อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 กันยายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 กันยายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ย้อนดูจังหวัดยอดตายสูง5ปี 'จยย.-ทางตรง'ครองแชมป์

อย่าให้ 7 วัน ต้องเป็นเทศกาลรดน้ำศพ! ย้อนดูสถิติ 4 ปีสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์ เผย5จังหวัดยอดตายพุ่ง มอไซค์-ทางตรงครองแชมป์ สาเหตุยอดฮิตเมาแล้วขับ!! อังคารที่ 21 มีนาคม 2560 เวลา 10.00 น.


หลังจากที่ทราบสถิติ 9 ปีย้อนหลังช่วงเทศกาล “สงกรานต์ 7 วันอันตราย” ซึ่งเมาแล้วขับครองแชมป์สาเหตุการตายพุ่งสูงที่สุด และอีกเพียง 21 วันเท่านั้น ภาครัฐจะต้องเตรียมรับมือเทศกาลสาดน้ำ “เคาท์ดาวน์นับศพ” ไล่ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. ไปจนถึง 17 เม.ย.ที่จะถึงนี้

เช่นนี้แล้วสถานการณ์ปัญหา “เมาแล้วขับ” จึงเป็นสิ่งที่น่าห่วง และควรเร่งดำเนินการแก้ไข โดยเฉพาะอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่เกิดขึ้นบนทางหลวงแผ่นดินที่เข้าถึงพื้นที่ในระดับตำบล กลับมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผอ.สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ ไขคำตอบ 
“7 วันอันตรายช่วยทำให้อุบัติเหตุในแต่ละปีลดลงหรือไม่??” ซึ่งชวนอึ้งอยู่เหมือนกัน คือ “ไม่ลดลง” เพียงแค่บรรเทาความรุนแรงให้เบาบาง ดีกว่าที่ไม่ทำอะไรเลย เพราะก่อนหน้า พ.ศ. 2544 ประเทศไทยยังไม่มีใครเก็บสถิติยอดคนตายช่วงเทศกาลสำคัญๆ จะตกอยู่ที่ 700-1,000 ราย ซึ่งไม่มีใครกล้าออกมาพูดเรื่องตัวเลข เนื่องด้วยระบบจัดเก็บไม่ค่อยดี

“พอเกิดอุบัติเหตุขึ้น ตอนนั้นชาวบ้านก็จะโทษเรื่องเวรกรรมเป็นหลัก จนกระทั่งปี 45-46 ตั้งศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (คปถ.) แต่ใช่ว่าจะสมบูรณ์ ก็เป็นเพียงองค์กรหลวมๆ เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลก็เปลี่ยนคณะทำงาน ไม่ได้มีการเชื่อมประสาน จนมาถึงปี 48-49 เกิดกฎหมายพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และอีก 2 ปีถัดมา มีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ออกมาเพื่อสนับสนุน แต่ไม่มีใครรับผิดชอบหลัก”

โดยสถิติ 5 ปีย้อนหลัง ลักษณะของอุบัติเหตุช่วงทศกาล 7 วันอันตาย จากรายงานของ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (คปถ.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่ พ.ศ.2556-2559 มีแน้วโน้มไม่เปลี่ยนแปลง คือยานพาหนะที่ประสบอุบัติเหตุมากที่สุด “รถจักรยานยนต์” อุบัติเหตุมักเกิดช่วงทางตรง ส่วนสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเมาสุรา และช่วงเวลา 16.00-20.00 น. มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมากที่สุด

-
ในปี 55 จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี 13 ราย มีสาเหตุขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ ขณะเมาสุรา พฤติกรรมไม่สวมหมวกนิรภัย เกิดขึ้นบนถนน อบต./หมู่บ้าน เส้นทางตรง ช่วงเวลา 16.00-20.00 น.

-
ในปี 56 จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. ประจวบคีรีขันธ์ 12 ราย 2. กาญจนบุรี และร้อยเอ็ด 11 ราย 3. สงขลา และนครสวรรค์ 9 ราย มีสาเหตุขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ เมาสุรา พฤติกรรมไม่สวมหมวกนิรภัย เกิดขึ้นบนทางหลวงแผ่นดิน เส้นทางตรง ช่วงเวลา 16.00-20.00 น.

-
ในปี 57 จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด3 อันดับแรก ได้แก่ 1. นครราชสีมา 14 ราย 2. เชียงราย 11 ราย 3. เชียงใหม่ นครสวรรค์ และราชบุรี 9 ราย มีสาเหตุขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ เมาสุรา พฤติกรรมไม่สวมหมวกนิรภัย เกิดขึ้นบนถนน อบต./หมู่บ้าน เส้นทางตรง ช่วงเวลา 16.00-20.00 น.

-
ในปี 58 จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. สุรินทร์ 16 ราย 2. ร้อยเอ็ด 14 ราย 3. เชียงใหม่ และนครราชสีมา 13 ราย มีสาเหตุขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ เมาสุรา พฤติกรรมไม่สวมหมวกนิรภัย เกิดขึ้นบนทางหลวงแผ่นดิน เส้นทางตรง ช่วงเวลา 16.00-20.00 น.

-
ในปี 59 จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. กทม. และนครราชสีมา 19 ราย 2. พิจิตร 17 ราย 3. กาญจนบุรี เชียงราย และอุดรธานี 15 ราย มีสาเหตุขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ เมาสุรา พฤติกรรมไม่สวมหมวกนิรภัย เกิดขึ้นบนทางหลวงแผ่นดิน เส้นทางตรง ช่วงเวลา 16.00-20.00 น.



“ตอนนี้เฉลี่ยไทยมีรถมอเตอร์ไซค์ประมาณ 25 ล้านคัน มันไม่ตายยังไง มดกับปลวก แล้วพฤติกรรมใช้ลูกไปซื้อเหล้า ก๋วยเตี๋ยว โซดา น้ำแข็ง เมาบ้างไม่เมาบ้างเป็นปัญหาซ้ำๆ คนต่างพื้นที่ก็ดันขับรถไม่ระวัง ไม่เปลี่ยนพฤติกรรม คนหนึ่งออกมาซื้อของถนนสายรองเล็กๆ อีกคนวิ่งทางตรงด้วยความเร็วเพื่อไปแหล่งท่องเที่ยวชนกันประจำ ต่างคนต่างไม่เปลี่ยนพฤติกรรม อยากจะเตือนนักท่องเที่ยว หรือคนต่างถิ่นต้องระมัดระวัง ไม่รู้ตรงไหนแยก ตรงไหนเลี้ยว ยิ่งขับเร็วโอกาสตายก็สูง”

ได้เห็นสถิติย้อนหลังแบบนี้แล้ว อย่าเพิ่งถึงบางอ้อ...เพราะ “พี่ไทย” ยังไม่ได้นับรวมยอดตายแบบ 30 วัน หลังเกิดอุบัติเหตุ หรือเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นมาตรฐานในระดับนานาชาติ 92 ประเทศทั่วโลก


ฉะนั้น 7 วันอันตรายจะช่วยอะไรได้?? ผอ.สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ ย้ำว่าอย่างที่บอกไป “ช่วยได้แค่ค้ำยันเขื่อนไม่ให้แตก” เพราะเช่นนี้ไงครับ...ประเทศไทยจึงเป็นอันดับ 2 ของโลก ที่มีสถิติการเสียชีวิตบนถนน 36 คนต่อประชากร 100,000 คนต่อปี “แต่ตอนนี้ถ้านับกันจริงๆ คิดว่าคงเป็นที่ 1 ของโลกแล้ว” เพราะประเทศอื่นๆ หากตายแล้วจะนับ 1 ศพ แต่ “พี่ไทย” ไม่นับ เพราะการเก็บสถิติไม่เป็นแบบเอกภาพ ใบมรณบัตรเชื่อได้ครึ่งเดียว ตัวเลขไทยต่ำกว่าความเป็นจริง

ยกตัวอย่าง “ถ้าเป็นคดีก็ต้องไปที่โรงพัก โรงพยาบาลก็นับเฉพาะที่แอดมิด เล็กๆ น้อยๆ ไม่นับ แล้วคนที่ไปเข้าคลินิกเองอีกล่ะ เข้าโรงพยาบาลเอกชนนับไหม ตัวเลขเริ่มหายแล้วใช่ไหม หรือกรณีตาสีตาสาชนปุ๊บตายเลย ไม่เป็นคดีความ ไม่ไปโรงพัก”

ฉะนั้นบ้านเราเนี่ยแหละ “พี่ไทย” ยังจำเป็นต้องปรับปรุงคุณภาพการจัดเก็บข้อมูล ให้ถูกต้องแม่นย่ำมากขึ้น รวมถึงการนำข้อมูลที่มีอยู่มาวิเคราะห์ และจำแนกรายละเอียด เพื่อแสวงหาความรู้ที่นำไปสู่การกำหนดมาตรการเฉพาะที่ชัดเจนยิ่งขึ้น


“7 วันอันตราย จะได้ไม่ต้องเป็นเทศกาลรดน้ำศพ”

...................................
คอลัมน์ : รายงานพิเศษ
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”


- เปิด'สถิติตาย' 9 ปีย้อนหลัง 'สงกรานต์'เทศกาลนับศพ!

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 47