อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 27 เมษายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 27 เมษายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

คนเมืองเสี่ยงสารพิษรอบตัว หากเผอเรอก่อ 3โรคร้าย!

ถึงแม้ว่าร่างกายจะมีระบบป้องกันสารพิษ และกำจัดของเสียก็ตาม หากได้รับปริมาณมากเกินไปจะสะสมของเสียต่างๆ จนส่งผลต่อสุขภาพใน 3 โรคร้ายหลักๆ คือ มะเร็ง ความจำเสื่อม และภูมิแพ้ต่างๆ เสาร์ที่ 8 เมษายน 2560 เวลา 10.00 น.


ในแต่ละวันเราใช้ชีวิตอย่างรีบเร่งอยู่ในเมืองใหญ่ ต้องเผชิญกับมลภาวะมากมาย ส่งผลให้สะสม “สารพิษ” ต่างๆ อยู่ในร่างกาย หากเผอเรอไม่ดูแลหมั่นตรวจเช็คสุขภาพซะบ้าง พอนานเข้าอาจก่อโรคร้ายขึ้นโดยไม่รู้ตัว...!!

แต่ถ้ารู้ก่อนว่าไลฟ์สไตล์เรามีความเสี่ยงกับ “สารพิษ” อะไรบ้างจะได้ป้องกันและกำจัดออกจากร่างกายเสียแต่เนิ่นๆ ก็จะดีไม่ใช่น้อย



ดังนั้นก่อนอื่นมาตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวเรากันก่อนว่าเสี่ยงรับ “สารพิษ” อะไรและทางใดบ้าง โดย นพ.นาวิน จิตเทศ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและเวชศาสตร์ฟื้นฟูภาวะเสื่อม ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ รพ.บำรุงราษฎร์ ให้ความรู้ว่า “สารพิษ” ต่างๆ ได้แก่ สารปรอท สารตะกั่ว สารหนู ฯลฯ อยู่ใกล้ตัวเรามาก แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
“มลพิษจากอากาศที่เราหายใจเข้าไป”

เช่น ถ้าอยู่ในบ้านอาจจะมีเชื้อราที่อยู่ในพรมปะปนเข้ามาในอากาศที่เราหายใจเข้าไป กระทั่งเครื่องปรับอากาศในบ้านหากเก่ามากๆ จะมีสารปรอทอยู่แล้ว ฉะนั้นถ้าปรับเปลี่ยนได้ควรทำ และหากออกมานอกบ้านจะมีพวก “สารพิษ” ที่เกิดจากการเผาไหม้ต่างๆ ในเชื้อเพลิงรถยนต์ ที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งล้วนไม่ดีต่อสุขภาพทั้งสิ้น!!



ต่อมาเป็น
“อาหาร” ถึงแม้เป็นอาหารสดใหม่ก็ยังมีการปนเปื้อนของสารเคมี เช่น ยาฆ่าแมลง แต่ถ้าเราปรุงอาหารเองอาจต้องทำความสะอาดดีๆ เช่น ใช้เบคกิ้งโซดาแช่ผักผลไม้ประมาณ 10 นาที หลังจากนั้นเปิดน้ำไหลผ่านประมาณ 15 นาที ก็จะทำให้ “สารพิษ” ต่างๆ ออกไป ส่วนอาหารประเภทอื่น เช่น ไส้กรอก เบคอน อาหารสำเร็จรูปที่ต้องใช้ไมโครเวฟ มักใส่สารกันบูดเพื่อถนอมอาหารให้อยู่ได้นาน หากเลี่ยงได้ก็ควรทำ

โดยเฉพาะภาชนะที่ใช้ในการอุ่นอาหารในเครื่องไมโครเวฟ บางคนเผอเรอหรือไม่ใส่ใจ เอาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ใช้สำหรับไมโคเวฟมาอุ่นอาหารก็จะทำให้ “สารพิษ” เจือปนในอาหารได้ จึงควรเลือกใช้ภาชนะที่เป็นแก้วจะปลอดภัยที่สุด หรืออาหารร้อนใส่กล่องโฟม ถุงพลาสติกหากเลี่ยงไม่ได้ เมื่อซื้อมาแล้วควรรีบเปลี่ยนใส่จานแล้วค่อยทาน น้ำดื่มก็เช่นกัน ถามว่าน้ำในเมืองใหญ่ปนเปื้อนสารพิษได้ไหม? แน่นอนว่าได้แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ดีอย่างเครื่องกรองน้ำที่สามารถทำให้ลดสารพิษลงไปได้



สารพิษอีกตัว ที่ต้องเอ่ยถึง คือ “พีพีเอ” สารเคมีทำจากพลาสติกเจือปนหรือละลายเข้าไปในอาหาร หรือของใช้ที่เราสัมผัส และสะสมอยู่ในร่างกาย ซึ่งมีผลการศึกษาจากอเมริกาและอังกฤษที่เชื่อมโยงกันออกมาล่าสุดว่ามีการติดตามเด็กนักเรียนที่ห่ออาหารกลางวันไปรับประทานที่โรงเรียน โดยใช้พลาสติกที่มีสารพีพีเอ ซึ่งเมื่อตามไประยะหนึ่งพบว่ามีความผิดปกติ คือมันทำให้ฮอร์โมนผิดเพี้ยนไป ส่งผลให้เป็น “โรคอ้วน” และโรคอื่นๆ ตามมา ถือเป็นภัยเงียบจริงๆ เพราะเราไม่รู้ว่ามันสามารถทำให้เป็นโรคได้ ซึ่งจะค่อยๆ แสดงออกมาทีละน้อย

สุดท้าย
“ของใช้ในชีวิตประจำวัน” เช่น ครีมกันแดด แชมพูสระผม บอดี้โลชั่น ควรตรวจดูฉลากว่ามีสารไตรโคซานอยู่ไหม ส่วนใหญ่จะปนเปื้อนอยู่ในแชมพูสระผม เพราะมีคุณสมบัติช่วยลดความชื้นและเชื้อราบนหนังศีรษะ แต่เป็นสารก่อมะเร็งที่อเมริกาประกาศยกเลิกไปเมื่อไม่กี่เดือน เนื่องจากมีการศึกษาพบว่าส่งผลต่อเสียสุขภาพจริงๆ ดังนั้นควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทออร์แกนิคก็จะปลอดภัยว่า

ถึงแม้ว่าร่างกายเราจะมีระบบป้องกันสารพิษ และระบบขับของเสียของจากร่างกายแล้วก็ตาม หากได้รับมากเกินไปจะมีการสะสมของเสียต่างๆ จนส่งผลต่อสุขภาพใน 3 โรคร้ายหลักๆ คือ “โรคมะเร็ง” ได้แก่ มะเร็งต่อมลูกหมาก รังไข่ เต้านม กระเพาะอาหาร “โรคความจำเสื่อม” ได้แก่ อัลไซเมอร์ และ “โรคออโตอิมมูม” ได้แก่ ไทรอยด์ ลำไส้ ภูมิแพ้ต่างๆ



“สารพิษ” ที่สะสมในร่างกายก็เหมือนการเติมน้ำในแก้วเรื่อยๆ ถ้าไม่ได้ตรวจเลยวันหนึ่งอาจพบว่าป่วยเป็นโรคแล้ว เพราะมันไม่มีอาการอะไร แต่บางคนอาจมีความรู้สึกหรือสังเกตว่าตัวเองมีความจำแย่ลง หรือไปเจออากาศเปลี่ยนเกิดแพ้ง่าย มีผื่นขึ้น ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนไม่เคยเป็น จึงไปพบแพทย์และตรวจร่างกายเพื่อตรวจหาความเสี่ยง!!

การตรวจร่างกายปีละครั้งจะช่วยบอกได้ว่าร่างกายเรามี “สารพิษ” อะไรมากไหม และมีผลเสียอย่างไร? ซึ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ดีมากสามารถตรวจลึกได้ถึงระดับยีน ถ้าพบว่ามีก็สามารถกำจัดของเสียเหล่านั้นออกจากร่างกายด้วยวิธีต่างๆ ซึ่งวิธีที่เรามักได้ยิน คือ ดีท็อกร่างกาย นอกจากนี้ควรดูแลตัวเอง โดยเฉพาะ
“ลำไส้” เพราะในลำไส้มีแบคทีเรียช่วยกำจัดสารพิษต่างๆ ได้

ยกตัวอย่างเช่น ยาฆ่าแมลงที่เข้ามาหากหากลำไส้ไม่แข็งแรง ทำงานได้ไม่ดีก็มีผลต่อการลดการขับสารพิษต่างๆ ในร่างกายเราด้วย จึงควรบำรุงลำไส้ด้วยการทานอาหารประเภทที่มีโพรไบโอติกมากหน่อย เช่น โยเกิร์ต นมเปรี้ยว เพราะนอกจากจะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้นแล้วยังช่วยให้ลำไส้แข็งแรงด้วย และหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อขับของเสียของทางเหงื่อ

สุดท้ายถึงแม้จะกำจัด “สารพิษ” ออกจากร่างกายแล้วก็มีโอกาสที่จะรับเข้ามาใหม่ได้อีก หากเราไม่ค้นหาต้นตอ “การรับสารพิษ” ว่ามาจากสาเหตุใด? และปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ก็จะทำให้ “สารพิษ” ตัวเดิมๆ ยังคงแวะเวียนกลับมาทักทายเราอีก และหากพลั้งเผลอไม่ใส่ใจ อาจก่อโรคร้ายตามมาโดยไม่รู้ตัว!!
….....................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ชญานิษฐ คงเดชศักดา”



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 311