อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

พ่อแม่รังแกฉัน

งานนี้ก็ต้องขอบคุณ สื่อที่รักความถูกต้อง คนทำข่าวที่ยึดมั่นในหลักการและจรรยาบรรณ ที่ช่วยนำเรื่องการเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ป มาตีแผ่ให้สังคมได้รับรู้กันอีกครั้ง จนกลายเป็นวลียอดฮิต ด้วยประโยคที่ว่า ’พ่อแม่รังแกฉัน“ จันทร์ที่ 20 มีนาคม 2560 เวลา 01.45 น.


ทีแรกคิดว่า ทั้งอาและหลาน ในฐานะ เครือญาติตระกูล “ชินวัตร” จะตีอกชกตัวด้วยความดีใจซะอีก หลังจาก รัฐบาล พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา โยนเรื่องเก็บภาษี “หุ้นชินคอร์ป” ซึ่งขายให้กลุ่มเทมาเส็ก เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2549 จำนวน 329.2 ล้านหุ้น ให้กระบวนการยุติธรรมช่วยชี้ขาด ไม่ใช้มาตรา 44 อย่างที่บางคนเรียกร้อง

อย่าลืมว่า ปริศนาและลับลมคมใน ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมของ “นายทักษิณ ชินวัตร” มีข้อสงสัยมาอย่างต่อเนื่อง แม้ศาลฎีกาจะเคยมีคำพิพากษายึดทรัพย์ ไปด้วยวงเงิน 46,000 ล้าน บาท แต่ด้วยที่ไปที่มาของการทำธุรกิจ ตั้งบริษัทในเกาะที่เชี่ยวชาญ เรื่องการฟอกเงิน ทรัพย์สินบางอย่าง อยู่ในชื่อคนขับรถ และคนรับใช้ การซื้อขายหุ้นผ่านนอมินีในรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้ง การทำธุรกรรมนอตลาดหลักทรัพย์ฯ จนก่อให้เกิดข้อสงสัยมากมาย

งานนี้ก็ต้องขอบคุณ สื่อที่รักความถูกต้อง คนทำข่าวที่ยึดมั่นในหลักการและจรรยาบรรณ ที่ช่วยนำเรื่องการเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ป มาตีแผ่ให้สังคมได้รับรู้กันอีกครั้ง จนกลายเป็นวลียอดฮิต ด้วยประโยคที่ว่า ’พ่อแม่รังแกฉัน“

จริง ๆ ก็เห็นใจ คุณโอ๊ค “พานทองแท้ ชินวัตร” เลี้ยงข้าทาสบริวาร ไว้มากมายก่ายกอง ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ สื่อมวลชน นักเคลื่อนไหวในคราบนักศึกษา แทนที่คนเหล่านี้จะช่วยส่งเสริม ให้เป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับ มีโอกาสนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ในอนาคต กลับมาแนะนำให้เล่นผิดบท จนคนเขารุมด่ากันทั้งบ้านทั้งเมือง

เชื่อเถอะ ถ้า “หัวหน้า คสช.” ออกโรงผลักดันการสร้างความปรองดอง โดยแลกกับวิธีการ ล้มล้างคดีความต่าง ๆ ทั้งหมด พล.อ.ประยุทธ์ก็อยู่ไม่ได้ คนรักความถูกต้องไม่มีวันยอมแน่ ๆ

และขอบอกตรง ๆ เวลานั่งชมรายการทาง “ช่องวอยซ์ ทีวี” ที่มี “นายวิโรจน์ อาลี” อาจารย์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกมาปกป้องคนในตระกูล “ชินวัตร” แล้วรู้สึกอเนจอนาถใจไปทุกครั้ง ไม่รู้ว่าผู้บริหารจากสถาบันรั้วเหลืองแดงคิดเหมือนผมหรือเปล่า

ยังจำภาพได้ วันที่ “นักวิชาการ” คนนี้ ชูนิ้วเป็นสัญลักษณ์เพศชาย ให้สถาบันของตนเอง เพียงแค่เครื่องปรับอากาศในห้อง เรียนเกิดเสีย ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เรื่องใหญ่เรื่องโต เลยทำให้ผมนึกถึง “อั้ม เนโกะ” ขึ้นมาทันที

ไอ้มันผู้พฤติกรรมเลวทรามต่ำช้า นอกจากจะแสดงให้เห็น ถึงการกระทำ อุบาทว์ชาติชั่วเป็นประจำแล้ว แม้กระทั่งต่อหน้าเสาธงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังพูดจาจาบจ้วงสถาบันอย่างต่อเนื่อง จนกลายสภาพเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีตามกฎหมายอาญามาตรา 112

ครับ .. ตั้งคำถามอยู่ตลอดเวลา ทำไมนักการเมือง นักวิชาการ นักสื่อสารมวลชน และ นักศึกษาที่สวมบทนักเคลื่อน ไหว ถึงยอมขายตัว ละทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเอง ดำรงตนเป็นมือไม้ ให้พวกปล้นชาติทำลายแผ่นดิน โดยไม่มีสามัญสำนึก แค่เศษเงินเพียงไม่กี่บาท มันยังยอมทำ กับการปั้นน้ำเป็นตัว ออกมาพูดจา ทำลายชาติทำลายสถาบัน แต่คิดอีกที ก็ดีเหมือนกัน คนไทยรักชาติรักแผ่นดิน จะได้รู้ซึ้งถึงกำพืดคนพวกนี้

และต้องบอกคุณโอ๊คด้วยความจริงใจ ไม่ต้องกลัวหรอกครับว่า จะมีใครกล้าบิดเบือนกระบวนการยุติธรรม เพื่อใส่ร้าย ตัวคุณและเครือญาติ คิดดูขนาด สำนวนการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย ให้กับ บมจ. กฤษดามหานคร ที่ต้องขยายผล ว่า มีใครบางคน เข้าไปหาประโยชน์ จากการหากินกับ ’เงินปากถุง“ วันนี้คดียังไม่มีความคืบหน้าไปถึงไหน

แถมยังมีข่าวว่า จะมีการแปลงสภาพ ผลประโยชน์ที่ได้จากบริษัทเอกชน จากการได้งบประมาณไปลงทุน กลายเป็นเพียงเงินกู้ เพื่อล้างผิดให้กับคนบางกลุ่ม เรื่องอย่างนี้ ข้าราชการบางคนยังกล้าทำ

อ้อ.. ยังไม่ลืมสำนวนปล่อยกู้ของ “เอ็กซิม แบงก์” ให้กับ “เมียนมา” เพื่อซื้ออุปกรณ์บริษัทชินแซทฯ ระหว่างผู้นำรัฐบาล ชื่อ “ทักษิณ” เดินทางไปเยือนประเทศเพื่อนบ้าน คดียังค้างอยู่ในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดูเหมือน ทริปนั้น มีชื่อ “พานทองแท้” ร่วมอยู่ด้วยไม่ใช่หรือ

ถึงต้องบอกว่า “คุณโอ๊ค” ไม่ต้องห่วง ขอแค่กำชับข้าทาสบริวาร อย่าเล่นเกินบทมากไป เดี๋ยวจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายมากไปกว่าเดิม ด้วยความปรารถนาดีจริง ๆ.

...............
เขื่อนขันธ์


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    86%
  • ไม่เห็นด้วย
    14%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 225