อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

คัดค้านโครงการวิลล่ายักษ์ เหตุ"5ข้อ"พิทักษ์ป่าชายเลน

ข่าวกระทรวงมหาดไทยขอเพิกถอนสภาพป่าชายเลน 2 แห่ง ให้เอกชนทำโครงการในรูปแบบวิลล่าขนาดใหญ่กระจายสู่สาธารณชน จึงมีเสียงคัดค้านไม่เห็นด้วยจากทั่วสารทิศด้วยเหตุ 5 ข้อ ดังนี้... พุธที่ 5 เมษายน 2560 เวลา 09.00 น.


กรณี กระทรวงมหาดไทย โดย พล..อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการ เตรียมขออนุมัติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอให้เพิกถอนสภาพป่าชายเลน 2 แห่ง โดยการขอยกเว้นกฎหมายผังเมืองเนื่องจากเป็นพื้นที่สีเขียว และขอใช้ประโยชน์ป่าสงวนแห่งชาติที่เป็นป่าชายเลน พื้นที่หมู่ที่ 5 ต.บางริ้น อ.เมืองระนอง จำนวน 120 ไร่ และบริเวณบ้านปากคลอง ม.1 ต.ปากน้ำ อ.เมืองระนอง อีกประมาณ 73 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองหัวเขียว และป่าเกาะสุย จ. ระนอง เพื่อให้เอกชนสัมปทานทำ “โครงการในรูปแบบวิลล่าขนาดใหญ่”

โดยแบ่งที่พักเป็นโซนให้แรงงานต่างด้าวอยู่อาศัยห้องละ 4 คน รวม 64,212 คน ซึ่งวิลล่าแห่งนี้มีทั้งระบบสาธารณูปโภค ระบบการดูแลรักษาความปลอดภัย พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ สนามกีฬาออกกำลังกาย ร้านค้า หรือซุเปอร์มาร์ท และเครื่องอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน



เมื่อข่าวนี้ได้กระจายออกไปสู่สาธารณชน ก็มีการคัดค้านแสดงความไม่เห็นด้วยจากทั่วสารทิศ และคัดค้านจากหลายฝ่าย รวมทั้งผมด้วย ดังนี้

1. เพราะไม่เชื่อมั่น กระทรวงมหาดไทย ว่าทำโครงการขนาดยักษ์นี้ ทำไมร้อยวันพันปีไม่เคยพูดถึงแรงงานพม่าในแง่มุมสิทธิมนุษยชน หรือด้านความมั่นคงอย่างจริงจังมาก่อน แต่กลับมาทำโครงการลักษณะนี้ให้เอกชนสัมปทานก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ในรูปแบบวิลล่าซึ่งไม่เคยมีมาก่อน สังคมจึงมีคำถามที่นำไปสู่ความไม่ไว้วางใจว่า ทำเพื่อแก้ปัญหาจริง หรือทำโครงการขนาดใหญ่นี้ขึ้นมาเพื่อการอื่น

2. เพราะ กระทรวงมหาดไทย เคยขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าชายเลน ในนาม องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ระนอง มาก่อนแล้ว 2 แปลง แต่เจ้าหน้าที่ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) รายงานว่า การขอใช้พื้นที่ดังกล่าวที่ผ่านมาไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อตกลงที่กำหนดไว้แต่อย่างใด คือไม่ดำเนินการปลูกป่าและบำรุงรักษาป่าชายเลน ทุกฝ่ายจึงพอคาดว่าน่าจะเป็นไปแบบเดิมอีก

3. เพราะป่าชายเลนในประเทศไทยเหลือน้อยมาก มีการบุกรุกยึดครองไปแล้วเป็นจำนวนมาก ซึ่งป่าชายเลนมีประโยชน์อย่างมหาศาล ต่อประเทศชาติและประชาชน โดยเฉพาะเป็นแหล่งวางไข่ และอนุบาลตัวอ่อนของสัตว์น้ำ โดยสถานการณ์ที่เป็นอยู่ขณะนี้เราไม่สามารถสูญเสียป่าชายเลนไปได้อีกแม้แต่ต้นเดียว และไร่เดียว โครงการนี้จึงถือเป็น
“หายนะ” ของทรัพยากรธรรมชาติหรือป่าชายเลนอีกโครงการหนึ่ง การสร้างชุมชนใหม่ในพื้นที่อนุรักษ์และอยู่ใกล้น้ำ ไม่มีความเหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะจะก่อมลพิษอื่นให้เสียหายตามมาอีกมากมาย



4. เพราะเป็นการสวนทางกับนโยบายของรัฐบาล และแนวคิดอย่างจริงจังของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะอนุรักษ์และทวงคืนฝืนป่ามาตลอด เพื่อคืนความสุขให้ประชาชน และการยึดคืนผืนป่าและฟื้นฟูป่าในพื้นที่ที่ถูกบุกรุกในพื้นที่ป่าชายเลนก็มีผลงานที่น่าพอใจกว่าป่าบกมาก นอกจากสวนทางกับนโยบายรัฐบาลแล้วยังทำลายเครดิตของนายกรัฐมนตรี ที่พยายามสร้างผลงานด้านนี้อยู่ การแลกพื้นที่ป่ากับค่าชดเชย 20 เท่า หรือให้งบประมาณเพื่อไปปลูกป่าชายเลนชดเชย ไม่ต่ำกว่า 4,000 ไร่ ในครั้งนี้ถือเป็น “ข้อตกลงที่ขาดทุนอย่างยับเยิน” และไม่ควรทำอย่างยิ่ง

5. เพราะกระทบต่อความรู้สึกของแรงงานไทย และที่สำคัญต่อคนยากจนในประเทศไทย ที่ยังอยู่ในสภาพลำบากยากจน และไร้ที่อยู่อาศัยจำนวนมาก ซึ่งความจริงแล้วควรพิจารณาดำเนินการให้พวกเขาก่อน ส่วนปัญหาทางด้านสิทธิมนุษยชนที่คนต่างด้าวถูกละเมิดอยู่ในขณะนี้ ไม่ใช่เรื่องที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องหลัก แต่คิดว่าคงจะเป็นเรื่องอื่นมากกว่า

นอกจากจะไม่เห็นด้วยในการขอใช้พื้นที่ป่าชายเลนในครั้งนี้ สิ่งที่แปลกใจที่สุด คือไม่เห็นผู้หลักผู้ใหญ่ใน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ทั้งเบอร์ 1 และเบอร์ 2 ในกระทรวงออกมาคัดค้านแต่อย่างใด ซึ่งควรจะเป็นคนแรกที่ต้องออกมาปกป้องป่าตามบทบาทและหน้าที่

แต่ทำไมยังคงเงียบ ทำไมไม่สนองนโยบายของรัฐบาลและยืนเคียงข้างกับนายกรัฐมนตรีที่มีความคิด “ทวงคืนผืนป่า” ทำไมไม่เลือกที่จะช่วยนายกรัฐมนตรีสร้างผลงาน และสร้างเครดิตในทางการเมืองกับเรื่องนี้ หรือมีจุดยืนอย่างไรกันแน่!!
…..............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”
ขอบคุณภาพจาก กมธ.สิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนฯ

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    33%
  • ไม่เห็นด้วย
    67%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 107