อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 23 พฤษภาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 23 พฤษภาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"น้ำเกี๋ยน-บ้านยอด" ชุมชนเข้มแข็ง"น่าน"

การดำเนินตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการทำ “การเกษตรทฤษฎีใหม่” ที่เริ่มจากการบริหารจัดการที่ดินและน้ำขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด พึ่งตนเองได้เป็นการพัฒนาได้ในระดับหนึ่ง แต่การทำ “ทฤษฎีใหม่ขั้นก้าวหน้า” เริ่มจากการร่วมมือภายในชุมชนเองที่ต้องใช้ความสามัคคี อาทิตย์ที่ 16 เมษายน 2560 เวลา 03.00 น.

การดำเนินตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการทำ “การเกษตรทฤษฎีใหม่” ที่เริ่มจากการบริหารจัดการที่ดินและน้ำขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด พึ่งตนเองได้เป็นการพัฒนาได้ในระดับหนึ่ง แต่การทำ “ทฤษฎีใหม่ขั้นก้าวหน้า” เริ่มจากการร่วมมือภายในชุมชนเองที่ต้องใช้ความสามัคคี ช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อให้เกิดความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ “ชุมชนชีววิถีบ้านน้ำเกี๋ยน” จังหวัดน่าน“คนน้ำเกี๋ยนจะเน้นการรวมกลุ่มกัน ทำอะไรจะไม่ทำเป็นเอกเทศ แต่จะรวมกลุ่มกัน อันนี้เป็นวัฒนธรรมดั้งเดิม เกาะกันเป็นกลุ่มก้อน กลุ่มสำคัญ ๆ เช่น วิสาหกิจชุมชนชีววิถี กลุ่มแปรรูปอาหาร กลุ่มเสี่ยว กลุ่มศูนย์สาธิตการตลาดซึ่งเป็นวัฒนธรรมการรวมกลุ่มกันเมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว หมายถึงเซเว่นของคนน้ำเกี๋ยน เป็นรูปแบบของคนมารวมหุ้นกัน แล้วทำมาค้าขาย จำหน่ายสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ วัสดุก่อสร้าง เป็นร้านค้าของชาวบ้าน พอครบปี ก็มีการทำงบดุล ปันผลเฉลี่ยคืน เอาเงินทุน เอาเงินกำไรไปเอื้อประโยชน์ต่อสาธารณะ อันนี้ก็เป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาจนกระทั่งมาเป็นวิสาหกิจชุมชนชีววิถีปัจจุบันนี้” ชูศิลป์ สารรัตนะ ประธานวิสาหกิจชุมชนชีววิถีตำบลน้ำเกี๋ยน บอกเล่า

น้ำเกี๋ยนเป็นชุมชนเล็ก ๆ ทั้งตำบลมี 5 หมู่บ้าน ประชากรไม่ถึง 3,000 คน มีทั้งหมด 700 กว่าหลังคาเรือน อาชีพหลักทำเกษตร เมื่อประมาณ 10-20 ปีก่อนทำอาชีพหลักอย่างเดียว คือ ไร่ข้าวโพด จากอาชีพที่ทำลายป่าของตัวเองเปลี่ยนสถานะมาเป็นนักอนุรักษ์ แม้จะยังทำการเกษตรดังเดิมแต่เป็นแบบผสมผสาน คือ ทำนา ไร่ข้าวโพด สวนยางพารา

ชุมชนที่นี่เป็นชุมชนประวัติศาสตร์ คนน้ำเกี๋ยนเป็นกลุ่มเครือญาติกันทั้งตำบล ใน 5 หมู่บ้าน ทุกหมู่บ้านเป็นเครือญาติเชื่อมโยงกันทั้งหมด สังเกตได้จากคนน้ำเกี๋ยนทั้งหมดมีนามสกุลขึ้นต้นด้วยดี เช่น ดีปานา ดีปาละ ดีน้อย ฯลฯ ประมาณ 28 ดี ถือเป็นกลุ่มเครือญาติรูปแบบพิเศษ มีวัดเดียวเป็นที่รวมศรัทธา รวมพลังใจของน้ำเกี๋ยน ไหว้เจ้าอาวาสองค์เดียวกัน ไหว้พระประธานองค์เดียวกัน มีสถานีอนามัยแห่งเดียว มีโรงเรียนแห่งเดียว คือ รร.ที่ผมเคยสอนหนังสืออยู่”



จากชุมชนที่เกือบจะล่มสลายกลายมาเป็นชุมชนเข้มแข็งที่เป็นตัวอย่างให้กับชุมชนอื่น ๆ โดยไม่เพียงมีแบรนด์ “ชีวาร์” เป็นหนึ่งในผลสำเร็จที่ก้าวไปไกลถึงตลาดขนาดใหญ่อย่างโมเดิร์นเทรดที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้ กับสมาชิก “วิสาหกิจชุมชนชีววิถีตำบลบ้านน้ำเกี๋ยน” โดยมีจุดเริ่มต้นมา จากการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอด หากแต่ที่นี่ยังต่อยอดไปอีกขั้น กับการท่องเที่ยววิถีชุมชน

ไม่เพียงกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ในเรื่องของการทำธุรกิจชุมชน วิสาหกิจชุมชน มีคณะดูงานในและต่างประเทศมาเยี่ยมเยือนเฉลี่ยประมาณ 5-10 คณะ เพราะเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดน่านไปโดยปริยาย หลังจากโรงแรมหลายแห่งนำผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากชุมชนไปให้บริการกับแขกผู้มาเยือน จากแนวทาง “ชีววิถี” จึงขยายสู่การท่องเที่ยววิถีชุมชนแนวอนุรักษ์ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักวิถีท้องถิ่นของจังหวัดน่าน เรียนรู้เกี่ยวกับพืชสมุนไพร จากสวนสมุนไพร พื้นบ้านที่มีอยู่ มีบริการด้านสุขภาพด้วยการนวดประคบ นวดแผนไทย ฯลฯ โดยมีรางวัลการันตีมากมายหนึ่งในนั้นคือ หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยว ของกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยกระทรวงอุตสาหกรรม รางวัลชนะเลิศวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับประเทศ ปี 2559 ของคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน กรมส่งเสริมการเกษตร

นักท่องเที่ยวมาพักโรงแรมสไตล์บูติคในเมืองน่านประมาณ 10 กว่าแห่ง ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา นักท่องเที่ยวก็ตามมาหาแหล่งผลิต มาเที่ยวชมแปลงสมุนไพร เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชน เราก็นำอาคารผลิตหลังเก่าของเราเป็นร้านจำหน่ายสินค้า ซึ่งไม่ได้จำหน่ายเฉพาะผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจฯ พี่น้องชาวบ้านทำอะไรสามารถขายได้ ก็นำมาขายด้วยกันที่นี่ สร้างให้เกิดรายได้ มาเรียนรู้แปลงสมุนไพรที่นี่ เราก็จะแจกต้นกล้าให้เขากลับไป ให้เขาไปปลูก เรียนรู้การนำประโยชน์จากสมุนไพรมาใช้ ส่วนผลกำไรที่ได้ก็นำกลับมาพัฒนาหมู่บ้านทั้ง 5 หมู่บ้าน รวมทั้งดูแลรักษาป่าด้วย” ศิรินันท์ สารมณฐี ผู้จัดการวิสาหกิจชุมชนชีววิถี บอกเล่า



นักท่องเที่ยวมาที่นี่สามารถชมการแปรรูปได้ ทั้งสมุนไพร ทั้งชา ฝึกทำยาหม่อง ลูกประคบ น้ำมันไพล เรียนทำสเปรย์ไล่ยุง สบู่ มีวิทยากร มัคคุเทศก์ชุมชน เริ่มทำเส้นทางท่องเที่ยวในหมู่บ้านและมีโฮมสเตย์เกิดขึ้น โดยมีจักรยานไว้บริการนักท่องเที่ยว 31 คัน ได้จากการบริจาค

ถ้ามาปั่นจักรยานเที่ยวชม 2 ข้างทางก็จะเป็นรั้วต้นไม้สมุนไพรเป็นหลัก ได้ชมการจักสาน จักสานตะกร้าเหล่านี้ ก็นำมาเป็นผลิตภัณฑ์ของเราจัดเป็นเซตในช่วงปีใหม่ นักท่องเที่ยวสามารถไปเรียนจักสานกับคนเฒ่าคนแก่ได้ ไปแวะชิมข้าวแต๋น ไป สวนสะเติน แปลว่า สวนเศรษฐกิจพอเพียง ไปให้กำลังใจคุณลุงซึ่ง วัน ๆ ไม่มีรายจ่าย มีอะไรกินอันนั้น มีรายได้ทุกวันจากการขายสมุนไพรในสวน กบ จิ้งหรีด เต็มไปหมด และเราก็ทำเรื่องของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพราะที่นี่ก็มีภูมิปัญญาเรื่องการแพทย์แผนไทย การนวด การแช่เท้า ด้วยสมุนไพร คิดค่าบริการไม่แพง คนละ 50 บาท สำหรับการแช่เท้า การนวดเป็นชั่วโมง นวดฝ่าเท้า นวดตัว เริ่มทำปีที่แล้ว ถ้ามานอนโฮมสเตย์ที่นี่ ก็จะเป็นลักษณะเหมือนพักล้างพิษ เรากำลังจะเริ่มทำเรื่องพักล้างพิษ สร้างความแตกต่างจากโรงแรมในเมือง”



นอกจากชุมชนสมุนไพรอย่างน้ำเกี๋ยนแล้ว ยังมี “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกมะนาวบ้านยอด” อำเภอสองแคว เป็น 1 ใน 13 กลุ่ม ที่มีการรวมกลุ่มโดยการสนับสนุนของมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ให้เกษตรกรร่วมกันทำกิจกรรมและบริหารจัดการด้วยตนเอง ภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบบูรณาการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่จังหวัดน่าน ตามแนวพระราชดำริ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและลดการบุกรุกทำลายป่าที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2552 โดยประยุกต์ใช้การบริหารจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ และโครงการขุดนาขั้นบันไดในพื้นที่นำร่อง 3 อำเภอ ได้แก่อำเภอท่าวังผา อำเภอสองแคว และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ รวม 4 ตำบล 20 หมู่บ้าน โดยกรมป่าไม้อนุญาตให้มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ดำเนินการ

เจริญ คนตรง เหรัญญิก วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ปลูกมะนาวบ้านยอด เล่าว่า ที่นี่เน้นเรื่องการเกษตร ข้าว ไม้ผล พืชหลังนา ปัญหาที่นี่คือ มีน้ำมุด การเกษตรไม่ดีเท่าที่ควร พืชหลักคือมะแขว่น มีการปลูกมะนาว ซึ่งหน้าฝน ล้นตลาด ราคาตกต่ำ พ่อค้าคนกลางกดราคา ไม่มีการรวมกลุ่ม ตั้งแต่เราพัฒนา มีการจัดการ มีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมเพื่อดูแลควบคุมโรค แนะนำการเกษตร ทางเกษตรเข้ามาให้องค์ความรู้ บวกเจ้าหน้าที่ของเราที่มีส่งเสริม ให้ความรู้เรื่องตัดแต่งกิ่ง ดูแลโรค หลังจากเราทำระบบน้ำก็เริ่มดีขึ้นแต่ยังควบคุมได้ไม่ทั้งหมด

เมื่อความยากจนหมดไป การบุกรุกป่าก็ค่อย ๆ ลดลง ขณะเดียวกันการฟื้นฟูป่าก็ถูกดำเนินการอย่างต่อเนื่องไปพร้อมกัน และนี่คือสองชุมชน เข้มแข็งตัวอย่างสืบสานแนวพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดน่านที่พร้อมให้เข้าไป เยี่ยมเยือนเพื่อศึกษาและเรียนรู้.


...................................................................................



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 6