อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

มากกิเลสก็เหมือนคนที่ตาย 'ประมาท'หนทางแห่งหายนะ

การดำเนินชีวิตในปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเป็นภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา ต่างมักเป็นไปตามภาวะโลกีย์วิสัย ที่มากไปด้วยกิเลสหยาบหนา ที่มีกำลังมากทั้งโลภ โกรธ และหลง พฤหัสบดีที่ 13 เมษายน 2560 เวลา 10.00 น.


“พระบรมศาสดา” พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จ ดับขันธปรินิพพานเมื่อวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ก่อนพุทธศักราช 1 ปี ที่เมืองกุสินารา (เมืองกาเซียในปัจจุบัน) ประเทศอินเดีย ทรงแสดงปัจฉิมโอวาทแก่พุทธบริษัทก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพานว่า

สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังประโยชน์ตน และประโยชน์ผู้อื่นให้ถึง พร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด”

พุทธบริษัทที่มีความรู้ความเข้าใจในพระธรรมอย่างถูกต้อง ย่อมมีความเข้าใจเป็นอย่างดีในนัยของปัจฉิมโอวาท อันเปี่ยมด้วยพระมหากรุณาคุณของพระพุทธองค์ ซึ่งเป็นเครื่องเตือนสติให้เป็นผู้ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต โดยศึกษาพระธรรม น้อมนำไปประพฤติปฏิบัติ รักษากาย วาจา ใจให้สุจริต หมั่นเจริญสติและเจริญปัญญา เพื่อขัดเกลากิเลสจะได้เป็นเหตุแห่งการนำไปสู่ความพ้นทุกข์ ไม่ต้องอยู่ในสังสารวัฏ (การเวียน ว่าย ตาย เกิด)



“พระธรรมบท” บทหนึ่งในหมวด
“ความไม่ประมาท” จากคัมภีร์ขุททกนิกายแห่งพระสุตตันตปิฎก (พระสูตร) มีว่า “ความไม่ประมาทเป็นทางแห่งความไม่ตาย ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย ผู้ไม่ประมาทชื่อว่าย่อมไม่ตาย ผู้ที่ประมาทก็เหมือนคนที่ตายแล้ว” นับเป็นเครื่องเตือนสติแก่พุทธบริษัทให้เห็นถึงประโยชน์ของความไม่ประมาท และเห็นโทษของความประมาท

“มรณานุสติ” คือ การมีสติระลึกถึงความตาย ซึ่งเป็น 1 ใน 10 ของอนุสติในสมถภาวนา โดยการทำใจให้สงบ ระลึกถึงความตายเป็นอารมณ์อยู่เนืองๆ เพื่อจะได้มีสติกำกับตนเองไม่ให้ฟุ้งซ่านไปกับกิเลสต่างๆ จนเกินไป เพราะความตายเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่มีใครหลีกพ้นจากความตายไปได้

ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นคนยากดีมีจนอย่างไร หรือเป็นคนที่มียศถาบรรดาศักดิ์แค่ไหน หากไม่มีสติกำกับตนเอง “โลภ-โกรธ-หลง” ก็จะเกิดขึ้นและมีมากมาย เมื่อตายไปแล้วก็จะไปสู่ทุคติ (ภพอันเป็นที่ไปของสัตว์อันชั่ว) แต่ถ้าหากมีสติกำกับตนได้ดี “โลภ-โกรธ-หลง” ก็จะมีน้อยลง เมื่อตายไปแล้วก็จะไปสู่สุคติ (ภูมิที่ถือว่าไปเกิดแล้วมีความสุข) ในสัมปรายภพ (ภาหน้า)



การดำเนินชีวิตประจำวันของพุทธบริษัททั้งหลาย ในปัจจุบันโดยส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา ต่างมักเป็นไปตามภาวะโลกีย์วิสัย ที่มากไปด้วยกิเลสหยาบหนา ที่มีกำลังมากทั้งโลภ โกรธ และหลง

ภิกษุซึ่งมีหน้าที่ 2 ประการ คือ
คันถธุระ (ศึกษาพระธรรม) ตามพระไตรปิฏก และวิปัสสนาธุระ (การฝึกฝนอบรมตน ในการเจริญสติและเจริญปัญญา เพื่อขัดเกลากิเลส) ต่างก็ละทิ้งหน้าที่ ส่วนอุบาสก อุบาสิกา ซึ่งเป็นผู้มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา แต่ไม่ประกอบด้วยปัญญา มุ่งการอามิสบูชา (การบูชาด้วยสิ่งของในพิธีกรรมต่างๆ) แต่ไม่ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติบูชา (การบูชาด้วยการปฏิบัติ ฟังพระธรรมตามกาล และรักษาศีล 5) จึงล้วนเป็นผู้ตั้งอยู่บนความประมาท จะไม่ได้รับประโยชน์สุขในการดำเนินชีวิต ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า



ห้วงเวลาของเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ ที่มีขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 เม.ย. ซึ่งเป็นทั้งวันปีใหม่ไทย วันผู้สูงอายุและวันครอบครัว นับเป็นเสี้ยวเวลาหนึ่งของคนไทยทั่วประเทศ และคนไทยในต่างแดน ต่างมุ่งที่จะเฉลิมฉลองกันอย่างรื่นเริง และมีความสุขตามประเพณี ที่มีมาแต่โบราณกาล จึงอย่าได้ตั้งอยู่บนความประมาทใดๆ เพื่อทุกคนจะได้ดำเนินชีวิตอย่างเป็นปกติสุข ตามอัตถภาพของแต่ละคน ขอให้ทุกคนโชคดีมีชัย มีความสุข ปราศจากภยันตรายทุกประการ.
...............................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”

ขอบคุณภาพประกอบจาก : วิกิพีเดีย, www.oceansmile.com

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 14