อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

2475 เส้นทางคนแพ้ : พระยาฤทธิอัคเนย์ (3)

“พระยาฤทธิฯ คัดค้านขึ้นอย่างรุนแรง เพราะเห็นว่าบรรดาผู้ที่เข้าร่วมงานนั้นเตรียมการกันยังไม่พร้อม และข้อสำคัญคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังประทับอยู่ในพระนคร จันทร์ที่ 20 มีนาคม 2560 เวลา 09.00 น.


ขณะที่การเปลี่ยนแปลงการปกครองได้เกิดขึ้นเมื่อเช้า 24 มิถุนายน 2475 ดังเป็นที่ทราบกันนั้น  แต่ก่อนหน้านั้น คณะราษฎรได้มีความคิดจะลงมือกระทำการกันในเดือนเมษายน 2475 โดยจะกระทำการในขณะมี “พระราชพิธีเฉลิมกรุงเทพมหานคร ในวาระครบ 150 ปีแห่งราชวงศ์จักรี ซึ่งมีเหตุการณ์ความขัดแย้งสำคัญระหว่างผู้ก่อการสายทหารบกจนอาจนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ หลวงประดิษฐ์มนูธรรม (นายปรีดี พนมยงค์) เขียนไว้ในหนังสือที่ระลึกงานศพของหลวงสังวรยุทธกิจ ผู้ร่วมก่อการสายทหารเรือตอนหนึ่งว่า...
 
“เมื่อได้เชิญเจ้าคุณพหลฯ เจ้าคุณฤทธิ์ฯ เข้าร่วมคณะราษฎร์ก่อนมิถุนายน ประมาณ 4-5 เดือนแล้ว ศูนย์กลางได้มอบให้เจ้าคุณทรงฯ เป็นผู้วางแผนยึดอำนาจ การปรึกษากันเกิดขัดแย้งระหว่างฝ่ายเจ้าคุณทรงฯ ที่ต้องการลงมือทำการขณะพระปกเกล้าประทับในกรุงเทพฯ กับฝ่ายเจ้าคุณฤทธิ์ฯ ที่ข้าพเจ้าเห็นด้วยว่าควรลงมือทำการขณะพระปกเกล้าฯ ไม่ประทับอยู่ในพระนคร ถึงกับเจ้าคุณฤทธิ์ฯ ขอถอนตัวจากคณะราษฎร....”



นายพันเอก พระยาฤทธิอัคเนย์  ได้ให้สัมภาษณ์ เสทื้อน ศุภโสภณ ดังปรากฏในหนังสือ “ชีวิตทางการเมืองของ พ.อ. พระยาฤทธิอัคเนย์” ไว้ดังนี้

แผนการของคณะปฏิวัติคราวนั้น มีโดยย่อดังนี้ คือ คณะปฏิวัติจะได้อัญเชิญเสด็จเจ้านาย หรือจะพูดกันตรงไปตรงมาก็คือ “จับ” นั่นเอง เอามาไว้เป็นตัวประกัน ทั้งนี้รวมทั้งองค์พระประมุขแห่งชาติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย ในการนี้คณะปฏิวัติจะใช้กำลังทหารหน่วยหนึ่งบุกเข้าไปในพระราชฐาน แล้วบังคับให้ทรงยินยอมมอบอำนาจให้คณะปฏิวัติและเซ็นพระนามพระราชทานรัฐธรรมนูญให้ พระยาฤทธิอัคเนย์ ให้ความเห็นต่อคณะผู้ก่อการว่า...

ถ้าทำตามแผนการที่กล่าวข้างต้น คือ ยกกำลังจู่โจมเข้าไปในพระราชฐานขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังประทับอยู่ก็ย่อมจะได้รับการต่อสู้ขัดขวางจากทหารที่รักษาการณ์อยู่ในพระราชฐาน แล้วการนองเลือดซึ่งไม่เป็นที่พึงปรารถนาก็จะต้องบังเกิดขึ้นและการปะทะนี้ต้องเสียเวลามาก บรรดาทหารจากรมกองต่างๆ ในพระนครก็ย่อมจะต้องระดมกำลังไปส่งเพิ่มเติม สมทบกับทหารที่รักษาการณ์อยู่ในพระราชฐาน เพราะจอมทัพกำลังตกอยู่ในที่อันตราย ขณะนั้น กองทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ (พัน 2) ก็ประจำอยู่ที่เชิงสะพานมัฆวาน

 

เมื่อเป็นดังนี้ การที่จะทำการให้รวดเร็วก็ไม่อาจจะดำเนินไปได้ ด้วยถูกขัดจังหวะ ในที่สุดกำลังของพวกผู้ก่อการซึ่งยังไม่พรักพร้อม ก็ไม่อาจที่จะต้านทานได้ งานก็ไม่สำเร็จ และอาจจะมีการล้างผลาญกันถึงชีวิตเป็นใหญ่

ด้วยเหตุนี้....

“พระยาฤทธิฯ จึงได้คัดค้านขึ้นอย่างรุนแรง เพราะเห็นว่าบรรดาผู้ที่เข้าร่วมงานนั้น เตรียมการกันยังไม่พรักพร้อม และข้อสำคัญก็คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังประทับอยู่ในพระนคร ซึ่งประการหลังนี้ พระยาฤทธิ์ฯ เห็นว่ามีความสำคัญอยู่มาก ท่านมีความคิดเห็นว่าการปฏิวัติจะต้องทำกัน ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ได้ประทับอยู่ในพระนคร ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะต่อสู้ด้วยกำลัง และก็เป็นที่ทราบกันอยู่ดีแล้วว่า เมื่อถึงฤดูร้อนพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ ย่อมแปรพระราชฐาน เสด็จไปประทับอยู่ ณ พระราชวังไกลกังวลเสมอ ฉะนั้น พระยาฤทธิ์ฯ จึงเห็นว่าควรคอยไปก่อนเพื่อรอจังหวะอันดีงามที่จะมาถึงในโอกาสหน้า”

พระยาฤทธิฯ ได้ฝากข้อคิดทิ้งท้ายไว้ว่า...“ถ้าขืนทำตามนี้อย่าทำดีกว่า คิดว่าจะล้มเหลว เสียหายและน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง”

 

แต่บรรดาหัวหน้าคณะปฏิวัติทั้งหมดที่อยู่ในขณะนั้นรวมทั้ง พระยาพหลฯ และ พระยาทรงฯ ด้วย ไม่เห็นด้วยกับความคิดของพระยาฤทธิฯ และยืนยันว่าจะต้องทำให้ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ พระยาฤทธิฯ จึงประกาศยืนยันไม่เห็นด้วยโดยเด็ดขาดว่า
“ถ้าไม่ตกลงตามนี้ก็เลิกกัน” และในการนี้พระยาฤทธิฯ ได้ให้คำมั่นอันเป็นหลักประกันต่อคณะปฏิวัติว่า

“ด้วยเกียรติยศ จะไม่นำเรื่องที่เราปรึกษากันในระหว่างเพื่อนนี้ไปพูดให้คนอื่นทราบเป็นอันขาด”
 
แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ไม่อาจรับรองได้ นี่คือคำขาดที่ พระยาฤทธิฯ ยืนยันต่อบรรดาบุคคลชั้นหัวหน้าของคณะปฏิวัติในขณะนั้น คือ
ถ้าท่านขืนเริ่มทำกันในขณะที่พระเจ้าอยู่หัวยังอยู่ก็ตามต้องมีการต่อสู้กัน ในฐานะที่ข้าพเจ้าเป็นนายทหารรักษาพระองค์ ซึ่งต้องปฏิบัติการตามหน้าที่

บรรยากาศของที่ประชุมคณะปฏิวัติตึงเครียดขึ้นมาทันที แต่แล้วก็กลับคืนเข้าสู่ภาวะปกติได้ โดยมีบุคคลผู้หนึ่งเข้าไปร่วมประชุมด้วยภายหลังเพื่อน เขาผู้นั้นคือ หลวงประดิษฐ์มนูธรรม นั่นเอง หลวงประดิษฐ์ฯ ได้มีความเห็นตรงกันกับพระยาฤทธิฯ และสนับสนุนด้วยอย่างดียิ่ง เรื่องจึงลงเอยกันได้

เมื่อถึงเวลาลงมือใน 24 มิถุนายน 2475 ความเห็นของ พระยาฤทธิอัคเนย์ จะได้รับการยืนยันว่าถูกต้อง.

...................................................
คอลัมน์ : Old Soldiers Never Die
โดย “พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์”
Facebook : Gen.Bunchon - บัญชร ชวาลศิลป์
 

2475 เส้นทางคนแพ้ : พระยาฤทธิอัคเนย์ (1)

2475 เส้นทางคนแพ้ : พระยาฤทธิอัคเนย์ (2)


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 380