อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

สมิธฯ เอ็มพี40 โปรซีรีส์ พร้อมติดกล้องลงแข่ง

สมิธฯ เป็นผู้ผลิตปืนสัญชาติอเมริกันรายแรก ที่ทำปืนพกกึ่งอัตโนมัติโครงอัลลอยด์ ไกดับเบิล/ซิงเกิล ใช้กระสุน 9 มม. ลูเกอร์ คือโมเดล 39 เริ่มวางขายในปี ค.ศ. 1955 เสาร์ที่ 15 เมษายน 2560 เวลา 04.30 น.

สมิธฯ เป็นผู้ผลิตปืนสัญชาติอเมริกันรายแรก ที่ทำปืนพกกึ่งอัตโนมัติโครงอัลลอยด์ ไกดับเบิล/ซิงเกิล ใช้กระสุน 9 มม. ลูเกอร์ คือโมเดล 39 เริ่มวางขายในปี ค.ศ. 1955 ซึ่งเป็นพื้นฐานให้พัฒนาเป็นปืน “เก้าลูกดก” คือโมเดล 59 จนถึง 5903 โครงอัลลอยด์ และ 5906 โครงสเตนเลส ที่ผลิตอยู่ระหว่างปี 1989 ถึง 1999 หลังจากนั้น สมิธฯ เปลี่ยนแนวตามกระแสนิยม มุ่งพัฒนาปืนระบบเข็มพุ่งโครงโพลิเมอร์ที่มี กล็อก เป็นผู้นำตลาด

ปืนรูปแบบใหม่รุ่นแรกของสมิธฯ คือ “ซิกม่า” (Sigma) เริ่มออกขายในปี 1994 เหมือนปืนกล็อกจนถูกฟ้องว่าลอกเลียนแบบ ต้องจ่ายค่าชดเชยให้กล็อก และปรับแบบให้แตกต่างจากเดิมเล็กน้อย ปัจจุบันปืนซิกม่าเปลี่ยน
ชื่อเป็น SD-VE ที่วางตัวให้เป็นปืนใช้งานรุ่นประหยัด โดยมีรุ่น เอ็มพี (M&P : Military & Police) ที่พัฒนาขึ้นใหม่เป็นรุ่นมาตรฐาน แม้จะเป็นระบบเข็มพุ่งเช่นเดียวกันแต่ใช้วัสดุคุณภาพดีกว่า เนื้อโพลิเมอร์ของโครงปืนแข็งกว่า, ลำเลื่อนสเตนเลสเคลือบไนไตรท์ “เมโลไนท์” (Melonite) ความแข็งที่ผิว 68 ร็อคเวล เทียบได้กับเหล็กเครื่องมือ ปืนเอ็มพีเริ่มออกขายในปี 2005 จัดว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง ในแคตตาล็อกขณะนี้มีให้เลือกกว่า 100 แบบย่อย ตั้งแต่ตัวบางสำหรับพกซ่อนคือรุ่น MP Shield ไปจนถึงรุ่นแต่งพิเศษจากศูนย์เพิ่มสมรรถนะ PC (Performance Centre)





นายแบบของสัปดาห์นี้ ชื่อเต็มคือ MP40L Pro Series C.O.R.E. ตัวเลข 40 คือขนาดกระสุน .40 S&W, ตัวย่อ L คือลำกล้องยาว 5 นิ้ว เต็ม ยาวกว่า 4.5 นิ้วของรุ่นมาตรฐาน, โปรซีรีส์ คือ แต่งเสริมเหนือกว่ารุ่นปกติ แต่ไม่แพงเท่าปืนจากศูนย์ PC และ C.O.R.E. ย่อจาก Competition Optic Ready Equipment ทำสันลำเลื่อนไว้พร้อมรับฐานกล้องเล็ง ไม่เพียงเจาะรูทำเกลียวแต่ใช้วิธีกัดโลหะหน้าศูนย์หลังออกให้ฐานกล้องฝังตัวลงได้สนิท ถ้าไม่ติดกล้องมีเหล็กปิดอย่างเรียบร้อยแนบเนียน และจะสังเกตได้ว่า ศูนย์หน้าหลังของรุ่น C.O.R.E. สูงกว่ารุ่นธรรมดา จุดประสงค์เพื่อให้ยังใช้ศูนย์เปิดเล็งได้ ไม่ถูกฐานกล้องบัง

ปืนทำงานด้วยรีคอยล์ ใช้หลักการลำกล้องกระดกแบบของเบรานิงก์ควบคุมด้วยผิวเอียง ขัดกลอนด้วยส่วนรังเพลิงเข้ากับช่องคัดปลอก ไกมีข้อพับตรงกลาง ทำงานเหมือนกระเดื่องนิรภัยหน้าไกของปืนกล็อก จังหวะลั่นของ เอ็มพี คมกว่ากล็อก ความรู้สึกใกล้เคียงไกซิงเกิลมากกว่า แรงเหนี่ยวไกหกปอนด์ครึ่ง สามารถแต่งให้เบาลงได้อีกแต่ก็ไม่จำเป็น จากโรงงานให้ซองกระสุนสองซอง จุ 15 นัด และให้หลังด้ามสามขนาด ใหญ่-กลาง-เล็ก สำหรับถอดเปลี่ยนได้ตามต้องการ ระบบความปลอดภัยนอกจากที่ตัวไกยังมีสมอล็อกเข็มแทงชนวน ต้องเหนี่ยวไกมาเกือบสุดจึงจะปลดล็อกให้เข็มพุ่งเข้าถึงจอกชนวนได้ ปืนไม่ลั่นเมื่อหล่นกระแทกพื้น ต้องเหนี่ยวไกเท่านั้น



แม้ว่าจะออกแบบสำหรับลงแข่งรณยุทธ์ แต่จากพื้นฐานเดิมที่เป็นปืนต่อสู้ทำให้ใช้งานเฝ้าบ้านป้องกันตัวได้อย่างดี ปืนเอ็มพีมีแนวลำกล้องต่ำ คุมง่ายอยู่แล้ว ลำกล้องที่ยาวออกไปเล็กน้อยช่วยลดอาการสะบัดลงได้อีก กระสุนขนาด .40 ให้ผลต่อเป้าเทียบเท่า .45 ออโตฯ แต่แรงรีคอยล์ต่ำกว่า ตัวปืนน้ำหนักรวมเพียง 800 กรัม เบากว่าปืนเหล็กล้วนประมาณ 300 กรัม มีอีกจุดหนึ่งที่โรงงานถือว่าเหนือกว่าปืนกล็อก คือถอดทำความสะอาดได้โดยไม่ต้องเหนี่ยวไกยิงแห้ง มีกระเดื่องที่ช่องรับซองกระสุนช่วยลดเข็มได้ และจะกลับเข้าที่เองเมื่อประกอบเสร็จใส่ซองกระสุนพร้อมใช้งาน.

......................................................
ดร.ผณิศวร ชำนาญเเวช

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 10