อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

วอดทั้งหลัง'2ด.ญ.'ไร้บ้าน เหลือแค่แววตาที่เศร้าสร้อย

เห็นแล้วอย่าเลื่อนผ่าน...สละเวลาอ่านสักนิด “2 พี่น้อง” น่าสงสาร บ้านถูกไฟไหม้วอดทั้งหลัง ไม่เหลืออะไรติดตัวสักอย่าง เพราะวันเกิดเหตุไม่มีใครอยู่บ้าน วอนช่วยเหลือ “หนูอยากได้บ้านหลังเดิม” อาทิตย์ที่ 9 เมษายน 2560 เวลา 08.00 น.


ตั้งแต่ต้นปีเรื่อยมา...อดสงสัยไม่ได้ว่าข่าวเกี่ยวกับ “อัคคีภัย” ไฟไหม้ตึก โรงงาน สำนักงานใหญ่ มักเกิดขึ้นค่อนข้างถี่และเห็นจะรุนแรงเสียจริงๆ หรือแม้แต่บ้านหลังเล็กๆ ของ 2 เด็กหญิงผู้น่าสงสาร ก็ไม่ได้รับการยกเว้น ไร้ซึ่งเค้าโครงของบ้าน จะเหลือก็เพียงแต่ แววตาที่เศร้าสร้อย” มองเศษซากไม้ที่ถูกไฟไหม้วอดทั้งหลัง

เช้าวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา ก็เป็นวันหนึ่งที่แสนธรรมดาของ “นายสมชาย แก้วสยศ” อายุ 34 ปี ชาว จ.สตูล พ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ทำหน้าที่เช่นเคยทุกวัน จัดแจงปลุกลูกสาว 2 คน และลูกชายอีก 1 คน อาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน แต่วันนี้ลูกชาย “ด..อานนท์ แก้วสยศ” อายุ 7 ปี เป็นหวัดไม่สบาย พี่สาวทั้ง 2 คน “ด..พิมชนก แก้วสยศ” อายุ 11 ปี และ “ด..พรพรรณ แก้วสยศ” อายุ 9 ปี จึงเดินไปโรงเรียนกัน 2 คน

ช่วงสายๆ คุณพ่อรายนี้เห็นว่าลูกชายกำลังนอนหลับ และตั้งใจว่าจะปลุกให้ตื่นก่อนเที่ยง เพราะโดยปกติแล้วเมื่อเขามีเวลาว่าง มักจะชอบเข้าวัดเข้าวา
“นั่งสมาธิ” เป็นที่รู้กันทั่วว่าจิตใจของเขาค่อนข้างธรรมะธัมโม แต่ทว่าลูกชายกลับนอนหลับสนิท “ตอนแรกจะไม่ปลุก แต่กลัวมีอะไรเกิดขึ้นกับลูก” นั่นคือลางสังหรณ์ด่านแรกที่ผู้เป็นพ่อรู้สึก



ขณะที่เวลาล่วงเลยมาถึงช่วงบ่าย ประมาณ 14.30 น. จู่ๆ ก็เกิดเหตุไฟไหม้บ้านเลขที่ 76/1 หมู่ที่ 7 ต.อุใดเจริญ อ.ควนกาหลง จ.สตูล ซึ่งเป็นบ้านของ นายสมชาย โดยชาวบ้านช่วยกันดับเพลิง แต่ไม้นับเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี เพียงครึ่งชั่วโมงกลับเหลือแต่ซากดำเป็นตอตะโก เมื่อพ่อรายนี้กับลูกชายมาถึง สิ่งที่ทำได้ คือกอดลูกชายและทำได้เพียงยืนมอง “ไฟไหม้บ้านต่อหน้าต่อตา”

บ้านหลังนี้ก็ใช่ว่าจะใหญ่โตอะไรมากมาย เป็นเพียงกระต๊อบให้ที่หลับนอน 4 ชีวิต พอที่จะคุ้มแดดคุ้มฝนได้เท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้เด็กหญิงทั้ง 2 คน ที่กำลังเดินกลับจากโรงเรียนต้องใจสลาย นั่นคือสภาพบ้านที่พวกเธอได้เห็น ขณะนั้นเธอทั้ง 2 คน รีบมองหาและวิ่งไปหาพ่อ ถามว่า
“บ้านเราไปไหน บ้านหนูไม่มีแล้ว หนูอยากได้บ้านหลังเดิม” เสียงร้องไห้ดังระงมขึ้น

เงินทองที่เหลืออยู่ติดตัวแทบไม่มี นอกเสียจาก “เสื้อผ้า” คนละชุดที่ใสในวันนั้น แล้วจะเอาเงินก้อนที่ไหนมาสร้างบ้านให้ลูก เพียงแค่เงินจะเอาไปซื้อเสื้อผ้าใส่ในวันรุ่งขึ้นยังไม่มีแม้แต่บาดเดียว เพราะที่ผ่านมาทั้ง 4 ชีวิต ปากท้องก็อยู่ได้ด้วยอาชีพรับจ้างทั่วไป โดย สมชาย ผู้เป็นพ่อมีรายได้วันละ 200 บาท ซึ่งหลังจากเสาะหาสาเหตุ จึงรู้ว่าเพลิงเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ขณะนี้คงต้องขออาศัยอยู่บ้านญาติละแวกใกล้เคียงไปก่อน 



ด้วยความที่ชาวบ้านสงสาร เพราะพ่อเลี้ยงเดี่ยวคนนี้ ไม่เคยก่อความเดือดร้อนให้ใคร มีแต่ความเมตตาและเข้มแข็ง เพื่อสอนให้ลูกทั้ง 3 คน เติบโตเป็นเด็กดี ธารน้ำใจจึงหลั่งไหลมาอย่างรวดเร็ว ทั้งบริจาคเสื้อผ้า และของยังชีพ แต่ยังขาดเงินทุนที่จะสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับน้องๆ

หน่วยงานของ อตบ. และผู้นำชุมชน ขอกำลังจากทหารช่าง ร่วมกันช่วยสร้างบ้านหลังใหม่ให้แล้วเสร็จก่อนเปิดเทอมที่จะถึงนี้ โดยต้นสัปดาห์หน้าก็จะลงมือก่อสร้างกันเป็นวันแรก และคงจะต้องใช้เงินทุน 7-8 หมื่นบาท ซึ่งยังไม่รวมค่าแรง ผู้มีจิตศรัทธา
สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.08-1090-7307

แต่ความสูญเสียครั้งนี้ นับว่าโชคดีเหลือเกินที่ทั้ง 4 ชีวิต ไม่มีผู้ใดต้องจากไป ลางสังหรณ์ของผู้เป็นพ่อ คงอยากจะบอกอะไรสักอย่าง
หากไม่เช่นนั้น เขาอาจจะต้องเสียน้ำตาเพราะสูญเสียใครไปสักคน!!
....................................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิต อาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”
ขอบคุณภาพ : @Yohan Leekhao


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 31.22K