป็นร้อยๆ ครั้ง ทุกครั้งน้ำตาจะไหลออกมา ไม่เว้นแม้แต่วันที่ฉายในงาน น้ำตาไหลแห่งความรัก ความอาลัยต่อพระองค์ท่านก็ยังคงออกมาอีกเช่นเคย

@@@@ ​ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2560 นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายบุญเลิศ โสภา ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กำหนดเดินทางไปราชการที่ประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในโอเชียเนีย ณ วัดพุทธสามัคคี นครไคร์ทเชิร์ท ประเทศนิวซีแลนด์ ในวันที่ 19-20 มีนาคม 2560 ในโอกาสดังกล่าว ได้เดินทางแวะผ่านนครซิดนีย์ในวันที่ 18 มีนาคม 2560 เพื่อเยี่ยมชมสถานที่ปฏิบัติธรรมในนครซิดนีย์ในช่วงที่สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นพระธรรมทูตคณะแรกที่มาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในนครซิดนีย์เมื่อปี พศ. 2516 จากนั้น ได้ไปกราบสักการะพระสงฆ์และเยี่ยมชมวัดไทยในพื้นที่นครซิดนีย์ ประกอบด้วย วัดพุทธรังษี สแตนมอร์ วัดพุทธรังษีแอนันเดล และวัดป่าพุทธรังษี ลูเมียห์ ก่อนเดินทางต่อไปยังนครไคร์ทเชิร์ท ในช่วงค่ำ

@@@@ ​ Moomba Festival ถือเป็นงานรื่นเริงที่ใหญ่ที่สุดของมหานครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย จัดขึ้นโดยเทศบาลนครเมลเบิร์น City of Melbourne เป็นหนึ่งในงานเฟสติวัลของชุมชนที่มีอายุยาวนานที่สุดงานหนึ่งของประเทศออสเตรเลีย จัดมาตั้งแต่ปี 1996 จัดหลายวันควบกันตั้งแต่วันศุกร์ รวมตลอดไปถึง Labour Day long weekend มีกิจกรรมต่างๆมากมาย มีเกมส์และเครื่องเล่นต่างๆ กิจกรรมทางน้ำในแม่น้ำ Yarra การแสดงดนตรีสดของ band ดังๆในเมลเบิร์น มีการจุพลุไฟ และจะมีการแสดงพาเหรดปิดท้ายในวันจันทร์ที่สองของเดือนมีนาคม มีคนเข้าชมในแต่ละปีมากกว่า 1.5 ล้านคน ในปีนี้เริ่มจากวันที่ 10-13 มีนาคม ................... เมื่อวันจันทร์ที่ 13 มีนาคม 2560 ชุมชนไทยได้มีโอกาสเข้าร่วมขบวน Moomba Parade อีกครั้ง ตรงกับวันหยุด Labour Day สำหรับปีนี้เป็นปีที่ 3 ที่ชุมชนไทยได้มีโอกาสเข้าร่วมเดินขบวนโชว์ศิลปะวัฒนธรรมไทยอย่างงดงามให้ชาวประชาออสซี่ได้ชื่นชม และที่พิเศษในปีนี้ ดร.ไซมอน วอลเลซ กงสุลกิตติมศักดิ์นครเมลเบิร์น ได้ให้เกียรติมาร่วมในขบวนพร้อมลูกชาย นาย แอนโทนี วอลเลซ ที่มาร่วมเป่าทรัมเป็ตบรรเล
บทเพลงพระราชนิพนธ์ ใกล้รุ่ง ร่วมกับคณะกลองยาวและนางรำ สร้างความครึกครื้นให้กับขบวนของชุมชนไทยเป็นอย่างมาก ขอขอบคุณคนไทยทุกคนที่มีส่วนร่วมในงานนี้ นำความภาคภูมิใจมาสู่มาตุภูมิ

@@@@ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2560 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้จัดงาน ATA-Thai Students BBQ Dinner ประจำปี 2560 ที่ศาลาไทย ซึ่งจัดติดต่อกันเป็นปีที่ 3 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตฯ และสำนักงานภายใต้ทีมประเทศไทย สมาชิกสมาคมออสเตรเลีย-ไทย (กรุงแคนเบอร์รา) [Australia-Thailand Association (Canberra)] หรือ ATA และนักศึกษาไทยจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (ANU) มหาวิทยาลัยแคนเบอร์รา (UC) และโรงเรียนรวมเหล่าทหารออสเตรเลีย (ADFA) ได้พบปะสังสรรค์และทำความรู้จักคุ้นเคยกัน ซึ่งจะนำไปสู่การทำโครงการและกิจกรรมร่วมกันต่อไปในอนาคต อีกทั้ง เป็นการต้อนรับนักศึกษาที่เพิ่งเดินทางมาใหม่ เพื่อแนะนำแนวทางในการเตรียมตัวสำหรับการใช้ชีวิตในกรุงแคนเบอร์รา ...................... ในโอกาสนี้ นายจิระชัย ปั้นกระษิณ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ได้ให้โอวาทแก่นักศึกษาไทย และแนะนำกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานเอกอัครราชทูตฯ ที่นักศึกษาสามารถมีส่วนร่วม ได้แก่ การจัดรายการวิทยุภาษาไทย (Thai CAN Radio) ทุกวันศุกร์ เวลา 14.00 -15.00 น. การเขียนบทความภาษาไทยลงในหนังสือพิมพ์ Thai Town News เพื่อแบ่งบันข้อมูลและประสบการณ์ที่อาจเป็นประโยชน์กับนักศึกษาในรัฐอื่น ๆ รวมถึงการออกบูธขายอาหารไทยและการเป็นอาสาสมัครในงานเทศกาลไทยที่กรุงแคนเบอร์รา ....................... นาย Andrew Treble ประธาน ATA ได้แนะนำบทบาทของสมาคม ATA ในการส่งเสริมความสัมพันธ์ในระดับประชาชนระหว่างไทยกับออสเตรเลีย และกิจกรรมของสมาคมฯ ที่นักศึกษาไทยสามารถมีส่วนร่วม นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมละลายพฤติกรรม (ice breaking) เพื่อสร้างความคุ้นเคยระหว่างผู้เข้าร่วม และมีการจัดเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์โดยสำนักงานผู้ดูแลนักเรียนไทยในออสเตรเลีย โดยมีนายกิติภูมิ ธรรมสิรภพ ประธานสมาคมนักศึกษาไทยที่ ANU และนายวัชระ นาคส้มป่อย ประธานสมาคมนักศึกษาไทยที่ UC และนางนาฏสุดา พิตต์แมน รองประธานสมาคม ATA เข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบกรณ์และประเด็นปัญหาต่าง ๆ ตลอดจนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปรับตัวและใช้ชีวิตอยู่ในกรุงแคนเบอร์ราอย่างมีความสุข งานในปีนี้มีผู้เข้าร่วมประมาณ 120 คน

@@@@ ใครได้คุยกับเธอทางโทรศัพท์ จะชอบฟังเสียงใสๆเหมือนเด็กหญิงตัวเล็กๆของเธอ แต่เจอตัวจริงนั้นไม่ใช่ เป็นคุณแม่ยังสาวลูกสองตัวเล็กๆและยังเป็นนักบัญชี Accountant ตัวยงอีกด้วย พลอย ปิยะธิดา เบญจมาศ เฮง ปัจจุบันเธอทำงานเป็น Group Taxation Accountant ให้ โรงพยาบาลเอกชน St John of God และ รับทำงานด้านภาษีและบัญชีร่วมกับสามีเชื้อสายจีนชาวกัมพูชาที่เป็นนักการบัญชีเช่นเดียวกันในนาม BP Tax and Accounting Services ................ พลอยเป็นคนกาฬสินธุ์โดยกำเนิด ย้ายตามคุณแม่มาอยู่ที่ออสเตรเลียตั้งแต่ปี 1994 โดยครอบครัวได้ตั้งรกรากอยู่ที่ เมือง Bunbury, South Western Australia พลอยช่วยผ่อนปรนภาระจากแม่และพ่อเลี้ยงโดยการทำงานพิเศษทั้งงานเสิร์ฟร้านอาหารต่างๆ และโรงแรม รวมไปถึงงานแคชเชียร์ซุปเปอร์มาเก็ตทุกเสาร์อาทิตย์และช่วงปิดเทอม จนกระทั่งพลอยได้ย้ายเข้ามาศึกษาต่อ ที่ Perth จนจบปริญญาตรี ด้านบริหารธุรกิจ สาขา การบัญชีจาก Edith Cowan University ในปี 2004 เธเล่าว่า เรามีงานประจำทำกัน แล้วรับทำบัญชีที่บ้าน เปิดเป็นสำนักงาน สามีเป็นชาวกัมพูชาคะ ตอนนี้เราก็เลยมีลูกค้ามาทำบัญชีกับเราทั้งสาม ภาษา ไทยอังกฤษและเขมร ก็จะช่วยให้พี่น้องคนไทยเราให้เข้าใจกฎภาษีของประเทศนี้ให้มากขึ้น เพราะจะค่อนข้างเข้าใจยากสักหน่อยนึง.............. พลอยรักการฟ้อนรำ มาตั้งแต่เด็กๆ เป็นศิลปินในสายเลือด โดยการปลูกฝังจากคุณ แม่แดง ภารดี เจริญธรรม Folvig ที่เป็นครูสอนนาฏศิลป์ไทย จึงไม่แปลกเลย ที่จะเห็นเด็กสาวตัวเล็กๆออกโชว์รำไทยในงานต่างๆของเมือง Bunbury และ ช่วยเหลืองานร่วมกับกลุ่ม Multicultural เป็นประจำ ทุกวันนี้พลอยยังได้มารับช่วงช่วยคุณแม่สอนรำไทยที่ศูนย์ภาษาไทยนครเพิร์ธแห่งรัฐออสเตรเลียตะวันตกของคุณอู๊ด เสาวรักษ์ ศรีสุขโขอีกด้วย แม้แต่ปัจจุบันก็จะเห็นครูพลอยตามงานต่างๆมากขึ้นเพราะตอนนี้ เธอกลายเป็นพิธีกรและดีเจร่วมด้วยกับสามี โบร่า เฮง ตามงานต่างๆทั่วไป ไม่ว่าจะงานไทยงานเทศ วันเกิด วันแต่ง เธอกล่าวปิดท้ายว่า พลอยรักความเป็นไทยมาก ทุกครั้งที่ได้รำ ได้สอนเด็ก มันเป็นความสุขใจอย่างบรรยายไม่ได้ ถึงแม้สามีพลอยจะเป็นคนกัมพูชา แต่ลูกทั้งสองคน ก็พูดได้ทั้งสามภาษาอย่างคล่องแคล่ว พลอยอยากเข้ามามีส่วนร่วม เป็นหนึ่งในหลายๆคน ที่ทำเพื่อพี่น้องชาวไทยในเพิร์ธและออสเตรเลีย เพราะพลอยอยากให้ ความเป็นไทย วัฒนธรรมไทยคงอยู่กับชาวไทย ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโลกก็ตาม สามัคคีคือพลัง จริงมั้ยค่ะอยากคุยอยากปรึกษาเกี่ยวกับงานบัญชีและภาษี ตามเข้าไปเช็ครายละเอียดของ BP Tax & Accounting Services ได้ที่เว็ปไซท์ https://m.me/bptaxandaccounting

@@@@ เป็นช่างภาพจะเก่งแค่ไหนไม่สำคัญ แต่การตลาดต้องสำคัญกว่า หลังจากที่ผันตัวจากการทำงานประจำมาเป็นคุณแม่ full time โดยรับงานถ่ายภาพและแต่งหน้าเป็นธุรกิจส่วนตัวแบบ part time เริ่มต้นจากหารายได้เล็กๆ น้อยๆ ช่วยเหลือครอบครัว แต่ธุรกิจขยับขยายขึ้น คนรู้จักมากขึ้น ก็เริ่มที่จะหาทางขยายตัวทางการตลาดด้วยเช่นกัน ............. น้อง กมลทิพย์ ด้วงอ่วม หรือ คุณแม่ลูกสองจากนครดาร์วิน Northern Territory ช่างภาพและช่างแต่งหน้า เจ้าของ Darwin Photography & Makeup Artist ก็ออกเปิดบูธงาน The Darwin Collective ที่ Marrara indoor Stadium ซึ่งเป็นงานเกี่ยวกับเด็กและครอบครัวของนครดาร์วิน เพื่อโชว์ผลงานการถ่ายภาพ และออกพบปะกับผู้มาร่วมงานและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการถ่ายภาพครอบครัวและเด็ก ......................น้องเล่าว่า “ทำงานถ่ายภาพก็มีลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆ เป็นระดับที่น่าพอใจในส่วนของตัวเอง บางช่วงเช่นช่วงคริสมาสต์และช่วงหน้าหนาวของแต่ละปี อาจจะยุ่งหน่อย เรื่องจากคนต้องการถ่ายภาพกันเยอะ ถึงแม้ว่าเราจะพอใจในระดับที่เราเป็นอยู่เนื่องจากก็มีภาระที่ต้องดูแลลูก อีกทั้งอยู่ต่างแดนต้องดูแลลูกๆตามลำพังโดยไม่มีครอบครัว พี่ ป้า น้า อาคอยช่วยเหลือ แต่พอถึงจุดๆ หนึ่งก็รู้สึกว่าเราต้องการที่จะโตขึ้นอีกระดับ ทำงานมาได้สักระยะ รู้สึกว่าเราควรจะต้องขยับขยายขึ้น ความสามารถเรื่องการถ่ายภาพของเราไม่แพ้ใคร เรามีสไตล์ของเราเอง แต่สิ่งสำคัญที่เราจะต้องพัฒนาก็คือ เรื่องการตลาดและการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เรื่องการถ่ายภาพเรามีความรู้และประสบการณ์มากว่าสิบปี และยังคงเรียนรู้หาความรู้ในด้านนี้มากขึ้นในทุกๆ วัน แต่ด้านการตลาด คือด้านที่เรายังไม่มีความรู้มากกว่า เรามีแต่ประสบการณ์การทำงานเป็นลูกจ้างบริษัท แต่ครั้งนี้เป็นการทำธุรกิจของเราเองคือสิ่งที่เราต้องพยายามให้มากขึ้น อันนี้คือสิ่งที่ตัวเองพยายามพัฒนาและหาความรู้ให้มากที่สุด” โดยปกตินั้นเธอจะโฆษณาตัวเองทางสื่อโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค Facebook มากที่สุด เพราะคนใช้เฟซบุ๊คมีจำนวนมาก แต่ก็เข้าถึงคนได้ระดับหนึ่งและเริ่มอิ่มตัว อีกทั้งเริ่มมีช่างภาพหน้าใหม่เข้ามา จึงเริ่มมองหาช่องทางที่จะพัฒนาและพาตัวเองออกไปพบปะกลุ่มลูกค้ากลุ่มอื่นๆ ...................เธอเปิดเผยว่า “งานนี้ก็เป็นงานที่มีลูกค้าเป้าหมายที่เราต้องการ จึงติดต่อขอเช่าพื้นที่ออกบูธ เพื่อโชว์ผลงานของตัวเอง น้องศึกษาการตลาดสำหรับช่างภาพมาเกือบปี พยายามหาความรู้ในด้านนี้มาตลอด และมีการวางแผนการตลาดของธุรกิจตัวเองไว้แล้วทั้งระยะสั้นและระยะยาว การออกบูธงานครั้งนี้ก็เป็นหนึ่งในการเริ่มต้นตามแผนการตลาดของตัวเอง แต่ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่วางไว้ แต่ก็ยังไม่มีความพร้อม หรือมีการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ที่เข้ามากระทันหัน แต่ก็จะพยายามดำเนินการตามแผนที่วางไว้ให้ได้มากที่สุด โชคดีที่ตัวเองเป็นคนประเภทที่ไม่ชอบละความพยายาม กับบางอย่างพักเบรคหลายรอบ ท้อบ่อยๆ แต่ไม่เคยถอย......................... ในการออกงานครั้งนี้ เธอได้รับการตอบรับเกี่ยวกับผลงานการถ่ายภาพเป็นอย่างดี ได้รับคำชมว่ามีสไตล์ที่สวยและสดใส เธอกล่าวทิ้งท้ายว่า “ก็ดีใจมากที่มีคนจำนวนมากชื่นชอบผลงานของเรา มีลูกค้าหลายคนที่ไม่เคยรู้จักเรามาก่อน ก็ได้มารู้จักเรางานนี้ อีกทั้งยังได้รับคำชมในเรื่องการจัดและออกแบบบูธ ซึ่งวางคอนเซ็ปไว้ว่าเป็นแนว rustic แต่เป็นคนชอบสไตล์ที่เรียบง่ายและชอบสีขาวจึงทาด้วยสีขาว ผนังแบ็คดร็อปก็ได้มาจาก pallets ที่ทิ้งแล้ว เอามาต่อกันเป็นผนัง ซึ่งต้องขอขอบคุณ คุณฌอน ทรีวาร์ธา สามีที่ช่วยทำงานไม้และทำให้ความตั้งใจเป็นจริง ได้ตามที่ออกแบบไว้ทุกอย่าง ในการออกบูธครั้งนี้ยังได้รับความช่วยเหลือจากพี่ๆ น้องๆ ในแก๊ง The family gang ที่ทั้งมาช่วยจัดบูธ มาให้กำลังใจในการออกงานครั้งแรก ที่เราถือว่าเป็นอีกขั้นในการเติบโตของเรา ซึ่งพี่ๆ ก็รับทราบและมาให้กำลังใจ มาส่งข้าวส่งน้ำ ต้องขอบคุณจากใจจริงๆ ค่ะ งานนี้เป้าหมายคือ ต้องการนำผลงานของเราออกไปสุ่สายตาของลูกค้าให้ขยายวงได้กว้างมากที่สุด อยากให้ได้เห็นว่า งานที่เราทำมีคุณภาพสูง เราต้องการเน้นการถ่ายภาพที่ให้ความสำคัญกับความทรงจำดีๆ ของคุณและครอบครัว ภาพที่เราถ่ายจะอยู่กับคุณไปจนรุ่นลูกรุ่นหลาน มันคือ investment ทางด้านจิตใจของครอบครัวคุณคะ


ไตรภพ ซิดนีย์
tripope@hotmail.com
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 25