อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 สิงหาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 16 สิงหาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

จีนแบนเกาหลีใต้ลุกลาม! ไม่ดู'เคป๊อป'ไม่ซื้อสินค้าใดๆ

เหตุการณ์นี้เริ่มต้นตั้งแต่พฤศจิกายนปีที่แล้ว จึงไม่น่าแปลกใจที่ผังรายการทีวีเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ เพราะจีนเป็นตลาดใหญ่ของการส่งออกอุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีใต้ และสินค้าอื่นๆ อาทิตย์ที่ 16 เมษายน 2560 เวลา 10.00 น.


สถานการณ์โลกเปลี่ยนไปจนน่าสะพรึงกลัว ไม่ว่าจะเป็น “ซีเรีย” ที่ถูกมหาอำนาจสหรัฐฯ และรัสเซียที่ตั้งท่าจะฮึ่มๆ ใส่กัน ส่วนด้านตะวันออก มาทางเอเชียตะวันออกที่สถานการณ์ดูเริ่มอึมครึมมาตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังจากที่ เกาหลีใต้ ประกาศให้สหรัฐฯ สามารถเข้ามาติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธ THADD (Terminal high-altitude area defense)

รวมทั้งตกลงแลกเปลี่ยนด้านการข่าวทางทหารกับ ญี่ปุ่น เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามจาก เกาหลีเหนือ ทางการ จีน ก็ได้เริ่มตอบโต้กลับ โดยเริ่มต้นจากการที่สำนักกิจการบริหารสื่อมวลชน สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ ภาพยนตร์ และโทรทัศน์จีน (SAPPRFT) ให้เลื่อนการออกอากาศรายการแสดงที่มีศิลปินเกาหลี หรือแม้แต่โฆษณาที่มีศิลปินเกาหลีปรากฏตัวออกไปอย่างไม่มีกำหนด รวมถึงการจัดคอนเสิร์ตของดารานักแสดงเกาหลีออกไป



เหตุการณ์นี้เริ่มต้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนของปีที่แล้ว (2016) จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ผังรายการในทีวีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่ เพราะ “จีน” เป็นตลาดใหญ่ของการส่งออกของอุตสาหกรรมบันเทิงของ เกาหลีใต้ ซึ่งคำสั่งที่แบนกระแสเกาหลีนี้เริ่มมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมแล้ว

ทั้งนี้เพราะทาง “จีน” เองค่อนข้างจะกังวลมากกับการใช้ระบบต่อต้านขีปนาวุธนี้มาสอดแนมกิจการภายในของจีน และยังกังวลกับพลังทางทหารของสหรัฐฯ ที่รุกคืบเข้ามาประชิดตน

“การแบนของประชาชนจีน” จึงไม่ใช่แต่เพียงด้านเดียวเท่านั้น หากแต่ยังมีการแบนไปทั้งเครื่องสำอางเกาหลี ทั้งจำกัดและกีดกันสินค้า รวมไปถึงเกมเกาหลีที่ไม่อนุญาตให้เกมใหม่ๆ ที่ผลิตในเกาหลีเข้าไปในจีน รวมไปถึงร้านค้า ร้านอาหารเกาหลีในจีน การท่องเที่ยวจีนที่ประท้วงด้วยการไม่เดินทางไปท่องเที่ยวที่เกาหลี และหันไปประเทศอื่นแทน



โดยเฉพาะส่วนที่ได้รับผลกระทบมากสุดก็คือ “บรรดานักธุรกิจเกาหลีที่อาศัยอยู่ในกรุงปักกิ่ง” ซึ่งทุกคนคาดหวังจะให้เหตุการณ์กลับสู่สถานการณ์ปกติโดยเร็ว และไม่อยากจะให้ลุกลามมากกว่านี้


การแบนเกาหลีของชาวจีนก็ไม่ต่างจากยุคหนึ่งที่ “คนจีน” เคยแบนญี่ปุ่น จนถึงขั้นทุบทำลายทุกอย่างที่เป็นของญี่ปุ่น แม้กระทั่งร้านค้าร้านอาหารที่ต้องปิดร้านหนี และติดป้ายหน้าร้านว่าร้านนี้เป็นของคนจีน มิฉะนั้นก็จะถูกทุบทำลาย

กรณี เกาหลี ในครั้งนี้ก็ไม่ต่างกันมากนัก คนเกาหลีที่พักอาศัยในจีนต่างต้องระมัดระวังตัว ทั้งนี้ประชากรที่อาศัยอยู่ในปักกิ่งมีทั้งสิ้นประมาณ 21 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนของชาวเกาหลีร้อยละ 0.5 ซึ่งเมื่อคิดแล้วมีมากกว่า 100,000 คน ส่วนมากจะพักในย่านที่เรียกว่า “โคเรียนทาวน์” บริเวณถนนวั่งจิง



โดยตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้มา เห็นได้ชัดว่าร้านอาหารเกาหลีแทบจะไม่มีคนเข้าร้านเลย จนทำให้บรรดาเจ้าของร้านชาวเกาหลีออกมาพูดว่า ตนรู้สึกประหลาดใจมากที่อยู่ๆ ลูกค้าชาวจีนก็หายไปในทันทีราวกับมีการนัดกันมาอย่างดิบดี รวมไปถึงบรรดาซุปเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติเกาหลีที่มีรายได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด จนถึงกับกังวลว่า หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป คงจะต้องปิดร้านทีเดียว

ตอนนี้ล่าสุด บรรดาขนมจาก บริษัทลอตเต้ ของเกาหลีถูกกวาดลงจากชั้นขายของหมดแล้ว จนน้องๆ ต้องร้องว่า ขอ
“ขนมหมีโคอาล่ามาร์ชหนูคืนเถอะค่ะ หมีหายหมดแล้ว ไม่มีให้หาซื้อกินแล้ว” ณ ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าอะไรจะหายไปอีก แต่ที่สุดก็คงแบนไปเรื่อยๆ จนหมดทุกยี่ห้อของเกาหลี



อีกทั้งทาง สถานทูตเกาหลี ก็ได้ออกมาเตือนคนคนเกาหลีใต้ที่อาศัยในจีนเพิ่มความระมัดระวังตัว รวมถึงอย่าแสดงท่าทีใดๆ ทั้งสิ้น ให้เก็บตัวเงียบ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาข้อขัดแย้งกับชาวจีนเพิ่มมากขึ้น

จะเห็นได้ว่า...คนจีนนั้นยังคงมี “กระแสชาตินิยม” ที่ชัดเจน และสั่งได้ราวกับกดสวิทช์เปิด-ปิด เพียงแต่ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะกดสวิทช์ปิดไปเมื่อไรนั่นเอง...!!
….......................................
คอลัมน์ : ฝ่ากำแพงเมืองจีน
โดย “อ.ดร.ศิริเพ็ชร ทฤษณาวดี”
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ภาพจาก https://xw.qq.com/ssh/20170401012476/SSH2017040101247604

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    82%
  • ไม่เห็นด้วย
    18%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 3.89K