อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 กันยายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 กันยายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

อีเมลจากออสเตรเลีย วันที่ 16 เมษายน 2560

งานสงกรานต์ของชุมชนคนไทยในเมืองบัลลารัท ซึ่งจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา ณ Ballarat Showgrounds เมืองบัลลารัท รัฐวิคเตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย อาทิตย์ที่ 16 เมษายน 2560 เวลา 00.50 น.


ในงานมี การทำบุญตักบาตร การทำบุญให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ประเพณีสรงน้ำพระ การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ การแสดงกว่า 20 รายการ รวมทั้งมีการทอดผ้าป่าสมัคคีอีกด้วย


การจัดงานสงกรานต์ครั้งแรกของชาวเมือง Sunshine Coast ในงาน “เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2017” เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2560 ณ ร้าน ศาลาไทยที่ เมือง Eumundi รัฐควีนส์แลนด์


ในงานมีกิจกรรมต่างๆ อาทิเช่น การโชว์รำไทย ทำบุญ/ถวายเพลแด่พระสงฆ์ รดน้ำพระประจำวันเกิด และพระสงฆ์ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ประเพณีเล่นน้ำสงกรานต์กับแขกที่มาร่วมงาน


บรรยากาศ งานมหาสงกรานต์ 2017 ณ วัดสังฆรัตนาราม โกล์ดโคสท์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา


ในงานมี ทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระพุทธรูปและพระสงฆ์ และการรดน้ำดำหัวผู้อาวุโสในเมืองโกล์ดโคสท์ ตามด้วยการแสดงจากนักเรียนโรงเรียนภาษาไทยวัดสังฆรัตนาราม


มาร์โก้ ทองพันธ์ มะลิวงษ์ ร่วมสนับสนุนการจัดอบรมและทดสอบฝีมือแรงงานไทยในประเทศออสเตรเลีย กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานและสมาคมร้านอาหารไทยแหล่งประเทศออสเตรเลีย


ต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้กับคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์ทรวิโรฒ หลักสูตรอินเตอร์ และคณะ


สนับสนุนการฝึกอบรมกรรมฐานกับหลวงพ่อ วิโมกข์ เมธิโนเป็นคอร์สกรรมฐาน 4 วัน (แบบไปเช้าเย็นกลับ) ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 14 - วันจันทร์ที่ 17 เมษายน เวลา 9:00 - 16:00 ที่ สถานบัน AIC


จอห์น สมพร โพธิศรี เปิด "ล้านเล่า" Laan-Lounge street food Bar&Restaurant เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา แหล่งบันเทิง แหล่งอาหาร แห่งใหม่ของคนไทยในซิดนีย์


ด้วยอาหารจานพิเศษ รสชาติเข้ม อย่างเช่น นกกะทาทอดน้ำปลา ไก่ย่างวิเชียร ต้มยำไก่บ้านรสเด็ด ก้อยไข่มดแดง หมูเทพน้ำพริกอ่อง และซุปหน่อไม้


ครูดิ๊บ สำนาง ยวนจิตร กับความพยายามในการเผยแผร่ศิลปวัฒนธรรมไทย โดยใช้กิจกรรมมวยไทย ดาบไทย กระบี่ กระบอง ซึ่งนำลูกศิษย์ไปแสดงในงานเทศกาลต่างๆของไทย

@@@@ ผ่านไปแล้วกับงานสงกรานต์ของชุมชนคนไทยในเมืองบัลลารัท ซึ่งจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา ณ Ballarat Showgrounds เมืองบัลลารัท รัฐวิคเตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย งานสงกรานต์ปีนี้ถือเป็นปีที่ 2 ของการจัดงานของชุมนุมคนไทยในเมืองบัลลารัทร่วมกับวัดไทยภาวนา บัลลารัท และได้รับการสนับสนุนจากวัดไทยนครเมลเบิร์น วัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ เพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ประเพณีวันสงกรานต์ที่เน้นในรูปแบบดั้งเดิม คือทำบุญตักบาตร การทำบุญให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ประเพณีสรงน้ำพระ การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ รวมทั้งการทอดผ้าป่าสมัคคี เพื่อเป็นทุนในการสร้างวัดไทยภาวนา บัลลารัท การจัดงานครั้งนี้ประสบผลสำเร็จกว่าครั้งแรก ซึ่งมีคนเข้าร่วมงาน ไม่น้อยกว่า 300 กว่าคน ทั้งชุมชนคนไทยในเมืองบัลลารัทเองและคนต่างชาติ อีกทั้งส่วนหนึ่งมาจากนครเมลเบริ์น และรอบๆเมืองบัลลารัท รูปแบบของงานมีการเปิดร้านขายอาหารไทย ร้านนวดไทย การละเล่น สอยดาว และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งรายได้ทั้งหมด ได้มอบให้ทางวัดไทยภาวนาบัลลารัท เพื่อเป็นทุนในการจัดสร้างวัดต่อไป ยอดรวมได้ทั้งหมดที่ได้ประมาณ $19,000 ..................... มีการแสดง 20 กว่ารายการ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงรำไทย ดนตรีไทย การแสดงมวยไทย ดาบไทย รำวง และกลองยาว นอกจากนั้นแล้วเรายังเชิญชุมชนอื่นๆที่อยู่ในเมืองเมลเบิร์น อย่างเช่น สมาคมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย แห่งรัฐวิคเตอเรีย ชุมชนชาวกะเหรี่ยงในออสเตรเลีย ชุมชนชาวฟิลิปปินส์ มาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย ซึ่งได้รับคำชื่นชมจากผู้เข้าร่วมงานว่าการแสดงและรูปแบบของการจัดงานลงตัวดีมาก แม้จะมีฝนตกและอากาศหนาวในวันนั้นแต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคใดเลย

@@@@ ผ่านไปอีกหนึ่งความทรงจำที่ดีกับการจัดงานสงกรานต์ครั้งแรกของชาวเมือง Sunshine Coast ในงาน “เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2017” เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2560 ณ ร้าน ศาลาไทย ของแจง จิราพร และจอห์น Etheridge ที่ เมือง Eumundi รัฐควีนส์แลนด์ ในการจัดงานครั้งนี้ได้แสดงเห็นถึงความสามัคคีและการร่วมมือร่วมใจของชุมชนคนไทยในเมือง Sunshine Coast ได้บรรยากาศที่อบอุ่น สร้างความสนุกสนานและรอยยิ้มกับเสียงหัวเราะให้กับคนไทยไกลบ้านทุกคน ในงานมีกิจกรรมต่างๆ อาทิเช่น การโชว์รำไทย ทำบุญ/ถวายเพลแด่พระสงฆ์ รดน้ำพระประจำวันเกิด และพระสงฆ์ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ที่เคารพทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ประเพณีรดน้ำสงกรานต์กับแขกที่ร่วมงาน การประกวดนางสงกรานต์ และหนูน้อยสงกรานต์ และปิดท้ายด้วยการประชุมโครงการจัดตั้งสำนักสงฆ์ Sunshine Coast .............. ถึงแม้ว่าจะมีอะไรติดขัดไปบ้าง แต่งานก็ประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี ด้วยความช่วยเหลือเกื้อกูลกัน คนละไม้คนละมือ ได้บุญถ้วนหน้า ได้ทานอาหารอร่อยร่วมกัน และสาดน้ำสงกรานต์เปียกกันไปตามๆกัน การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นการเปิดตัวชุมชุนคนไทย Sunshine Coast อย่างเป็นทางการครั้งแรกให้ชาวต่างชาติได้เห็น และรับรู้ความหมายของวัฒนธรรมอันดีงามของไทย และทำให้เด็กๆเยาวชนรุ่นใหม่ของพวกเราได้เข้าถึงวัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีของไทย และสร้างความสนุกสนาน รอยยิ้ม ความประทับใจให้กับน้องๆผู้ประกวดทุกคน ขอขอบคุณผู้สนับสนุนถ้วยรางวัล และของรางวัลทุกท่าน สำหรับการประกวดนางสงกรานต์และหนูน้อยสงกรานต์ นางสงกรานต์ Sunshine Coast ประจำปี 2017 คือ Miss Thanyaret Pla Aiaram หนูน้อยสงกรานต์ ประจำปี 2017 ชนะเลิศ/ยิ้มสวย/ขวัญใจช่างภาพ Miss Elizabeth Cain รองอันดับ 1 Miss Tia Freestone รองอันดับ 2 Miss Meme Lewis ................ ในนามตัวแทนของคนไทยในเขต Sunshine Coast รัฐQueensland ขอกล่าวขอบคุณทีมงาน ผู้ติดต่อประสานงานและประชาสัมพันธ์ทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดงานสงกรานต์ครั้งนี้ขึ้นมา ขอบคุณ กงสุลกิตติมศักดิ์ นครบริสเบน นาย Andrew Park และครอบครัว ที่สละเวลามาร่วมงาน และให้ความช่วยเหลือชุมชนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังร่วมสนับสนุนของรางวัลการประกวดนางสงกรานต์ และหนูน้อยสงกรานต์อีกด้วย ขอบคุณ ร้านSalaThai สำหรับสถานที่ จัดเตรียมทั้งอาหาร เครื่องดื่ม สำหรับผู้ร่วมงาน และร้านอาหารทุกร้านที่ทำกับข้าวอร่อยมาสมทบในงาน และท้ายสุดขอขอบคุณคนไทยทุกๆคนทั้งที่มาร่วมงาน หรือไม่สามารถมาร่วมงานได้ สำหรับน้ำใจ ความช่วยเหลือเกื้อกูล และกำลังใจ ซึ่งทำให้เกิดงานในครั้งนี้

@@@@ สนุกสนานกันไปทั้งเด็กและผู้ใหญ่ในงานมหาสงกรานต์ 2017 ณ วัดสังฆรัตนาราม โกล์ดโคสท์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา งานนี้ชาวไทยในโกลด์โคสท์ร่วมกับคณะกรรมการวัดวัดสังฆรัตนาราม จัดขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมเผยแพร่วัฒนธรรมอันดีงามและทำนุบำรุงพระศาสนา เริ่มด้วย พระสงฆ์สวดเจริญพุทธมนต์ เดินรับบิณฑบาตและการถายภัตตาหาร เมื่อเวลา 10.00 น. จากนั้นเป็นการแสดงจากนักเรียนโรงเรียนภาษาไทยวัดสังฆรัตนาราม ซึ่งมีการฟ้อนรำ เล่นอังกะลุง การแสดงการละเล่นแบบไทยๆ ม้าก้านกล้วย แม่งูเอ๋ย มอญซ่อนผ้า เริ่มตั้งแต่เวลา 11.30 น. ต่อจากนั้นมีการมอบรางวัลให้ผู้แต่งกายชุดไทยดีเด่นโดยมีรางวัลจากกงสุลกิตติมศักดิ์ นายแอนดรูว์ พาร์ค และ เทศมนตรีเมือง McDowell by Cr Norm Wyndham เวลา 12:30 มีการถวายผ้าป่าสามัคคีประจำต้นเดือน ทำบุญรวมญาติให้ผู้ล่วงลับไปแล้ว เวลา 13:00 สรงน้ำพระพุทธรูปและพระสงฆ์ มีการรดน้ำดำหัวผู้อาวุโสในเมืองโกล์ดโคสท์เพื่อปลูกฝังความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณอีกด้วย เวลา 14:00 ร่วมเล่นสงกรานต์และกิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์เล่นเกมส์เก้าอี้ดนตรี ชักเย่อเพื่อสร้างความสามัคคี สนุกสนานรื่นเริ่งร่วมกันและยังเป็นการส่งเสริมสืบสานศิลปวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงาม ขอขอบคุณคนไทยทุกคนที่ให้ความร่วมมือในการจัดงานในครั้งนี้ เจอกันใหม่อีกทีในปีหน้า

@@@@ หลังจากร่วมสนับสนุนการจัดอบรมและทดสอบฝีมือแรงงานไทยในประเทศออสเตรเลีย กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานและสมาคมร้านอาหารไทยแหล่งประเทศออสเตรเลีย เมื่อปลายเดือนที่แล้ว มาร์โก้ ทองพันธ์ มะลิวงษ์ ผู้บริหาร Australian Center ศูนย์วีซ่าและแนะแนวการศึกษาต่อออสเตรเลีย และเจ้าของ 3 สถาบันการศึกษาในออสเตรเลีย สถาบัน Australian International College, NSW Business College, NSW International Engligh College ก็ต้องต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้กับคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผู้อำนวยการโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์ทรวิโรฒ หลักสูตรอินเตอร์ และคณะในการศึกษาดูงานสถานศึกษาชั้นนำของประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ระหว่างวันที่ 2-7 เมษายน 2560 โดยในครั้งนี้ เขายังมอบทุนการศึกษาเรียนต่อภาษาอังกฤษในประเทศออสเตรเลีย ให้กับอาจารย์ และนักศึกษา จำนวน 15 คน .................... หลังจากส่งคณะขึ้นเครื่อง เสร็จงานหลักก็ต่อด้วยงานเสริม โดยสนับสนุนการฝึกอบรมกรรมฐานกับหลวงพ่อ วิโมกข์ เมธิโน เป็นคอร์สกรรมฐาน 4 วัน (แบบไปเช้าเย็นกลับ) ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 14 - วันจันทร์ที่ 17 เมษายน เวลา 9:00 - 16:00 ที่ สถานบัน AIC, NSW Business college และ Australia Centre ใน Oaks Hyde Park Plaza (ใกล้ๆ Museum Station) Darlinghurst อนุโมทนาบุญด้วย ขอให้เจริญยิ่งๆขึ้นไป

@@@@ "ล้านเล่า" ร้อยเรื่องราวให้กล่าวขาน เป็นตำนาน ร้านไทยในซิดนีย์ แหล่งบันเทิง แหล่งอาหาร รสชาติดี ยามราตรี มี "ล้านเล่า" คลายเหงาเอย เป็นคำขวัญเก๋ไก๋ที่ใช้ในวันเปิดร้าน “ล้านเล่า” Laan-Lounge street food Bar&Restaurant เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา ของจอห์น สมพร โพธิศรี “อยากสร้างให้เป็นสถานบันเทิงแห่งใหม่ของคนไทยในซิดนีย์ครับ ทำร้านในสไตล์นี้แล้ว ประสบผลสำเร็จดีเกินคาด ได้รับการต้อนรับจากลูกค้าอย่างน่าพอใจ เลยคิดขยายมาเปิดทางฝั่งด้านนี้เพราะทางด้านไทยทาว์นนั่นผมรู้สึกว่ามันแออัดกันไปแล้ว เรายังคงคอนเซ็ปท์เดิมเหมือนกับร้านยกซด มี Live band ด้วยนักร้องเสียงคุณภาพ ร้องหลากสไตล์ พนักงานต้อนรับสุภาพ สำหรับเมนูกับเเกล้มนั้น เราเพิ่ม จานพิเศษ รสชาติเข้ม อย่างเช่น นกกะทาทอดน้ำปลา ไก่ย่างวิเชียร ต้มยำไก่บ้านรสเด็ด ก้อยไข่มดแดง หมูเทพน้ำพริกอ่อง ซุปหน่อไม้ และยังมีอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งหาทานแบบรสชาติดั้งเดิมได้ยาก อย่าลืมแวะมาลองนั่งสัมผัสบบรรรยากาสและทานอาหารกันนะครับ เราเปิดตั้งแต่ เวลา 11.00 น.ถึง ตีสองทุกวัน เรามีสถานที่กว้างขวางสามารถจุได้ถึง120 ที่นั่ง ถ้าท่านกำลังหาที่จัดงานวันเกิด ปาร์ตี้ต่างๆลองมาสักครั้งแล้วคุณจะต้องกลับมาหาเราอีก” ลองแวะไปชิมอาหาร “ล้านเล่า” Laan-Lounge street food Bar&Restaurant ได้ที่ 815-825 George Street, Haymarket NSW เวลาทำการ 11:00 am – 02.00 am โทรไปสำรองที่นั่งได้ที่ (02) 8084 2628

@@@@ พูดถึงงานสงกรานต์ของชุมชนคนไทยในเมืองบัลลารัท ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา อยากแนะนำบุคคลหนึ่งซึ่งเป็นตัวหลักในการจัดงานนี้ คือ ครูดิ๊บ นายสำนาง ยวนจิตร ที่อยากพูดถึงเพราะครูมวยคนนี้ มีความสามารถในหลายๆด้าน งานสงกรานต์ที่วางตัวเอกไว้นั้น ไม่ใช่ครูดิ้บ แต่เป็น ครูสมบัติ แช่มคล้ำ ที่มากความสามารถและคร่ำหวอดอยู่กับวงการนาฏศิลป์และดนตรีไทยมานาน แต่ครูสมบัตินั้นติดงานในวันนั้น เขาจึงจำเป็นต้องขึ้นไปแสดงแทน ฉบับหน้าจะนำเสนอชีวิตการต่อสู้ของครูสมบัติ แต่ฉบับบนี้ขอนำเสนอชีวิตของครูมวยที่น่าสนใจคนนี้ก่อนเพราะเป็นแบบอย่างที่ดีในวิธีคิดของเขา ............ สำนาง หรือครูดิ๊บ อายุ 42 ปี เขาเกิดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2518 ในแดนอีสาน ณ บ้านปราสาทภูมิโปน จังหวัดสุรินทร์ พ่อแม่เป็นชาวไร่ชาวนา ฐานะค่อนข้างยากจน หาเช้ากินค่ำ มีพี่น้อง 6 คน ซึ่งครูดิ๊ปเป็นคนที่ 5 และได้สูญเสียพ่อตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ซึ่งคุณพ่อโดนฆาตกรรม ในช่วงยุคคอมมิวนิสต์ ในปรเทศไทย ในปี 2523 ครูดิ๊บอายุได้ 6 ขวบ ได้รับคัดเลือก เนื่องจากเป็นเด็กกำพร้าพ่อ และฐานะยากจน ให้ไปเรียนโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์นางรอง จ.บุรีรัมย์ หรือราชประชานุเคราะห์ 51ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในพระบรมโกศ เป็นโรงเรียนกินนอน เรียนฟรี กินอยู่ฟรี ครูดิ๊ปเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้จนจบมัธยมปีที่ 3 โรงเรียนแห่งนี้ให้ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างแก่เด็กนักเรียนทุกคน ถือเป็นบ้านหลังที่ 2 ครูเปรียบเสมือนพ่อแม่ของเรา ที่คอยดูแลอบรมบ่มนิสัยให้เราเป็นคนดี และสอนวิชาชีพให้เราตั้งแต่เด็กๆในรูปแบบพอเพียง ตามราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร 9. เช่นการปลูกผักและเลี้ยงสัตว์ วิชาช่างต่างๆ เมื่อเราจบมาจากโรงเรียนแห่งนี้สามารถประกอบวิชาชีพเลี้ยงตนเองได้เลย .................... เมื่อจบจากโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์นางรอง ครูดิ๊บได้กลับไปบ้านเกิดที่สุรินทร์ และได้เรียนต่อมัธยมปลายที่โรงเรียนสังขะ แต่เนื่องด้วยว่าครอบครัวยังยากจนอยู่ ทำให้ช่วงนั้นลำบากมาก แม้แต่ข้าวกลางวันก็ไม่ค่อยจะมีกินต้องอาศัยข้าววัดบ้าง ติดค่าข้าวที่โรงครัวของโรงเรียนบ้าง จึงทำให้ครูดิ๊ปต้องหารายพิเศษด้วยการเป็นนักมวยไทยอาชีพ ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ทำได้ในขณะนั้น และด้วยใจรักในกีฬามวยไทย ครูดิ๊บเริ่มชกมวยไทยตั้งแต่อายุ12 ขวบ ............. เขาเล่าว่า “ชกครั้งแรก ชนะน๊อคยก 4 และได้ค่าตัว 200 บาทครับ ผมเริ่มฝึกมวยตั้งแต่สมัยที่เรียนอยู่โรงศึกษาสงเคราะห์นางรองแล้ว คือช่วงปิดเทอมทุกๆเทอม ผมจะฝึกมวยที่บ้านและไปประกบมวยตามงานวัดตามงานเทศกาลต่างๆ โดยมีผู้ใหญ่จือเป็นผู้จัดการให้ แต่รายได้จากการชกมวยไทยก็ไม่พอ และประจวบกับผมมีความใฝ่ฝันที่จะที่เรียนให้จบปริญญาและเป็นนักมวยที่มีชื่อเสียงด้วย ผู้ใหญ่จือจึงได้พาผมไปฝึกซ้อมมวยไทยที่ค่ายมวย ฮ.ทะเลทอง ต.แสนสุข จ.ชลบุรี (บางแสน) ซึ่งได้มีโอกาส ชกหนึ่งครั้ง ผลเสมอ และเป็นที่ประทับใจให้กับหัวหน้าค่ายคือ ครูไฮ้ หนองมน จึงให้ผมอยู่ซ้อมต่อที่ค่าย แต่เมื่อซ้อมได้ซักพัก โรงเรียนก็เปิดเทอม ช่วงนั้นผมเครียดมากกลัวจะไม่ได้เรียนต่อ ผมเลยหนีออกจากค่ายโดยไม่ได้บอกใคร” ..................... เขากลับไปเรียนต่อที่โรงเรียนสังขะ แต่ก็ได้เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้หัวหน้าค่ายมวยไว้ว่า "เนื่องจากผมต้องการเรียนหนังสือ จึงได้กลับบ้านไปเรียนหนังสือ แต่ถ้าท่านหาที่เรียนให้ผม ผมจะกลับมาซ้อมและต่อยมวยให้ค่ายมวยท่านครับ" หลังจากนั้นครูดิ๊บก็กลับไปเรียนตามปกติได้ประมาณ 2-3 อาทิตย์ ก็มีคนมาหาที่โรงเรียน เป็นคนจากค่ายมวยให้เขาย้ายโรงเรียนไปเรียนที่โรงเรียนศรีชาชา จ. ชลบุรี และกลับไปซ้อมมวยที่ค่ายมวย ฮ.ทะเลทองต่อ ครูดิ๊บได้ต่อยมวยและเรียนต่อจนจบมัธยมศึกษาตอนปลายในปี 2539 ด้วยใจรักและความตั้งใจที่จะเรียนต่อให้จบปริญญา จึงได้สอบเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยบูรพา ในคณะศึกษาศาสตร์ สาขาพละศึกษา เขาต้องเลือกระหว่างเรียนให้จบปริญญากับการเป็นแชมป์มวยไทย แต่เขามองการณ์ไกลเห็นแก่อนาคตจึงได้เลือกที่จะเรียนโดยกู้เงินเพื่อการศึกษาของรัฐบาล และได้เรียนจนจบปริญญาตรี ในขณะที่เรียนในมหาวิทยาลัยนั้นเขาชอบทำกิจกรรมขอ
มหาวิทยาลัยมาก โดยเป็นประธานฝ่ายกีฬาขององค์กรนิสิต เป็นอุปนายกฝ่ายกิจการพิเศษ อีกทั้งเป็นนักกีฬามวยสากลของมหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมของมหาลัยด้วยในปี 2543 เมื่อจบปริญญาตรีแล้ว เขาได้ศึกษาต่อในระดับปริญาโท ที่มหาวิยาลัยบูรพาต่อใน สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกาย ซึ่งช่วงนั้นได้ทำงานพิเศษและได้เปิดร้านเขียนป้ายและสกรีนเสื้อไปด้วย ..................... ต่อมาในปี 2544 พรหมลิขิตได้หักเหเส้นทางชีวิตเขา เมื่อเขาได้รู้จักกับครูสอนภาษาอังกฤษชาวออสเตรเลีย เธอชื่อลิซ่า ริสชี ซึ่งเข้ามาเป็นครูสอนภาษาและพักอยู่ที่บางแสน เธอมาเรียนมวยไทยที่มหาวิทยาลัยบูรพา ที่ครูดิ๊บสอนอยู่ จึงได้มีโอกาสรู้จักกันฉันเพื่อน และพัฒนามาเป็นแฟนกันในเวลาต่อมา ในปี 2544 ได้ย้ายไปทำงานที่กองงานโฆษก กระทรวงศึกษาธิการ ที่กรุงเทพฯ และได้ทำงานเป็นกรรมการเทคนิค ที่สนามมวยราชดำเนินในช่วงการคืน ซึ่งได้ทำการวิจัยและเขียนงานวิจัยเกี่ยวกับมวยไทยจนกระทั่งจบปริญญาโท ในปี 2546 ...............ปลายปี 2547 เขาจึงได้ตัดสินใจย้ายมาอยูที่ประเทศออสเตรเลียกับลิซ่า ซึ่งได้เขาได้ประกอบอาชีพเป็นครูสอนมวยและเป็นหมอนวดแผนไทยและแผนปัจจุบันแบบตะวันตก เพื่อการรักษา ที่กรุงเเคนเบอร์ร่า และย้ายไปอยู่ที่นครบริสเบนในเวลาต่อมา ซึ่งก็ยังเป็นครูมวยและเป็นหมอนวดที่ยิมเรื่อยมา ต่อมาปี 2549 เขาได้กลับไปแต่งงานกับลิซ่า ที่ประเทศไทย และได้มีลูกสาว 1 คนด้วยกันในปี 2551 เธอชื่อมาลี (มะลิ) ยวนจิตร ซึ่งตอนนี้เธออายุได้ 9 ขวบแล้ว ................. ครูดิ๊บสอนมวย และประชาสัมพันธ์มวยไทยเรื่อยมา มีนักมวยในค่ายที่เป็นแชมป์โลกมวยไทย และไปเป็นครูพิเศษสอนมวยที่ค่ายมวยบูญชู ให้กับจอนเวน พาร์ ซึ่งมีชื่อเสียงทั่วโลกมาก โดยเขามีเข็มขัดแชมป์โลกถึง 10 เส้น เมื่อใดที่มีงานสงกรานต์ หรืองานเทศกาลของไทยที่ออสเตรเลีย ครูดิ๊บจะได้รับเชิญให้ไปแสดงมวยไทยโชว์ตลอด ตั้งแต่เเรกที่มาอยู่ออสเตรเลีย จนถึงปัจจุบันเป็นเวลาร่วม10 กว่าปี ในปีปลายปี 2554 ครูดิ๊บและครอบครัวได้ย้ายมาอยู่ที่เมืองบัลลารัท รัฐวิคเตอเรีย และได้เปิดยิมมวยและร้านนวดเป็นของตัวเอง ครูดิ้บฝากทิ้งท้ายไว้ว่า “ได้รับสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต ได้รับการศึกษาเพราะแผ่นดินไทย สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ขณะนี้มีความตั้งใจที่จะทำดีเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ในพระบรมโกศ จะพยายามเผยแผร่ศิลปวัฒนธรรมไทย โดยใช้กิจกรรมมวยไทย ดาบไทย กระบี่ กระบอง จะสอนให้เด็กๆและชาวออสเตรเลียทั่วไปที่สนใจอยากเรียน และจะนำไปแสดงในงานเทศกาลของไทยต่อไปเรื่อยๆ และอีกความตั้งใจหนึ่งในตอนนี้ คือ ผมในฐานะเลขานุการวัดไทยภาวนาบัลลารัท จะช่วยประสานงานและดำเนินการในการสร้างวัดไทยภาวนา บัลลารัท และศูนย์ปัฏิบัติธรรมให้เกิดขึ้นให้ได้ในเร็วๆนี้ครับ ชุมชนคนไทยชาวบัลลารัท คนไทยในเมืองเมลเบิร์น คนไทยส่วนหนึ่งจากประเทศไทย เเละวัดไทยนครเมลเบิร์นได้ร่วมแรงร่วมใจกัน บริจาคเงินเพื่อจัดสร้างวัดไทยภาวนาบัลลารัท ตั้งแต่ สงกรานต์ปี 2559 เป็นต้นมา และในขณะนี้ ได้ยอดเงินทั้งสิ้น $114,762 หรือประมาณ 2,869,050 บาท ซึ่งจะเป็นเงินทุนในการมัดจำซื้อบ้านและที่ดิน เพื่อเป็นวัดไทยภาวนาบัลลารัท สิ่งนี้แหละที่ทำให้ผมและพี่น้องชาวไทยที่นี่ รู้สึกภูมิใจและได้ตอบแทนคุณของแผ่นดินบ้านเกิด และทำความดีถวายพ่อครับ”

ไตรภพ ซิดนีย์
tripope@hotmail.com
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 314