อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 24 ตุลาคม 2560
เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 24 ตุลาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ร้อนนี้ เฝ้าระวัง "จมน้ำตาย"

ช่วงเดือนเมษายนต่อเนื่องยาวไปจนหมดหน้าร้อนนี้ นอกจากปัญหาท้องเสีย อาหารเป็นพิษ สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอันตรายอีกประการหนึ่งคือ การจมน้ำเสียชีวิต อาทิตย์ที่ 16 เมษายน 2560 เวลา 02.00 น.

ช่วงเดือนเมษายนต่อเนื่องยาวไปจนหมดหน้าร้อนนี้ นอกจากปัญหาท้องเสีย อาหารเป็นพิษ สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอันตรายอีกประการหนึ่งคือ การจมน้ำเสียชีวิต ซึ่งในแต่ละปีเกิดการสูญเสียไม่น้อยเลย
ทั้งนี้ นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค บอกว่า ที่ผ่านมาช่วงเดือน เมษายน ล่าสุดพบว่ามีเด็กจมน้ำเสียชีวิตสูงที่สุด เฉลี่ย ตลอดทั้งเดือน 126 คน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่พบเด็กจมน้ำสูงสุด

จากข้อมูลช่วงเทศกาลสงกรานต์ 3 วัน ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายนตั้งแต่ปี 2550-2559 พบว่ามีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิต 176 คน เฉลี่ยวันละถึง 6 คน มากกว่าช่วงวันปกติถึง 2 เท่า โดยในวันที่ 14 เมษายนมีการจมน้ำเสียชีวิตสูงที่สุด เฉลี่ย 7 คน

ทั้งนี้ เฉพาะ สงกรานต์ปี 2559 มีเด็กจมน้ำเสียชีวิต 13 คน ซึ่งวันที่ 14 เมษายนวันเดียวเสียชีวิตไป 8 คน โดยเกิดเหตุที่บริเวณน้ำตก อ่างเก็บน้ำ และคลอง มากที่สุด

เพราะฉะนั้นสงกรานต์ตลอดจนหน้าร้อนนี้จึงไม่ใช่แค่การระวังเรื่องอุบัติเหตุทางถนนเท่านั้น แต่ต้องเฝ้าระวังเรื่องการเสียชีวิตจากการจมน้ำด้วย ซึ่ง นพ.เจษฎา แนะนำ ว่า บางเวลาไปทำกิจกรรมทางน้ำที่ไหนก็ตามควรมีอุปกรณ์ลอยน้ำได้ติดตัวไปด้วย 1 ชิ้น ต่อ 1 คน บางอย่างไม่ต้องซื้อหามาด้วยซ้ำ เช่น ถังแกลลอนผูกเชือกและสะพายแล่ง เป้ผ้าบรรจุขวดน้ำพลาสติกเปล่าปิดฝา
ส่วน สถานที่ท่องเที่ยวทางน้ำ ต้องกำหนดให้มีพื้นที่เล่นน้ำที่ปลอดภัย กั้นบริเวณที่เล่นน้ำได้ให้ชัดเจน ทำป้ายแจ้งเตือน ต้องจัดให้มีเสื้อชูชีพอย่างเพียงพอ และให้ผู้รับบริการสวมใส่ทุกครั้ง เมื่อต้องโดยสารเรือหรือทำกิจกรรมทางน้ำ ซึ่งต้องจัดให้มี เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย บริเวณที่กำหนดอย่างเพียงพอ



โดยเฉพาะเด็กควรแนะนำไม่ให้เด็กยืนใกล้บริเวณขอบบ่อหรือสระ เพราะอาจลื่นและพลัดตกลงน้ำได้ที่สำคัญผู้ปกครองไม่ควรปล่อยให้เด็กไปเล่นน้ำกันเองตามลำพังแม้จะเป็นแหล่งน้ำที่ใกล้บ้านหรือแหล่งน้ำที่คุ้นเคยก็ตาม อย่างไรก็ตาม ในชุมชนควรจัดหาอุปกรณ์การช่วยเหลือคนตกน้ำ จมน้ำ ที่หาได้ง่ายไว้บริเวณแหล่งน้ำเสี่ยงด้วย”

นอกจากนี้ต้องรู้จักการช่วยชีวิต ยึดหลัก “ตะโกน โยน ยื่น” คือตะโกนเรียกให้คนมาช่วยและโทรฯแจ้งทีมแพทย์กู้ชีพ 1669 โยนอุปกรณ์ใกล้ตัวเพื่อช่วยคนตกน้ำ เช่น เชือก ถังแกลลอนพลาสติกเปล่า หรือวัสดุที่ลอยน้ำได้โดยโยนครั้งละหลาย ๆ ชิ้น และยื่นอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวให้คนตกน้ำจับ เช่น ไม้ เสื้อ ให้คนตกน้ำจับและดึงขึ้นมาจากน้ำ เป็นต้น.

..............................................
อภิวรรณ เสาเวียง
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 4