อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 สิงหาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 สิงหาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

เกมไล่ล่าเก็บภาษีชี้อนาคต"ท็อปบู๊ต"

สตง.เครื่องร้อนจัดหนักเปิดเกมรุก จุดไฟจี้ กรมสรรพากร จี้ให้เก็บภาษี หุ้นชินคอร์ปกว่าหมื่นล้านบาทกับคนตระกูลชิน เข้าคลังเพราะกำลังหมดอายุความในวันที่ 31 มี.ค. ไปยังไม่ทันเท่าไหร่ จันทร์ที่ 20 มีนาคม 2560 เวลา 10.46 น.

สตง.เครื่องร้อนจัดหนักเปิดเกมรุก จุดไฟจี้ กรมสรรพากร จี้ให้เก็บภาษี หุ้นชินคอร์ปกว่าหมื่นล้านบาทกับคนตระกูลชิน เข้าคลังเพราะกำลังหมดอายุความในวันที่ 31 มี.ค. ไปยังไม่ทันเท่าไหร่

ผู้ว่าการสตง. พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส” ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (ผู้ว่าการสตง.) ยังได้ออกมารุกไล่การทำหน้าที่ของกรมสรรพากรอีกครั้ง ให้ไปไล่เก็บภาษีนักการเมืองในช่วงรัฐบาล “นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” และ ..ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี โดยยึดนโยบายของ คตง. ในการดำเนินการเรียกเก็บภาษีให้เกิดความเป็นธรรม และยังได้ยืนยันแข็งขันว่าการ
ออกมาพูดครั้งนี้ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ได้จำเพาะเจาะจงไปที่ใครคนใดคนหนึ่งเหมือนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ และตรวจสอบทุกคน และพบด้วยว่า มี นักการเมืองกว่า 60 คน ไม่ได้มีสังกัดอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่เป็นนักการเมืองที่ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินอยู่รัฐบาลทั้ง 2 ยุค

และได้ส่งรายชื่อนักการเมืองเหล่านี้ไปให้กรมสรรพากรจัดเก็บภาษีเมื่อช่วงต้นปี 58แต่แปลกใจทำไมทางกรมสรรพากรยังไม่ดำเนินการอะไร ได้แต่เบี่ยงเบนไปว่า ทำหนังสือสอบถามไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้วว่า ทั้ง 60 นักการเมือ ร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ ถ้ารวยเป็นปกติก็จะไม่จัดเก็บภาษีรายได้เพิ่ม

แต่ “ผู้ว่าการสตง.” เห็นทีจะไม่ได้การ ต้องออกโรงตีปี๊บแต่ก่อนตีปี๊บ ก็ได้ส่งหนังสือเตือนกรมสรรพากรไปอีกรอบว่า ถ้าพวกนี้ร่ำรวยผิดปกติ ก็โดนสอบทุจริตไปหมดแล้ว พร้อมย้ำเตือนถึงหน้าที่ของกรมสรรพากรที่ต้องตรวจสอบ ด้วยว่า ถึงแม้รวยเป็นปกติ พบว่า มีบัญชีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น ก็เป็นหน้าที่ของกรมสรรพากรต้องตรวจสอบและจัดเก็บภาษีเพิ่ม จะเห็นจากการแสดงบัญชีทรัพย์สิน 3 ช่วง ก่อนเข้า หลังเข้า และพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว 1 ปี ใครมีรายได้เพิ่มมาก บางคนจาก 50 ล้านบาทเป็น 500 ล้านบาท บางรายเพิ่มเป็นพันล้านบาท

ผู้ว่าการสตง.ยังได้แพลมออกมาด้วยว่า “ที่ผ่านมาก็มีข่าวว่าเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ใครเป็นใครให้ประชาชนไปเปิดดูได้ในเว็บไซต์ของหน่วยงานปราบโกง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชุดนี้เป็นกลุ่มใหญ่ที่มีรายได้เพิ่มอย่างชัดเจน ไม่อยากให้เป้าใหญ่หลุด จึงอยากเร่งส่งรายงานให้กรมสรรพากร ดำเนินการเรียกเก็บก่อน ส่วนชุดอื่น ๆ กำลังจะตามมา นักการเมืองที่อยู่ในสภา ก็ไม่เสียภาษีมีเป็น 100 ราย”  

และเมื่อมาดูผลสำรวจโพลก็พบประชาชนฝากความหวังกับ “รัฐบาลท็อปบู๊ต” มากกว่ารัฐบาลที่มาจากนักการเมือง” เพราะเป็นรัฐบาลทหาร มีอำนาจเด็ดขาด ทำงานตรงไปตรงมา

ดังนั้นรายการไล่บี้กรมสรรพากรเก็บภาษีนักการเมือง เป็นสิ่งที่น่าจับตาว่า “ท็อปบู๊ต” จะจัดการอย่างไร เอาจริงแค่ไหน อีกไม่นานก็รู้ว่า “อภินิหารแห่งกฎหมาย” นั้นไม่ได้เป็นแค่เกมไล่ล่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็น “อภินิหารแห่งความยุติธรรม และความเท่าเทียมจริง ๆ”.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    33%
  • ไม่เห็นด้วย
    67%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 3