อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 13 ธันวาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 13 ธันวาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

'โรคภัยใกล้ตัว'เสี่ยงถึงชีวิต แค่สนุกเล่นน้ำสงกรานต์!!

“เดลินิวส์ออนไลน์”รวบรวมโรคภัยยอดฮิตที่เกิดจากการเล่นน้ำสงกรานต์มาเตือนกัน โดยเฉพาะโรคปอดบวมที่รุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้!! ทำให้เทศกาลความสุขกลายเป็นความเศร้าแทน... พฤหัสบดีที่ 13 เมษายน 2560 เวลา 07.30 น.


เข้าสู่เทศกาลสงกรานต์อย่างเป็นทางการแล้ว หลายคนกำลังสนุกสนานกับการเล่นน้ำสงกราต์กันอย่างสนุกสนาน แต่ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด ผู้คนที่รวมตัวกันเล่นน้ำอยู่จุดใดจุดหนึ่งอย่างแออัด หากเราไม่ดูแลตัวเองหรือระมัดระวังในเรื่องความสะอาดของน้ำและอาหาร อาจกลายเป็น “ภัยสุขภาพใกล้ตัว” ที่คาดไม่ถึง เพราะหลังจากเล่นสนุกสนานแล้วกลับต้องเจ็บป่วยคงไม่ดีแน่!!

“โรคยอดฮิต” ในเทศกาลสงกรานต์ที่ติดอันดับหนึ่งมาตลอดไม่เคยเปลี่ยน คือ
“โรคตาแดง” เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุตา จากการติดเชื้อไวรัส เป็นกลุ่มอาดิโนไวรัส ส่วนใหญ่จะติดต่อโดยตรงจากการสัมผัสน้ำตาของผู้ป่วยที่ติดมากับนิ้วมือ และแพร่จากนิ้วมือมาติดที่ตาโดยตรง อาการเกิดได้ภายใน 1-2 วัน เป็นโรคที่ไม่มีอันตรายรุนแรง แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่เริ่มป่วย อาจติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนทำให้ตาพิการได้



ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ “โรคตาแดง” เกิดจากน้ำสกปรกเข้าตา เพราะแหล่งน้ำที่นำมาเล่นกันนั้นไม่สะอาด จึงควรระมัดระวังไม่ให้น้ำเข้าตาด้วยการสวมแว่นกันน้ำ จะสามารถป้องกันได้มากและปัจจุบันมีจำหน่ายทั่วไป แต่ถ้าน้ำกระเซ็นเข้าตาแล้วก็ไม่ควรนิ่งเฉย เพราะเราไม่ทราบว่าน้ำนั้นสะอาดมากน้อยเพียงใด จึงควรหาน้ำสะอาดมาล้างตา แต่หากมีอาการเจ็บตาแลระคายเคืองควรหยุดเล่นน้ำและพบแพทย์



ถัดมาเป็น
“โรคหวัดแดด” เหมือนโรคหวัดทั่วไป แต่เกิดเฉพาะในช่วงหน้าร้อน เพราะร่างกายปรับตัวไม่ทันหากอยู่ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าวนานๆ พอมาเล่นน้ำก็ทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลงอย่างอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดไข้หวัดขึ้นได้ ซึ่งอาการที่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าป่วย คือปวดเมื่อยตัว ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหารมีอาการทางเดินหายใจ เช่น ไอ จาม มีน้ำมูก ถึงแม้อาการจะไม่รุนแรง แต่ควรป้องกันไว้ก่อน เช่น พกหมวกมาสวมใส่กันแดด หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่แออัดหรือใกล้ชิดกับผู้เป็นหวัด เพราะสามารถรับเชื้อได้จากการไอ จาม และทางเดินหายใจ



ตามมาด้วย
“โรคผิวหนัง” พญ.เนตรนภา ยังรอต อายุรแพทย์โรคผิวหนัง โรงพยาบาลปิยะเวท อธิบายว่า การเล่นน้ำตั้งแต่เช้าจรดเย็นและต้องแช่ตัวอยู่ในเสื้อผ้าที่เปียกเป็นเวลานานๆ และน้ำที่นำมาเล่นกันสาดกันนั้นเราก็ไม่รู้ได้เลยว่ามาจากแหล่งไหน อาจมีเชื้อราปะปนมา ซึ่งเสื้อผ้าที่อับชื้น แห้งไม่สนิท เป็นปัจจัยที่จะทำให้เกิดโรคได้ เช่นที่ผิวหนัง เล็บ ง่ามเท้า และช่องคลอด

อาการของแต่ละคนจะแตกต่างกันไป เช่น คัน มีผดผื่นแดงขึ้นตามตัว ผิวหนังไหม้ มีกลากเกลื้อน ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการย้ำน้ำสกปรกโดยไม่จำเป็น หรือใส่เป็นรองเท้าบูทกันน้ำ และเมื่อกลับจากการเล่นน้ำสงกรานต์ควรรีบทำความสะอาดร่างกายทันดีด้วยสบู่และน้ำสะอาด หากมีอาการคันให้รีบทายารักษาตามอาการ แต่ถ้าเป็นเรื้อรังไม่หายให้รีบปรึษาแพทย์ทันที เพราะทิ้งไว้นานอาจทำให้เป็นโรคแทรกซ้อนผิวหนังอย่างอื่นตามมาได้



“โรคอาหารเป็นพิษ” เป็นอีกโรคที่ต้องเอ่ยถึง เพราะอากาศร้อนๆ และความชื้นแบบนี้อาจทำให้อาหารบูดง่าย หากเรารับประทานเข้าไปจะทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ ท้องร่วง และท้องเสียได้ หรือน้ำและแป้งที่นำมาเล่นกันอาจกระเซ็นเข้าปากโดยไม่ตั้งใจ มีเชื้อแบคทีเรียปนก็ก่อโรคได้เช่นกัน ดังนั้นจึงแนะนำให้เลี่ยงอาหาร 10 เมนูเสี่ยงในหน้าร้อน ได้แก่ 1.ลาบหรือก้อยดิบ 2.ยำหอยแครง 3.อาหารหรือขนมราดกะทิสด 4.ข้าวมันไก่ 5.สลัดผัก 6.ยำกุ้งเต้น 7.ข้าวผัดโรยเนื้อปู 8.ขนมจีน 9.ส้มตำ และ 10.น้ำแข็งที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ถ้าเป็นอาหารบรรจุในถุงหรือ อาหารกล่อง ควรแยกกับข้าวออกจากข้าว และควรรับประทานภายใน 2- 4 ชั่วโมงหลังจากปรุงเสร็จ

โรคอาหารเป็นพิษและโรคอุจจาระร่วง มีอาการคล้ายกัน คือ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายเหลวบ่อยครั้ง อาจมีไข้ ส่วนการดูแลเบื้องต้น ให้ดื่มน้ำละลายผงน้ำตาลเกลือแร่เพื่อป้องกันการขาดน้ำ หากอาการไม่ดีขึ้น ยังถ่ายบ่อย รับประทานอาหารไม่ได้ กระหายน้ำมากกว่าปกติ หรืออุจจาระเป็นมูกปนเลือด รีบไปพบแพทย์ หรือมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรคโทร.1422



สุดท้ายแน่นอนว่าการเล่นน้ำสงกรานต์ปล่อยให้ตัวเปียกนานๆ ยังก่อให้เกิด
“โรคปอดอักเสบ” ได้อีกด้วย ยิ่งหากใครมีไข้อยู่แล้ว หรือร่างกายไม่แข็งแรง หรือเป็นโรคภูมิแพ้ด้วย โดยเฉพาะเด็กๆ ยิ่งเสี่ยงปอดติดเชื้อและเสียชีวิตง่ายที่สุด จึงเป็นโรคที่ทำให้เสียชีวิตเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มโรคติดเชื้อทั้งหมด ถือว่ารุนแรงและน่ากลัวมาก ดังนั้นการเล่นน้ำสงกรานต์ในผู้ใหญ่ ไม่ควรเล่นติดต่อกันเกิน 4 ชั่วโมง เด็กเล็กไม่ควรเกิน 1 ชั่วโมง หลังเล่นควรรีบอาบน้ำชำระร่างกาย เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย หากหนาวมากอาจจิบน้ำอุ่น

เห็นไหมว่า “โรคภัย” ต่างๆ มีอยู่รอบตัวและสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา นี่เป็นเพียงโรคส่วนหนึ่งที่หยิบยกมาบอกเล่ากันยังมีโรคอื่นๆ อีกมากมาย ถ้าหากเรายังมัวแต่นึกสนุกสนานเพียงอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของสุขภาพด้วย เทศกาลแห่งความสุขนี้อาจกลายเป็นเทศกาลแห่งความเศร้าก็เป็นได้!!
…....................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ชญานิษฐ คงเดชศักดา”
ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจากสำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค,กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 7