อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564

ท่าอากาศยานเลยยกระดับสนามบินศุลกากรรับ เออีซี

หลังจากประกาศเป็นสนามบินศุลกากรแล้ว ทางกรมท่าอากาศยาน สังกัดกระทรวงคมนาคม จะต้องแจ้งไปยังสายการบินทั่วโลกให้รับทราบว่าประเทศไทยได้เพิ่มสนามบินศุลกากรอีกหนึ่งแห่ง เพื่อให้สายการบินที่สนใจบินเหมาลำมาลงที่สนามบินเลยได้ อาทิตย์ที่ 2 เมษายน 2560 เวลา 04.00 น.

จังหวัดเลยจังหวัดเล็ก ๆ ในภาคอีสานมีขนาดพื้นที่ค่อนข้างน้อยเพียง 11,424.612 ตารางกิโลเมตร หรือ 7,140,382 ไร่ ร้อยละ 6.77 ของพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมด แต่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามเกือบทุกอำเภอ นอกจากนี้ยังมีประเพณี และวัฒนธรรมการกินอยู่เฉพาะถิ่นแตกต่างจากชาวอีสานทั่วไป ผู้คนเป็นมิตร ซึ่งเป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยว ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปเยือนแต่ก่อนใครได้ไปรับราชการที่จังหวัดเลย เหมือนต้องโทษด้วยข้อหาร้ายแรง เพราะการคมนาคมลำบากใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์โดยสารกว่า 10 ชั่วโมง ปัจจุบันการคมนาคมดีสะดวกสบายมากขึ้น โดยเฉพาะการเดินทางโดยเครื่องบินโดยสาร

สนามบินเลย สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2485 ข้าหลวงเทียน กำเนิดเพชร (หลวงนิคมคณารักษ์) เป็นผู้ริเริ่มวางแผนสร้าง โดยย้ายจากสนามบินชั่วคราวหลังศาลากลางจังหวัดเลย (ปัจจุบันชื่อบ้านน้อยสนามบิน) โดยย้ายห่างจากตัวจังหวัดเลยไปทางทิศใต้ประมาณ 5 กิโลเมตร ในเขต ต.นาอาน อ.เมือง ด้วยการถางป่าถมดินเป็นทางวิ่งใช้รับ-ส่งหนังสือราชการ จากนั้น พ.ศ.2489 โอนย้ายมาอยู่กับกองทัพอากาศ ทางกองทัพอากาศมีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารพร้อมปรับปรุงทางวิ่ง ประกาศเป็นสนามบินอนุญาตเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2497



ต่อมาในปี พ.ศ.2511 กรมการบินพาณิชย์(ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อ กรมการบินพลเรือน)เข้ามาดูแลพร้อมปรับปรุงทางวิ่ง สร้างอาคารดับเพลิง โรงเครื่องยนต์ เครื่องช่วยเดินอากาศ จัดซื้อที่ดินเพิ่มเติมอีกและในปี พ.ศ.2515 ปรับปรุงก่อสร้างขยายทางวิ่งทางขับ ลานจอดอากาศยาน อาคารผู้โดยสาร เครื่องอำนวยความสะดวก ให้การบริการอากาศยาน และผู้มาใช้บริการเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

นายวีระวัฒน์ ทะคง ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเลย กล่าวว่า จังหวัดเลยได้ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา ให้เป็นสนามบินศุลกากร เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2560 ทั้งนี้เกิดขึ้นสมัยนายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์สมัยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเลย (1 ต.ค.56-30 ก.ย.59) สนับสนุนผลักดันเรื่องการประกาศให้ท่าอากาศยานเลยเป็นสนามบินศุลกากรต่อปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อให้สอดคล้องเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี และนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว ประกอบกับจังหวัดเลยเป็น1 ใน 9 เมือง ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว และคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2554 เห็นชอบประกาศให้จ.เลยเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ดังนั้นจ.เลยเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาดำเนินการประกาศให้ท่าอากาศยานเลยเป็นสนามบินศุลกากร เพื่ออำนวยความสะดวกในการคมนาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ เป็นช่องทางในการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้าชายแดน การลงทุน กับประเทศเพื่อนบ้าน และกลุ่มประเทศอาเซียน ตามมติที่ประชุมกรรมการ กรอ. จังหวัดเลย ครั้งที่ 1/ 2559 เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2559 เห็นชอบ สนับสนุนผลักดันการประกาศให้ท่าอากาศยานเลยเป็นสนามบินศุลกากร ตั้งอยู่เลขที่ 38 หมู่ 6 บ้านนาอาน ถนนมลิวรรณ ต.นาอาน อ.เมือง จ.เลย เป็นสนามบินศุลกากร โดยเพิ่มเติมความในลำดับที่ 19/2 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา จนมาสำเร็จและประกาศในที่สุด





ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเลย กล่าวอีกด้วยว่า หลังจากประกาศเป็นสนามบินศุลกากรแล้ว ทางกรมท่าอากาศยาน สังกัดกระทรวงคมนาคม จะต้องแจ้งไปยังสายการบินทั่วโลกให้รับทราบว่าประเทศไทยได้เพิ่มสนามบินศุลกากรอีกหนึ่งแห่ง เพื่อให้สายการบินที่สนใจบินเหมาลำมาลงที่สนามบินเลยได้ แต่เนื่องจากเพิ่งมีการประกาศยังไม่มีสายการบินใดติดต่อมา นอกจากนี้จะต้องเพิ่มหน่วยงานที่สำคัญคือ ศุลกากรมาประจำสนามบิน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง สาธารณสุข กักกันพืชและสัตว์ มาอยู่ประจำ เบื้องต้นทางสนามบินได้รับงบประมาณจากกรมท่าอากาศยานมาปรังปรุงไฟรันเวย์ และติดตั้งป้ายแจ้งสถานะ จำนวน 70 ล้านบาท ส่วนการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารใหม่รองรับผู้โดยสารที่จะเพิ่มมากขึ้น และสำนักงานหน่วยที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ในระหว่างออกแบบสำรวจคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2562 เป็นอย่างช้า ซึ่งปัจจุบันจ.เลยมีสายการบินนกแอร์ และแอร์เอเชียบินประจำทุกวัน ช่วงไฮซีซั่นบินไปกลับวันละ 10 เที่ยวบิน ช่วงเช้าจนถึง 1 ทุ่ม ผู้ใช้บริการเฉลี่ยวันละ 1,000 คน ส่วนช่วงโลว์ซีซั่นลดลงเหลือวันละ 8 เที่ยวบิน ไม่ต่างกันมากนัก ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่านักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวได้ทุกฤดูกาล

ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเลยกล่าวอีกว่า การยกระดับเป็นสนามบินศุลกากร จะส่งผลดีต่อภาพรวมของจังหวัด เนื่องจากสามารถนำเข้า หรือส่งออกสินค้าได้โดยตรง เป็นการอำนวยความสะดวกในด้านการค้า การลงทุน การขนส่ง และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ซึ่งเครื่องบินเช่าเหมาลำ สามารถบินตรงจากต่างประเทศมาลงที่ท่าอากาศยานเลยได้โดยตรง การขนส่งสินค้าเกษตร เช่น ผักผลไม้ สินค้าโอทอป ขนส่งโดยตรงไปยังปลายทางได้อย่างรวดเร็ว สำหรับภาคเอกชน สมาคม หอการค้า และสภาอุตสาหกรรม ควรร่วมมือกันจัดโรดโชว์ไปนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยว ของดี สินค้า และผลิตภัณฑ์ แก่เป้าหมาย ชักชวนให้เข้ามายังจ.เลย เบื้องต้นที่ใกล้ที่สุดประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้.

.....................................................................
ดำรงค์ รักษ์จรรยาวงศ์

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 138