อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 กรกฎาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

2475 เส้นทางคนแพ้ : พระยาฤทธิอัคเนย์ (7)

ความแตกแยกจะขยายตัวบานปลายจนนำไปสู่การช่วงชิงอำนาจในผู้ก่อการสายทหาร และการขจัดผู้ที่เป็นเสี้ยนหนามด้วยวิธีการต่างๆ ในที่สุด... โดย “พระยาฤทธิอัคเนย์” เป็น 1 ในเสี้ยนหนามนี้ จันทร์ที่ 17 เมษายน 2560 เวลา 09.00 น.


หลังจากได้รับพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับถาวรเมื่อ 10 ธันวาคม 2475 แล้ว พระยามโนปกรณ์นิติธาดา ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและนำไปสู่การแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีขึ้นบริหารประเทศ สำหรับคณะผู้ก่อการฝ่ายทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม พระยาพหลพลพยุหเสนา พระยาทรงสุรเดช พระยาฤทธิอัคเนย์ และพระประศาสน์พิทยายุทธ ได้ปรึกษาและตกลงกันว่า...

จะไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ขอทำหน้าที่แต่ทางฝ่ายทหารเท่านั้น โดยมีเหตุผลว่าการที่ทหารไปเกี่ยวข้องกับการเมืองนั้นจะเป็นการเสียหาย แต่ทางฝ่ายผู้ก่อการสายพลเรือนเห็นว่าในชั้นต้นนี้ทหารควรร่วมบริหารประเทศด้วย เพื่อความสงบเรียบร้อย ดังนั้นฝ่ายทหารจึงได้ตกลงเข้าร่วมกับคณะรัฐมนตรีชุดแรกนี้ด้วย โดยขอรับเฉพาะตำแหน่ง “รัฐมนตรีลอย” เท่านั้น ซึ่งรวมทั้งผู้ก่อการสายพลเรือนด้วย สำหรับกระทรวงหลักๆ นั้นให้เป็นของฝ่ายขุนนางเก่าซึ่งมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการบริหารประเทศมาแล้วทั้งหมด

รายนามคณะรัฐมนตรีชุดแรกภายที่แถลงนโยบายต่อสภาผู้แทนราษฎรเมื่อ 20 ธันวาคม 2475 เป็นไปตามหลักการที่ตกลงกันทุกประการ สำหรับสายทหารนั้นนอกจาก 4 ทหารเสือระดับนายทหารชั้นผู้ใหญ่จะเข้าร่วมในตำแหน่ง “รัฐมนตรีลอย” แล้ว ยังปรากฏนามของนายทหารระดับรองลงมาคนสำคัญ คือ นายพันตรี หลวงพิบูลสงคราม อีกด้วย

จนกระทั่งเกิดปัญหาเรื่องการจัดทำนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่ง หลวงประดิษฐ์มนูธรรม ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดำเนินการ ได้นำไปสู่ความแตกแยกในคณะผู้ก่อการฝ่ายทหารและฝ่ายพลเรือน และบานปลายกลายเป็นความแตกแยกในคณะผู้ก่อการฝ่ายทหารเองในที่สุด



เมื่อร่างนโยบายเศรษฐกิจของ หลวงประดิษฐ์มนูธรรม เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีนั้น ปรากฏว่าส่วนมากไม่ได้รับความเห็นชอบ สำหรับ
พระยาฤทธิอัคเนย์ นั้นมีบันทึกใน “ชีวิตทางการเมืองของ พ..พระยาฤทธิอัคเนย์” ของ เสทื้อน ศุภโสภณ ดังนี้...

แม้ท่านจะไม่ได้ศึกษามาในทางนี้ แต่พออ่านเข้าก็จับเค้าความได้ โดยอาศัยหลักที่ท่านเคยปฏิบัติบังคับบัญชาในหน้าที่ของทหารมา ท่านเห็นว่าไม่มีทางสำเร็จแน่นอน ในการที่จะให้สรรพสิ่งทั้งหลายเป็นของกลางสาธารนะใช้ได้ทุกคนนั้น ท่านเห็นว่าของกลางที่ว่านี้ยากแก่การรักษา ใครเล่าจะเป็นผู้ดูแลรักษาของกลางนี้ได้ทั่วถึง ท่านได้ผ่านชีวิตทหารมาโชกโชนแล้ว เพียงแต่อาวุธจำนวนนิดเดียวของทหาร ยังต้องเฝ้าดูแลเก็บรักษากันเสียจนแย่ แม้กระนั้นก็ยังไม่วายชำรุดสูญหายวอดวายไปได้เสมอ จะเรียกใช้แต่ละครั้งอลเวงกันไปหมด เดี๋ยวสิ่งนั้นไม่มี สิ่งนี้หาย เพราะอาวุธเหล่านี้ไม่ใช่ของตัว เป็นของกลาง ของหลวง ไม่มีใครเอาใจใส่รักษาอย่างจริงจัง

ฉะนั้นถ้าขืนให้ทุกสิ่งเป็นของกลางของประชาชนทั่วไปตามแผนการนี้แล้ว จะอลเวงยิ่งกว่านี้อีกร้อยเท่า ข้าวของจะวอดวายหมด เพราะไม่ใช่ของใครทั้งนั้น และถ้าจะพูดกันตามความเป็นจริงแล้ว คนไทยเราส่วนมากยังไม่รู้จักรักษาของสาธารณะกันได้ดีเลย มีแต่จะทำลายกันเสียมากกว่าที่จะมุ่งรักษา เพราะของเหล่านี้ไม่ใช่ของตนเอง ถ้าคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้แล้วก็จะเห็นขัดข้องในอันที่จะดำเนินงานตามโครงการเศรษฐกิจนี้ได้ยากยิ่งขึ้น



อีกประการหนึ่งตามโครงการ 5 ปีที่กำหนดไว้ก็ดูเป็นไปในทางบังคับบัญชากันแทบทั้งสิ้น การบังคับคนให้ทำงานโดยตนเองได้รับผลตอนแทนไม่เต็มที่เช่นนี้ พระยาฤทธิฯ เชื่อว่าจะไม่เป็นผลสำเร็จแน่ ไม่ว่าที่ไหนจะเป็นเมืองจีนหรือรัสเซียก็ตามที ขืนทำก็ต้องฆ่าฟันกันป่นปี้ เพราะไม่มีใครเห็นด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้ทางฝ่ายปกครองก็ต้องจัดให้มีตำรวจลับคอยสืบจับผู้กระทำผิด ขัดขวางการดำเนินงานของรัฐบาล เกิดมีโอษฐภัยคอยจับผิดประชาชนตามขั้นมาด้วย

เรื่องนี้ พระยาฤทธิฯ เองก็ได้เคยพูดกับ หลวงประดิษฐ์ฯ เป็นส่วนตัวว่า ...แผนการอาจารย์จะเอาออกใช้ไม่ได้ เชื่อว่าไม่มีใครเห็นด้วย โดยท่านได้อ้างข้อขัดข้องทำนองที่กล่าวมาแล้ว...”

ความแตกแยกจะขยายตัวบานปลายจนนำไปสู่การช่วงชิงอำนาจในผู้ก่อการสายทหาร และการขจัด “ผู้ที่เป็นเสี้ยนหนาม” ด้วยวิธีการต่างๆ ในที่สุด...

พระยาฤทธิอัคเนย์ เป็น 1 ใน “เสี้ยนหนาม” นี้
…................................................
คอลัมน์ :Old Soldiers Never Die
โดย “พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์”
Facebook : Gen.Bunchon - บัญชร ชวาลศิลป์

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 928