อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 25 เมษายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 25 เมษายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ต้องถอดบทเรียนอีกกี่ครั้ง? ถึงจะลดตายบนท้องถนนได้

จากการวิเคราะห์เจาะลึกสาเหตุการเสียชีวิตบนท้องถนน หลักๆ มาจากการพฤติกรรมผู้ขับขี่ล้วนๆ ทั้งเมาแล้วขับและซิ่งสปีดเกิน แต่ไทยก็ยังล้าหลังไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุกลับไปแก้ที่ปลายเหตุ?!? อังคารที่ 18 เมษายน 2560 เวลา 08.00 น.


เทศกาลสงกรานต์ ผ่านพ้นไป ใช่ว่าจะทิ้งไว้แต่ความชุ่มฉ่ำ ได้กราบคุณพ่อคุณแม่พี่ป้าน้าอา รดน้ำขอพรผู้ใหญ่และเล่นสาดน้ำฉลองความสุขวันปีใหม่ไทย แต่ยังทิ้งความทุกข์ไว้ให้ครอบครัวผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุสงกรานต์คร่าชีวิตหลายร้อยศพ บาดเจ็บอีกหลายพันคน และอีกไม่น้อยต้องอดสูและทนสู้ความพิการ

แม้ปีนี้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนต่างผนึกกำลังโหมรณรงค์
“ลดตาย” ไล่ตั้งแต่ระดับบนที่ออกมาตรา 44 คุมเข้มหลายเรื่อง เน้นรถโดยสารสาธารณะ ทั้งจำกัดที่นั่งรถตู้ 13 ที่นั่ง สั่งโละเบาะออก 1 ที่ เปิดทางออกฉุกเฉิน คาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง หรือกระทั่ง “มาตรการห้ามนั่งในแคปและท้ายกระบะ” หวังลดจำนวนเทกระจาดตายหมู่ เพื่อคุมยอดตายไม่ให้สูงกว่า 442 ศพ เซ่นสงกรานต์ปี 59 ที่บันทึกสถิติไว้ แต่ก็ต้องถอยเมื่อประชาชนต่อต้าน



เหลือมาตรการเดิมๆ เบสิคๆ ที่ต้องทำกันอย่างเข้มข้น อาทิ ตรวจเช็คความพร้อมของรถสาธารณะและพนักงานขับรถก่อนออกจากสถานีขนส่ง รถต้องชัวร์ว่าปลอดภัย อุปกรณ์ส่วนควบต้องครบ บังคับติดจีพีเอสตรวจพฤติกรรมคนขับตลอดเวลา ไม่ให้ซ่าไม่ให้ซิ่งเกินกฎหมายกำหนด 90 กม.ต่อชม.

พนักงานขับรถไร้แฮลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ ต้องพักผ่อนเพียงพอ หากพบบกพร่องส่งผลต่อความปลอดภัยจะพ่นห้ามใช้ สั่งเปลี่ยนรถทันที ไล่เปลี่ยนคนขับ ส่วนรถส่วนตัว เช่น เปิดจุดพักรถบริการขับไล่ความเมื่อยล้า ตั้งด่านสกัดความเร็ว

รวมไปถึงปิดจุดเสี่ยงบนทางหลวงทั้ง 141 จุดใน3 ลักษณะ 1. ทางเขา/ทางลาดชันเสี่ยงกับการเบรคแตก 35 จุด 2. ทางโค้งเสี่ยงกับการแหกโค้ง 67 จุด และทางตรงยาวเสี่ยงกับการหลับใน 39 จุด โดยภาคเหนือมากที่สุด 37 จุด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 31 จุด ภาคกลาง 30 จุด ภาคตะวันออก 13 จุด และภาคใต้ 30 จุด ด้วยการเพิ่มป้ายเตือน ป้ายสัญลักษณ์ ตรวจสกัดความเร็ว และอีกสารพัดมาตรการจนแจกแจงไม่หมด....



แต่ตัวเลขของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 16 เม.ย.60 เกิดอุบัติเหตุ 403 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 44 คน บาดเจ็บ 427 คน สาเหตุสูงสุด คือ
“เมาแล้วขับ” ตามด้วย “ขับรถเร็วกว่ากฎหมายกำหนด” และ รถจยย. เกิดอุบัติเหตุสูงสุดถึง 81.58% ส่วนอุบัติเหตุสะสม 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 11-16 เม.ย. 60 รวม 3,388 ครั้ง เสียชีวิต 335 คน บาดเจ็บ 3,506 คน เมื่อเทียบกับ 6 วันของปี 59 เกิดอุบัติเหตุรวม 3,104 ครั้ง สังเวย 397 คน บาดเจ็บ 3,271 คน

ส่วน กรมทางหลวง เผยยอดอุบัติเหตุสะสม 6 วัน เก็บข้อมูลเฉพาะที่เกิดบนทางหลวงทั่วประเทศ ไม่รวมถนนสายรอง 1,183 ครั้ง ลดลง 61 ครั้ง หรือ 5% เสียชีวิต 173 คน ลดลง 33 คน หรือ 16% บาดเจ็บ 1,403 คน ลดลง 171 คน หรือ 11% ยังเข้าเป้า 5% ที่กระทรวงคมนาคมตั้งไว้

แต่น่าเศร้าใจที่ปิดจุดมรณะไม่ได้ เบื้องต้นพบว่าเกิดอุบัติเหตุบริเวณ 141 จุดเสี่ยง สะสม 6 วัน รวม 28 ครั้ง เสียชีวิต 3 คน และบาดเจ็บ 30 คน ผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คนเกิดอุบัติเหตุบนทางหลวงสาย 117 ช่วงคลองพลังด้านใต้-หนองนา จ. พิจิตร ซึ่งเป็นทางตรงยาวถึง 63 กม. สาเหตุเบื้องต้นน่าจะเกิดจาก
ใช้ความเร็วสูงและเมาสุรา



แม้ภาพรวมตัวเลขการเสียชีวิตจะลดลง แต่ก็ยังเศร้าใจ...ที่คนไทยยังสังเวยชีวิตให้เทศกาลแห่งความสุขจำนวนมาก...

พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งผู้เกี่ยวข้องรายงานตัวเลขอุบัติเหตุแบบเจาะลึกวิเคราะห์สาเหตุ เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้เกี่ยวข้องนำไปกะเทาะแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด
ซึ่งสาเหตุหลักๆ คือเกิดจากพฤติกรรมผู้ขับขี่ล้วนๆ ทั้งเมาแล้วขับและซิ่งสปีดเกิน โดยเฉพาะรถจยย. ข้อมูลนี้ไม่ใช่ข้อมูลใหม่ แต่ทำไมเมืองไทยยังล้าหลังกับการแก้ปัญหาอุบัติเหตุ???

นายสุจิณ มั่งนิมิตร ผู้อำนวยการสำนักอำนวยความปลอดภัย กรมทางหลวง (ทล.) บอกว่า กระทรวงคมนาคมของไทยและกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวญี่ปุ่นได้ส่งทีมนักวิชาการร่วมศึกษาลักษณะจุดเสี่ยงบนทางหลวงของประเทศไทยได้สรุปปัจจัยหลักในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากกายภาพถนน ไม่ได้เกิดจากการสร้างถนนผิดหลักวิศวกรรม ถือว่าอยู่ขั้นถนนที่มีคุณภาพมากที่สุด

แต่เกิดจากพฤติกรรมผู้ขับขี่เกือบ 100% ส่วนใหญ่รถใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด การลงโทษยังไม่รุนแรงมากนักได้แค่แนะนำให้ควบคุมความเร็ว รวมถึงนวัตกรรมความปลอดภัยบนพื้นถนน ทั้งเพิ่มป้ายเตือน เครื่องหมาย สร้างความตื่นตัวแก่ผู้ขับขี่



ขณะที่กูรูคนดัง นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ระบายปัญหาคับอกคับใจว่า...

ผมทำงานเรื่องนี้มากว่า 20 ปี แต่ก็ยังมีคนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนจำนวนมาก เนื่องจากปัญหาหลักคือสังคมไทยเป็นระบบอุปถัมภ์ คอร์รัปชั่น สังคมพวกพ้อง และหยวนๆ กัน ทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ประชาชนไม่เกรงกลัวการกระทำผิด เพราะคิดว่ามีสิ่งเหล่านี้ช่วยเหลือ กลายเป็นความเคยตัวและเคยชิน กับการไม่รักษาวินัยและกฎจราจร ขับรถเกินกว่ากฎหมายกำหนดก็ไม่มีการจับกุม ถูกจับแล้วก็มีการช่วยเหลือ หรือหยวนๆ จ่ายค่าปรับต่ำ เมาแล้วก็มีผู้ใหญ่มาเคลียร์ หากรัฐบาลจะแก้ปัญหาอุบัติเหตุให้ได้ผลต้องแก้ทั้งระบบ”

ฝากรัฐบาลเร่ง “ถอดบทเรียนสงกรานต์” นี้ แก้ปัญหาที่ “ต้นเหตุ” อย่าไปไปหลงทิศแก้ “ปลายเหตุ” เช่น ห้ามคนนั่งแคป หรือท้ายกระบะ...ส่วนผู้ขับขี่รีบเปลี่ยนพฤติกรรม สร้างจิตสำนึกใหม่ๆ รักษาวินัยและกฎจราจร ไม่ประมาท เป็นตัวอย่างที่ดีให้เยาวชน

...สุดท้ายอยากให้สังคมไทยตระหนักถึง “ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน” ว่า...อันตรายทั้ง 365 วัน ไม่ใช่แค่ช่วงเทศกาล.
…...................................
คอลัมน์ : มุมคนเมือง
โดย “เทียนหยด”

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 181