อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ว่าด้วยเรื่อง... กลัวฆราวาสคุมพระ-ทรัพย์สินวัด

หลังจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้ “พระพุทธศาสนาในมาตรา 67” มีชาวพุทธบางกลุ่มเริ่มออกมาวิพากษ์วิจารณ์ เพราะกลัวฆราวาสจะมาคุมพระและทรัพย์สินของวัด พุธที่ 12 เมษายน 2560 เวลา 10.00 น.


หลังจากรัฐธรรมนูญประกาศใช้อย่างเป็นทางการ มีชาวพุทธบางกลุ่ม บางคนเริ่มออกมาวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ “พระพุทธศาสนาในมาตรา 67” เพราะกลัวฆราวาสจะมาคุมพระ และกลัวฆราวาสจะมาคุมทรัพย์สินของวัด
           
สังคมไทย เรานี้แปลกอยู่อย่างหนึ่ง คือมันเป็นสังคมแห่งความหวาดระแวง เป็นสังคมแห่งความอิจฉาริษยา ชอบนินทาลับหลัง และมักคิด มักเป็นห่วงสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องของตนเอง บางเรื่องคิดเลยเถิดจนทำให้สังคมปั่นป่วนก็มี อาจเป็นเพราะสังคมไทยตอนนี้อยู่ในห้วงเวลาที่ความจริงพูดไม่ได้ ความจริงปรากฏไม่ได้  ทำให้เกิด “ความไม่ไว้ใจซึ่งกันและกัน”



“เรื่องฆราวาสจะมาคุมพระสงฆ์ในมาตรา 67 ตามรัฐธรรมนูญ” ผมไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไร เพราะเคยวิพากษ์วิจารณ์ไปแล้วว่า หลังจากนี้ไปคณะสงฆ์คงจะถูกจัดระเบียบแน่ ๆ และในอนาคตหากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกบังคับใช้ จะต้องมีองค์กรใดองค์กรหนึ่งเกิดขึ้นเพื่อเข้ามาดูแลพระสงฆ์ ดูแลทิศทางคำสอน ไม่ให้ผิดเพี้ยนจากพระไตรปิฎก
 
เพราะที่ผ่านมาชาวพุทธฝากความหวังพระพุทธศาสนาไว้กับพระสงฆ์อย่างเดียว บทเรียนทั้งในอดีตและปัจจุบันคงเป็น “บทสรุป” ให้ชาวพุทธเรียบร้อยแล้วว่าชาวพุทธฝากพุทธศาสนาไว้กับพระสงฆ์อย่างเดียว ฝากความหวังไว้กับมหาเถรสมาคมอย่างพุทธศาสนาในไทยไปไม่รอด!!
    


“เรื่องฆราวาสจะคุมพระสงฆ์” พระภิกษุหรือชาวพุทธในต่างจังหวัดที่อาศัยอยู่นอกเขตเมือง พวกท่านเหล่านี้คงไม่แปลกใจอะไร เพราะทุกวันชาวพุทธก็จะใส่บาตร ผูกปิ่นโต นำข้าวปลาอาหารมาถวายพระ ส่วนพระคุณเจ้าท่านก็จะให้ศีลให้พร ปฏิบัติธรรม ทำวัตรสวดมนต์ตามวิถีของท่าน หากพระคุณเจ้าทำไม่ดี ประพฤตินอกลู่นอกทาง ฆราวาสก็มีสิทธิแนะนำตักเตือนได้ หรือหากฆราวาสทำตัวไม่ดีพระสงฆ์ท่านก็มีสิทธิตักเตือน ในฐานะพฤตินัย มันก็คือ “การควบคุมซึ่งกันและกันอยู่แล้ว”  ไม่ไม่เห็นแปลกประหลาดอะไร

เพราะฉะนั้น “เรื่องรัฐธรรมนูญจะให้ฆราวาสมาคุมพระพระสงฆ์” แถวชนบทคงไม่สะทกสะท้านอะไร...
           
สมัยเป็นสามเณร เรื่องเงินวัด ทรัพย์สินวัด ผมมีประสบการณ์ตรงที่ฆราวาสคุมเงินวัดจริงๆ คือ วัดที่อาศัยอยู่เวลามีงานกฐิน มีผ้าป่า หลังเสร็จสิ้นงานเจ้าอาวาสรู้แต่เพียงยอดที่ได้รับเท่านั้น เงินเจ้าอาวาสไม่มีสิทธิจับต้องเลย กรรมการวัดจะนำเงินส่วนนี้ไปฝากไว้กับธนาคาร เวลาวัดมีงานหรือมีการบำรุงก่อสร้างอะไร กรรมการวัดก็จะไปถอนเงินมาใช้ การทำแบบนี้ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
           


ส่วนประสบการณ์ที่แย่ๆ ก็มีเหมือนกัน เช่น มีกำนันคนหนึ่งท่านก็เป็นคนเข้าวัดเข้าวานี่แหละ เวลาวัดมีกฐิน มีผ้าป่า กำนันท่านนี้จะเก็บเงินไปหมด ท่านเจ้าอาวาสก็รู้เพียงแค่ยอดจำนวนเงินเหมือนกัน กำนันท่านนี้จะเอาเงินวัดไปให้ชาวบ้านกู้ หากินกับเงินวัด เวลาวัดจะจัดงาน จะก่อสร้างอะไร บางทีหลวงพ่อขอเงิน ทวงเงินวัด กำนันท่านนี้ก็จะบ่ายเบี่ยงไม่ให้
 
จนหลวงพ่อมรณภาพไปแล้ว เลยไม่ทราบว่ากำนันนี้เอาเงินวัดไปใช้เท่าไร คืนวัดบ้างหรือไม่ แต่ที่เห็นๆ ก็คือ ตอนนี้กำนันท่านนี้เป็นโรคอัมพฤกษ์ ไร้ลูกหลานดูแล ชาวบ้านลือกันว่า... เพราะนำเงินวัดไปใช้ นำเงินที่ชาวบ้านเขาศรัทธาถวายให้กับพระพุทธศาสนาไปใช้ส่วนตัวจึงต้องรับกรรมแบบนี้”
           
หรือแม้กระทั่งเจ้าอาวาสบางรูป หาผ้าป่า หากฐินมา เงินได้เท่าไร เหลือเท่าไร เก็บเองหมด ไม่ชี้แจง ไม่บอกกล่าวให้ชาวบ้านรู้รับ อันนี้แหละผมคิดว่า... “เป็นปัญหาที่เกิดความระแวง ความสงสัย” คือ ชาวบ้านก็ไม่เชื่อใจเจ้าอาวาส เจ้าอาวาสก็บอกว่าเงินเหล่านี้ตนเองหามาเอง ตัวเองก็มีสิทธิเก็บเอง ใช้จ่ายเอง ชาวบ้านไม่ต้องรับรู้อะไร มีหน้าที่เข้าวัด บำรุงวัดอย่างเดียว
 


เจ้าอาวาสแบบนี้แหละที่ผมคิดว่าจะต้องรีบปรับตัว เจ้าอาวาสที่มีพฤติกรรมแบบนี้แหละที่ผมคิดว่าชาวบ้านจะต้องร่วมกันตรวจสอบ เพราะในหมู่ภิกษุเอง ท่านก็ทราบว่า... “ภัยในเพศบรรพชิต” ของท่าน มี  2 อย่าง ที่จะต้องพึงระวัง คือ
“สตรี กับ สตางค์”
           
ผมว่ากลุ่มชาวพุทธที่ออกมาเคลื่อนไหวตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็น ดร.บรรจบ บรรณรุจิ ,ไม่ว่าจะเป็นคุณกรณ์ มีดี  ท่านอย่าแบกพระภิกษุไว้บนบ่าเลยครับ เป็นภาระและเหนื่อยเปล่าๆ  ให้ท่านลำบากบ้าง  ให้ท่านได้รับบทเรียนบ้าง และที่สำคัญพระคุณเจ้าไม่รู้หรอกว่า...
 
“ความนิ่งเฉยของท่านนั้นแหละ พฤติกรรมของท่านนั้นแหละ ท่านก็มีส่วนร่วมกันทำลายพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง...”
……………………………..
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    60%
  • ไม่เห็นด้วย
    40%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 288