อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 27 เมษายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 27 เมษายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

อาลัย'บิว'เด็กดีผู้วายชนม์ มหาบุญต่อลมหายใจ'7ผู้รับ'

ซึ้งใจ...น้องบิว เด็กวัย 14 ปี ผู้วายชนม์บริจาคอวัยวะต่อลมหายใจ 7 ชีวิต ร้างไร้วิญญาณถูกเปลี่ยนถ่ายให้คนอื่น สร้างชื่อไม่สูญสิ้น สภากาชาดไทยประกาศยกย่องเกีรติคุณอันยิ่งใหญ่ อาทิตย์ที่ 2 เมษายน 2560 เวลา 08.00 น.


ฟังไปก็น้ำตาไหลไป...มันเป็นแบบนั้นจริงๆ จะมีคำใดนอกเสียจากคำว่า “สรรเสริญ” ฮีโร่เด็กวัยเพียง 14 ปี ผู้บริจาคอวัยวะ เพื่อต่อลมหายใจให้กับคนข้างหลัง เหนือไปกว่านั้นหัวใจของผู้เป็นแม่ของเด็กคนนี้ “แข็งแกร่งจริงๆ” นี่แหละครับ...ความรักของแม่ที่มีต่อลูกชาย ทำลายกำแพงทุกอย่างลง ทำให้แม่คนหนึ่งกล้าบริจาคอวัยวะของลูกชายเพื่อช่วยเหลืออีก 7 ชีวิต

ภายใต้ความเศร้าที่แม้จะปะปนไปด้วยความหดหู่ แต่ก็คลุ้งไปด้วยความภาคภูมิใจ
“ด..สมเดช ฆ้องน้อย” หรือ “น้องบิว ผู้บริจาคอวัยวะ “หัวใจ ดวงตา ตับ ไต” ซึ่งความเป็นจริงเมื่อ “ความตาย” เข้ามาพรากชีวิตใครก็ตาม คนที่อยู่ข้างหลังคงทำใจได้ยาก แต่ “น้องบิว” คงไม่ได้จากแม่ของเขาไปไหน เพียงแต่อวัยวะของเขาถูกได้ใช้ต่อลมหายใจให้คนอีก 7 คน

ทำให้หัวใจเขายังคงเต้นอยู่ในร่างหนึ่ง ดวงตาเขายังคงมองโลกใบเดิมผ่านอีกหนึ่งชีวิต ตับและไตยังคงทำงานเช่นเดิมผ่านร่างกายใหม่ บุญครั้งนี้จะต้องส่งดวงวิญญาณของเขาสู่ภพภูมิที่ดี หากชาติหน้ามีจริงเขาอาจได้เกิดอีกภพภูมิ พร้อมรูปทรัพย์ที่เพียบพร้อม และกายทรัพย์ที่งดงาม



ต้องยกย่องหัวใจแสนสุดประเสริฐสุดของครอบครัวนี้
“นางยง ศิริสุข” ผู้เป็นแม่ชาวบ้าน จ.ฉะเชิงเทรา เธอเองก็ตอบไม่ได้เช่นกันว่า ทำไมน้ำตามันไหลออกได้ทุกขณะ?!? เพียงแค่ช่วงไม่กี่วินาทีขณะกำลังจะเล่าให้เราฟัง เธอบอกว่า ภาพเหตุการณ์วันศุกร์ที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา “มันผุดขึ้นมาในหัว วันที่ตัวเราเองคว้าชีวิตลูกไว้ไม่ทัน” และวันที่เธอจำได้ไม่มีวันลืม

ในวันที่เกิดอุบัติเหตุนั้น เธอกับลูกขี่รถมอเตอร์ไซค์ตามกันมาเพื่อที่จะกลับบ้าน กระทั่งมาถึงทางสามแพร่งใกล้วัดสวรรค์นิมิต จู่ๆ รถมอเตอร์ไซค์อีกคันพุ่งออกมาจากทางโค้ง ปะทะเข้ากับรถของลูกชายต่อหน้าต่อตาเธอ เสี้ยววินาทีนั้น
“ตอนนั้นรีบเข้าไปอุ้มลูก น้ำตามันไม่ได้ไหลออกมา สั่นไปทั้งตัว” จากนั้นจึงรีบส่งตัว “น้องบิว” ไปที่โรงพยาบาลใกล้ที่สุด แต่อาการรุนแรงต้องส่งตัวต่อให้โรงพยาบาลพุทธโสธร

กระทั่งวันที่ 24 ก.พ. แพทย์ได้ทำเต็มที่แล้ว ยื้อไม่ไหวจริงๆ ลงความเห็นว่า “น้องบิวมีภาวะสมองตาย” แต่อวัยวะอื่นยังสมบูรณ์ “คุณหมอบอกกับเราว่าจะช่วยให้ดีที่สุด แต่ให้เผื่อใจไว้นะคุณแม่ เพราะอาการ 50-50 ประมาณ 7วัน คำที่เราไม่อยากได้ยิน หมอบอกว่า
 'น้องเสียชีวิตแล้วนะ สมองตาย แต่หัวใจยังเต้นอยู่'  หมอเรียกญาติเข้าพบ จะบริจาคอวัยวะของน้องให้สภากาชาดหรือไม่ ยายถามเราว่าหลานจะเจ็บปวดไหม ยิ่งทำให้เราร้องไห้กลั้นไม่อยู่ จึงบอกไปว่า หลานไม่เจ็บปวดแล้วนะแม่ เขาไม่รู้สึกแล้ว ให้เขาไปนะแม่เนอะ”

ขณะช่วงที่แม่ของน้องบิวเล่าให้เราฟัง
“คุณยายเฟื้อง ศิริสุข” อายุ 55 ปี ที่นั่งอยู่ข้างๆ แม้ท่านจะไม่ได้พูดอะไร แต่คุณยายแอบใช้มือปาดแก้มเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาตลอดเวลา และเสียงสะอื้นของ นางยง ผู้เป็นแม่ เริ่มกลับมาอีกครั้ง เธอบอกว่า ช่วงเวลาคิดตัดสินใจตอบแพทย์ ถ้าเผาก็ไม่มีประโยชน์ กลายเป็นขี้เถ้า หัวใจ ดวงตา ตับ และไตที่ยังใช้ได้ก็จะไม่มีค่าเลย แต่หากจะเหลือเป็นประโยชน์แก่คนที่ทุกข์กว่านี้ก็ยังมี ชาตินี้ลูกของเธอได้ทำประโยชน์อย่างสูงสุดแล้ว



“ไม่รู้ทำไมเรื่องร้ายๆ จึงเข้ามาในปีนี้ ที่ตรงกับเลข 6 ..2560 เราก็ไม่ค่อยมีความรู้จบแค่ ป.4 แต่อยากทำอะไรเป็นครั้งสุดท้ายให้ลูกชายคนเดียว จับมือลูกแล้วพูดว่า แม่ขอนะ แม่จะสร้างบุญให้บิวนะลูก ลูกจะได้ขึ้นสวรรค์ ลูกรู้ไหมลูกจากแม่ไปตอน 6 โมงเย็น ตรงกับวันเกิดลูกวันที่ 6 มิ.. เตียงที่ลูกนอนก็หมายเลข 6ทันทีที่สิ้นเสียงสัญญาณชีพแผ่วลงทีละนิด คล้ายอนุญาตให้ทำในสิ่งที่แม่ร้องขอ

โดยทุกวันนี้สิ่งที่ครอบครัวทำได้ พอที่จะคลายหดหู่และส่งความคิดถึง ผลบุญไปให้ถึง “น้องบิว” ที่เชื่อว่าอยู่บนสวรรค์ “เราทั้งครอบครัวจะมาทำบุญให้น้องทุกวันอาทิตย์ เพราะตอนที่เขายังมีชีวิต เขาก็รู้จักช่วยเหลือคนอื่น เป็นคนใจบุญ มีน้ำใจ ไม่เกเร ชาวบ้านต่างบอกว่าเป็นเด็กดี มื่อเห็นขอทานทีไร ก็จะขอเงินจากแม่ 20 บาท เพื่อนำไปให้ขอทานซื้อข้าว กลัวเขาไม่มีข้าวกิน หรือเงินทอนเหลือ 10 บาท ก็จะนำมาคืนแม่”

สภากาชาดไทย จึงได้มอบเกียรติบัตร เพื่อประกาศเกียรติคุณให้กับ “ด..สมเดช ฆ้องน้อย” และยกย่องในมหากุศลอันยิ่งใหญ่นี้ ให้ไว้ ณ วันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา

กุศลครั้งใหญ่ของ “น้องบิว” ที่ช่วยเหลือคนที่รอเปลี่ยนถ่ายอวัยวะได้สูงถึง 7 คน นับเป็นการต่อลมหายใจ ทั้งนี้แม่ของน้องบิว ยังได้อยากฝากถึงคนที่ได้รับบริจาคอวัยวะไปด้วยว่า ขอให้เก็บรักษาอวัยวะที่ปลูกถ่ายให้ดีๆ เพราะนี่คือสิ่งสุดท้ายที่ “น้องบิว” ได้มอบให้ “เราให้โดยใจ คิดด้วยใจ ชาติหน้าจะเป็นอย่างไรมองไม่เห็น ชาตินี้ทำอะไรได้ทำไปเถอะ แต่ไม่มีใครอยากเสียคนที่รักไปหรอก” แม่น้องบิว กล่าวทิ้งท้าย.
...................................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”
ขอบคุณภาพ @เรารักแปดริ้ว Welove8riew.com 



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 37.57K