อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 สิงหาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 สิงหาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

เสริมทัพรับมือปัญหา 'โซเชียลสู้โรค' เทรนด์ใหม่ 'ใช้ได้ผล'

"ปัจจุบันมีผู้ติดตามเกือบ 4 หมื่นคน นอกจากเฟซบุ๊กก็ยังให้คำแนะนำผ่าน LINE ด้วย โดยส่งข้อมูลเรื่องการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย การปรับยา เพื่อให้ผู้ป่วยควบคุมอาการได้ดีขึ้น" อังคารที่ 21 มีนาคม 2560 เวลา 06.00 น.


เชื่อหรือไม่?? ขณะนี้ประเทศไทยมี ’ผู้ป่วยโรคเบาหวาน“ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งจากการสำรวจสุขภาพประชากรไทยโดยการตรวจร่างกาย ปี 2557 ในกลุ่มประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป พบว่า...มีผู้เป็นเบาหวานมากถึง 8.9% หรือคิดเป็น 4.8 ล้านคน จากจำนวนประชากรทั้งหมด นอกจากนี้ ยังพบว่า...การรักษาเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดบรรลุเป้าหมายเพียง 38.2% เท่านั้น...นี่นับเป็นข้อมูลที่น่าตกใจ...ทั้งที่ยุคนี้เป็นยุคที่ “เทรนด์ดูแลสุขภาพ” มาแรง??...

แต่กลับ “มีผู้ป่วยเป็นเบาหวานเพิ่มสูงขึ้น”

จำเป็นต้องหาแนวทางแก้ไขปัญหา” นี้!!!...

เกี่ยวกับการแก้ปัญหานี้นั้น ทาง นพ.เพชร รอดอารีย์ เลขาธิการสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ สะท้อนไว้ว่า...เบาหวานเป็นปัญหาสำคัญของประเทศไทย ที่จะต้องมี “มาตรการที่ดี” เพื่อไม่ให้ตัวเลขผู้เป็นเบาหวานเพิ่มขึ้นไปมากกว่าที่เป็นอยู่ โดยในยุคที่ “โซเชียลมีเดีย” พัฒนาไปมาก จนทำให้ผู้คนสื่อสารถึงกันได้อย่างรวดเร็ว จึงเป็นที่มาของ...

แนวคิด ’ใช้สื่อโซเชียล“ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้

นพ.เพชร ระบุไว้อีกว่า...จากการเติบโตของสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้ผู้คนสื่อสารและส่งต่อความรู้กันได้อย่างรวดเร็ว จึงเป็นที่มาของการเสวนาหัวข้อ “การใช้ชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานในยุคโซเชียลมีเดีย” ที่สมาคมฯจัดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำสื่อชนิดนี้มาใช้เพื่อลดอัตราการเกิดโรคเบาหวานในคนไทย ไม่ให้มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นไปกว่านี้... ด้วยเหตุนี้ สมาคมฯจึงจัดโครงการ “สัมมนาเครือข่ายชมรมผู้เป็นเบาหวาน” ร่วมกับโรงพยาบาลในภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อสร้างเครือข่ายระหว่างบุคลากรทางการแพทย์และผู้ที่เป็นเบาหวานขึ้นมา โดยที่ผ่านมาจัดไปแล้ว 6 จังหวัด

เริ่มจากกรุงเทพฯ ต่อไปยังอุบลราชธานี สงขลา เชียงใหม่ ระยอง พิษณุโลก โดยสามารถเข้าถึงผู้นำกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานถึง 400 คนบุคลากรทางการแพทย์ 300 คน จาก 128 โรงพยาบาล“…นพ.เพชร กล่าว

พร้อมทั้งได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมไว้อีกว่า...แนวทางนี้จะนำไปสู่การพัฒนาการดูแลตนเอง และช่วยเหลือระหว่างผู้เป็นเบาหวานด้วยกัน ซึ่งมีแผนที่จะขยายเครือข่ายนี้ให้ครอบคลุมทั้งประเทศ ถือเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน นอกจากนั้นยังเป็นการสร้างเสริม แลกเปลี่ยน และเผยแพร่ความรู้ในเรื่องนี้ โดยความรู้เรื่อง “เบาหวาน” ประชาชนสามารถหาข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.dmthai.org หรือจากเฟซบุ๊กของสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งเป็น...

ข้อมูล “โรคเบาหวาน” ที่ถูกต้อง-เชื่อถือได้

ขณะที่ .นพ.ฉัตรเลิศ พงษ์ไชยกุล ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สะท้อนไว้ว่า...ยุคโซเชียลทำให้พฤติกรรมคนไทยเปลี่ยนไป โดยคนจะชอบค้นหาข้อมูลจากสื่อออนไลน์ด้วยตนเอง สำหรับกรณีของตนเองนั้น ยกตัวอย่างเมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา ได้เปิดเฟซบุ๊กชื่อ Endocrinology by Prof. Chatlert Pongchaiyakul ให้เป็นเพจทางวิชาการ เพื่อให้ความรู้เรื่องระบบต่อมไร้ท่อและเบาหวานเป็นหลัก ซึ่งหลังจากเปิดใช้ไปได้ระยะหนึ่งพบว่า...ผู้ติดตามจำนวนมากนั้นส่วนใหญ่ก็คือ ประชาชนทั่วไป จึงใช้ช่องทางอย่าง “สื่อโซเชียล” เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนในวงที่กว้างขึ้น...

ปัจจุบันมีผู้ติดตามเกือบ 4 หมื่นคน นอกจากเฟซบุ๊กก็ยังให้คำแนะนำผ่าน LINE ด้วย โดยส่งข้อมูลเรื่องการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย การปรับยา เพื่อให้ผู้ป่วยควบคุมอาการได้ดีขึ้น“...ศ.นพ.ฉัตรเลิศ ระบุ

ด้าน ดร.สุปิยา เจริญศิริวัฒน์ นักวิจัย และหัวหน้าห้องปฏิบัติการวิจัยติดตามสุขภาพและรูปแบบการดำเนินชีวิต ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ได้เสริมไว้ถึงเรื่องนี้ว่า...การออกแบบข้อมูลเพื่อให้ใช้งานกับโรคเบาหวานนั้น มี 3 หมวดสำคัญ คือ 1.การบันทึกประวัติ 2.ข้อมูลทางโภชนาการ และ 3.การดูแลสุขภาพ ซึ่งหลังจากที่มีการใช้งานมาระยะหนึ่งแล้วนั้น ก็ได้พบว่า...ผลลัพธ์ทางสุขภาพในผู้ที่ป่วยเป็นเบาหวานดีขึ้น

ในประเทศไทย มีแอพพลิเคชั่นเช่นนี้หลายตัว อาทิ FoodiEat ที่ให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพ โดยสามารถบันทึกพฤติกรรมการรับประทานอาหาร พร้อมคำนวณค่าพลังงานที่เผาผลาญจากการออกกำลังกายได้ ส่วนอื่น ๆ ที่กำลังมีการพัฒนา อาทิ แอพพลิเคชั่นที่บันทึกข้อมูลสุขภาพ หรือให้คำแนะนำ หรือแจ้งเตือนผู้ป่วยและญาติ หากตรวจพบภาวะเสี่ยงจากเบาหวาน เช่น ผู้ป่วยลืมฉีดยา มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ เป็นต้น...ซึ่งเป็นตัวอย่างของแอพพลิเคชั่นที่น่าสนใจ...

เกี่ยวกับเรื่อง “การดูแลป้องกันเบาหวาน”

ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก็มีคำแนะนำจาก ผศ.สมิทธิ์ บุญชุติมา อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า...เพื่อให้เป็นประโยชน์ ผู้ใช้งานต้องมีความรู้ทักษะ 4 ด้าน คือ 1.ความรู้เรื่องความเสี่ยงของโรคเบาหวาน 2.เทคนิคสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ 3.การผลิตภาพกราฟิก และ 4.กฎหมายเกี่ยวกับลิขสิทธิ์

ประชาชนผู้ให้บริการสาธารณสุข ต้องพิจารณาที่มาของข่าวสารว่ามีความน่าเชื่อถือเพียงใด ก่อนที่จะเชื่อ เพื่อให้เกิดประโยชน์ที่สุด“...เป็นการเน้นย้ำถึงการ “ใช้โซเชียลอย่างถูกต้อง” เพื่อให้ “เกิดประโยชน์”...

ทั้งกับผู้ให้ข่าวสาร...ทั้งผู้ที่เป็นเบาหวาน

พร้อมข้อควรระวัง...การใช้งานโซเชียล

ต้องเช็กให้ชัวร์...ก่อนเชื่อ-ก่อนแชร์!!.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 3