อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 25 เมษายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 25 เมษายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

จิตใจเต่าทะเลไม่เคยยอมแพ้ มนุษย์ฉลาดน่าจะเลียนแบบ!

เต่าทะเล 1 ตัว ออกไข่ 500 ฟอง รอดเพียงแค่ 1 ต่อ 100 แต่มันยังมีจิตใจที่ไม่เคยยอมแพ้ และวางไข่ต่อไปจึงไม่สูญพันธุ์ ต่างจากมนุษย์ที่ฉลาดกว่ากลับยอมแพ้ง่ายๆ แค่โดนตำหนิก็ลาออกหรือฆ่าตัวตาย จันทร์ที่ 17 เมษายน 2560 เวลา 10.00 น.

“เส้นทางการดำเนินชีวิตย่อมมีอุปสรรค” ตอนที่สิ่งต่างๆ เป็นไปตามที่คาดหวัง ไม่ว่าใครก็ดีใจมีความสุข และมีกำลังใจในการใช้ชีวิต แล้วถ้าหากตอนที่สิ่งต่างๆ ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดหรือตั้งใจไว้ล่ะครับ อาจจะมีคนที่สนุกกับการได้เรียนรู้จากจุดนั้น แต่หลายคนมักจะหลีกหนีปัญหา หรือสิ่งที่ทำให้รู้สึกลำบากใจ บางคนเสียใจ ท้อแท้กับอุปสรรคที่เจอและล้มเลิกที่จะไปต่อง่ายๆ

ความจริงแล้ว...ไม่ว่าผลลัพธ์ของชีวิตจะออกมาเป็นไปตามที่เราคาดหวังหรือไม่นั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สุด สิ่งที่ผมอยากแบ่งปันกับผู้อ่านในวันนี้คือ เมื่อคุณเจอกับอุปสรรคในชีวิตแล้ว หลังจากนั้นจะเดินไปต่อด้วยจิตใจแบบไหนต่างหาก?

ตัวอย่างจิตใจที่ดีที่ผมอยากจะแบ่งปันคราวนี้ คือเรื่องของเจ้า
 “เต่าทะเล”  ครับ แม้ว่าการดำเนินชีวิตของมันจะอาศัยอยู่ในน้ำเป็นส่วนใหญ่ แต่จะมีช่วงที่ “แม่เต่าทะเล” ขึ้นมาวางไข่บนชายหาด มันจะเดินทางจากแหล่งหากินอันแสนไกลเพื่อมาผสมพันธุ์และเลือกแหล่งวางไข่ ซึ่งต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย ทั้งระยะทาง สภาพอากาศ ระดับน้ำทะเล



เช่น ในประเทศไทย จากการศึกษาพบว่า “แม่เต่าตะนุ” ส่วนมากจะวางไข่บนเกาะคราม ซึ่งอยู่ในอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พอเสร็จแล้วพวกมันจะเดินทางจากอ่าวไทยตอนบนไปทางทิศตะวันออกผ่านจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด เข้าสู่น่านน้ำของประเทศกัมพูชาและเวียดนาม

บางตัวเดินทางผ่านแหลมญวณ ตัดไปยังประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งไกลประมาณ 1,995 กิโลเมตร บางส่วนลงใต้เข้าสู่น่านน้ำของมาเลเซีย จนถึงปลายแหลมมลายู เป็นระยะทาง 1,202 กิโลเมตร นอกจากนี้พวกมันยังต้องเผชิญน้ำหนักตัวที่ทำให้เคลื่อนไหวได้ยากบนชายหาด รวมถึงการถูกรบกวนจากมนุษย์อีกด้วย

หลังฤดูวางไข่ “แม่เต่าทะเล” จะพักฟื้นร่างกาย 2-5 ปี เพื่อสะสมพลังงาน เมื่อถึงเวลาที่ “ลูกเต่าทะเล” เติบโต พวกมันจะกระเทาะเปลือกไข่ให้แตก และรออีก 2-3 วัน จนกระทั่งพี่น้องทุกตัวฟักออกจากไข่ พวกมันก็จะออกจากหลุมพร้อมกัน ช่วยกันตะกุยทรายขึ้นมาบนชายหาด



“ลูกเต่า” จะรู้โดยสัญชาตญาณว่า...หากออกมาพร้อมกันจะมีโอกาสรอดจากสัตว์อื่นที่จ้องจะกินพวกมันมากกว่า และตอนกลางคืนเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการขึ้นมาจากหลุมวางไข่ เพราะปลอดภัยจากศัตรูไม่ว่าจะเป็นปูลมหรือนกทะเล แล้วพวกมันจะรีบคลานลงทะเลให้เร็วที่สุดโดยอาศัยแสงดาวและดวงจันทร์เป็นตัวนำทาง “ลูกเต่า” จะว่ายน้ำลงสู่ทะเลลึกโดยไม่หยุดพักหาอาหาร พวกมันต้องเผชิญกับศัตรูรอบด้าน ทั้งบนบกและในทะเลด้วย


กลับมาที่แม่เต่าทะเลกันบ้าง พวกมัน  1 ตัว สามารถออกไข่ได้มากถึงเกือบ 500 ฟอง แต่จากการศึกษาพบว่าอัตราการรอดของเต่าทะเลจนถึงช่วงวัยเจริญพันธุ์ คือ ต่อ 100 ตัว เมื่อเทียบกับไข่ที่ถูกวางจำนวน 1,000 ฟองแล้ว เหลือรอดมาเพียง 10 ตัวเท่านั้น นี่ยังไม่รวมถึงลูกเต่าที่ตายจากปัจจัยที่เกิดขึ้นช่วงวางไข่ด้วยนะครับ

สรุป คือ พวกมันให้กำเนิดลูกเยอะมากแต่ลูกเหลือรอดน้อยมาก สมมติถ้าแม่เต่าทะเลคิดว่า...ฉันวางไข่แล้วได้อะไร? ในเมื่อวางไข่ตั้ง 100 ฟอง แต่เหลือรอดแค่ตัวเดียวอย่างนี้ ฉันจะวางไข่อย่างยากลำบากไปทำไม ฉันรับไม่ไหว ไม่ต้องวางไข่ดีกว่า!!”



หากเป็นอย่างนี้ “เต่าทะเล” ก็คงสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้อย่างรวดเร็ว แต่ผมเห็นว่าเต่ามีสติปัญญาครับ แม้ว่าจะมีสถานการณ์หรือเงื่อนไขหลายอย่างที่ทำให้เส้นทางชีวิตของพวกมันไม่ได้ราบรื่น แต่มันก็ไม่ได้ท้อใจหรือยอมแพ้เลยสักครั้งเดียว ถ้าแม่เต่าพูดได้ มันคงบอกกับตัวเองว่า ถึงแม้ว่า 99 ตัวต้องตายก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้มีรอดสักหนึ่งตัวก็ยังดีไม่ว่ายังไงฉันก็ต้องวางไข่ แล้วเต่าทะเลก็ยังคงเดินทางไปวางไข่บนชายหาด เราจึงมีโอกาสได้เห็นเต่าทะเลจนถึงทุกวันนี้

จากตัวอย่างที่ยกมา ผมสังเกตเห็นว่าคนส่วนใหญ่มักใช้ชีวิตตามสถานการณ์ ตามอารมณ์ง่ายเกินไป บางคนทำงานโดนหัวหน้าตำหนิ แน่นอนเราย่อมไม่พอใจ แต่หลายคนมีปฏิกิริยาที่รุนแรง บ้างก็สิ้นหวังท้อแท้และลาออกจากบริษัทไปง่ายๆ บางคนใช้ชีวิตผิดพลาดนิดหน่อย ก็โทษตัวเองแล้วฆ่าตัวตาย

การที่คนเราใช้ชีวิตตามสถานการณ์ไปเรื่อยๆ อย่างนี้มันกำลังแสดงให้เห็นว่า
“แม้แต่เต่ายังฉลาดกว่าเราด้วยซ้ำ จิตใจของ “เต่าทะเล” ที่ไม่สนใจว่าลูกจะตายกี่ตัว แล้วก็ยังคงกลับขึ้นมาวางไข่บนบกใหม่ได้ เหมือนจิตใจที่อยู่เหนือสถานการณ์แม้มีอุปสรรคก็ไม่ได้หวั่นเกรง

มนุษย์เราชอบบอกว่า ตัวเองฉลาดกว่าสัตว์  แต่ดูดีๆ หากไม่เรียนรู้จากพวกมันบ้างก็คงไม่ได้ฉลาดอย่างที่ตนเองคิดไว้หรอกครับ.
…......................................
คอลัมน์ : มองเปลี่ยนมุม
โดย “คิม ฮัก เชิล”
ประธานที่ปรึกษาอาวุโส มูลนิธิเยาวชนสัมพันธ์นานาชาติ
(ไอวายเอฟ) เกาหลีใต้ ประจำประเทศไทย
hc.kim@yahoo.com



ขอขอบคุณข้อมูลจากสารคดีชุด “พิทักษ์ทะเล” โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กองทัพเรือ และศูนย์กิจกรรมเพื่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม Environment & Nature Activity Centre – ENAC


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 223