อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ตำนานว่าวพระร่วงพระลือ มรดกที่บรรพบุรุษไทยทิ้งไว้

ตำนานเล่าถึงว่าวพระร่วงว่า กษัตริย์เมืองศรีสัชนาลัย โปรดปรานการเล่นว่าวมาก ทรงสามารถเอาเท้าเกลี่ยดินไปมาก็สร้างถนนสำเร็จใช้วิ่งว่าวส่วนพระองค์ได้ ปัจจุบันคือตำนานถนนพระร่วง อังคารที่ 18 เมษายน 2560 เวลา 09.00 น.


“บ้านคุกพัฒนา” ต.สารจิตร อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย มีประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น ทั้งในด้านตำนานเกี่ยวกับบ้านคุกพัฒนา การแสดงพื้นบ้าน และที่สำคัญ คือ “ตำนานว่าวพระร่วง-พระลือ” ซึ่งเป็นการอนุรักษ์ประเพณีอันงดงามและมีคุณค่า เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของบรรพบุรุษไทยได้รังสรรค์ไว้ให้ลูกหลานและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวศรีสัชนาลัย

มีตำนานเล่าว่า ว่าวพระร่วง กษัตริย์เมืองศรีสัชนาลัย ที่โปรดปรานการเล่นว่าวเป็นอย่างมาก ดั่งตำนานเคยกล่าวถึงว่า 


“ทรงสามารถเอาเท้าเกลี่ยดินไปมาก็สามารถสร้างถนนสำเร็จใช้วิ่งว่าวส่วนพระองค์ได้ ปัจจุบัน คือตำนานของถนนพระร่วง ซึ่งในส่วนของถนนพระร่วงเริ่มต้นที่ตำบลสารจิตรและตัดไปที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยและอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย”



หมู่บ้าน “บ้านคุกพัฒนา” จึงได้มีการจัดการประกวดว่าวขึ้นในหมู่บ้าน โดยได้รับความร่วมมือจากองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยืน องค์การบริหารส่วนตำบลสารจิตร และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ร่วมกันจัดโครงกล่าวดังกล่าวขึ้นเป็นการอนุรักษ์ไว้ซึ่ง “ตำนานของพระร่วง”

โดยรูปแบบของว่าว จะมีความยาวของกระดูกสันเท่ากับความยาวของปีกว่าว ตัวว่าวจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนตัว ส่วนหัว และส่วนหาง ซึ่งทั้ง 3 ส่วนมีความยาวเท่ากัน และมีส่วนที่เสริมความแข็งแรงของว่าวอีก 2 ส่วน คือส่วนวัสดุที่ให้ใช้ไม้ไผ่แก่ เพราะหากใช้ไม้ไผ่ที่ยังไม่แก่เมื่อนำมาใช้พอไม้เริ่มแห้งก็จะทำให้ไม้หลวมนั่นเอง และส่วนที่ใช้ด้ายในการมัดว่าว ใช้กระดาษแก้วมาแปะที่ตัวว่าว โดยใช้กาวและอาจจะมีการตัดลายมาแปะที่ตัวว่าวเพื่อความสวยงามอีกด้วย



ทรรศวรรณ ลิสวน ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านคุกพัฒนา เปิดเผยว่า งานประกวด “ว่าวพระร่วง-พระลือ” เริ่มจัดครั้งแรกเมื่อปี 2556 และต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ในการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานตำนานท้องถิ่นให้คงอยู่เป็นการปลูกฝังจิตสำนึกให้รักชุมชนบ้านเกิดและเพื่อให้เยาวชนได้มีความรู้เรื่องเกี่ยวกับตำนานและสามารถบอกเล่าให้ไปในทิศทางเดียวกัน

โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(อพท.)นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนเพื่อดำเนินกิจกรรมจากองค์การบริหารส่วนตำบลสารจิตรและคนในชุมชนอีกด้วย สำหรับการประกวดว่าวในครั้งนี้ได้จัดการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท คือ การประดิษฐ์ว่าว ประเภทสวยงาม (ประเภทบุคคลทั่วไปและเยาวชน) และประเภทเสียงด้งกังวาน (ประเภทบุคคลทั่วไปและเยาวชน) โดยผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล พร้อมโล่และใบประกาศนียบัตร

ด้าน ประครอง สายจันทร์ รักษาการผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร (อพท.4) ยังอธิบายว่า นอกเหนือจากการสนับสนุนการพัฒนาให้เกิดการท่องเที่ยวโดยชุมชนแก่ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านคุกพัฒนา ต.สารจิตร อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย แล้ว อพท. ยังได้สนับสนุนการจัดประกวด “ว่าวพระร่วง-พระลือ” มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4



เพราะเห็นว่าการประกวด “ว่าวพระร่วง-พระลือ” เป็นการสืบทอดและอนุรักษ์ตำนานท้องถิ่น ที่มีความเชื่อความผูกพันต่อพระร่วง เป็นเรื่องเล่าของพระร่วงผู้หลงรักนางคำ และพระร่วง-พระลือ สองพี่น้องที่ชอบเล่นว่าว อันสามารถเชื่อมโยงถึงประวัติศาสตร์ที่ได้มีการค้นพบหลักฐานต่างๆ ที่อาจบ่งชี้ได้ว่าเป็นเส้นทางถนนพระร่วง คนสมัยโบราณใช้ในการคมนาคมขนส่งและยังประโยชน์อื่นๆ

การจัดงานในทุกๆ ปี เราจะได้เห็นรอยยิ้มของชุมชนจากความสุขที่ได้ทำว่าวสวยๆ มาประกวดกัน อวดฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ ทั้งประเภทสวยงามและว่าวที่มีเสียงดัง อีกทั้งมีการประกวดประดิษฐ์ว่าว ได้เห็นขั้นตอนความชำนาญและทักษะการเลือกและเหลาไม้สำหรับโครงว่าวและการตัดปะติดกระดาษ อันเป็นว่าวที่มีรูปแบบเฉพาะถิ่น อีกทั้งความสุขของผู้คนที่มาเชียร์การวิ่งว่าว ลุ้นกันว่าว่าวจะขึ้นหรือตกอีกด้วย



งานประกวด “ว่าวพระร่วง-พระลือ” ในครั้งนี้มุ่งเน้นที่จะร่วมกันสืบสานตำนานท้องถิ่นให้คงอยู่เป็นการปลุกจิตสำนึกให้คนในหมู่บ้าน เกิดการรักชุมชนบ้านเกิด และเพื่อให้เยาวชนได้มีความรู้เรื่องว่าวและตำนานต่างๆ ที่บรรพบุรุษได้สร้างสรรค์และจรรโลงไว้

นอกจากจะมีการประกวด “ว่าวพระร่วง-พระลือ” แล้ว ยังมีกิจกรรมการแสดงสืบสานตำนานพระร่วง นางคำของกลุ่มเยาวชนและคนในชุมชน การจัดนิทรรศการว่าว พระร่วง-พระลือ และการเล่าตำนานความเป็นมาของคำว่า “บ้านคุก” เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อีกด้วย
…........................................
คอลัมน์ : ส่องท้องถิ่น
โดย “อบต.กบ” (orbortorkob@gmail.com)/ระภีพัฒน์ ขุนผดุง

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 6