อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 27 เมษายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 27 เมษายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

Epic Fails (1)

สิ่งหนึ่งที่บริษัทส่วนใหญ่กลัวคือ public relations (PR) disaster = ความหายนะด้านประชาสัมพันธ์ เพราะถ้าผู้บริโภคเกลียดยี่ห้อของคุณเมื่อไหร่ นั่นย่อมกระทบกำไรในที่สุด พุธที่ 19 เมษายน 2560 เวลา 02.21 น.

 
     สิ่งหนึ่งที่บริษัทส่วนใหญ่กลัวคือ public relations (PR) disaster = ความหายนะด้านประชาสัมพันธ์ เพราะถ้าผู้บริโภคเกลียดยี่ห้อของคุณเมื่อไหร่ นั่นย่อมกระทบกำไรในที่สุด

    เมื่ออาทิตย์ที่แล้วสองบริษัทยักษ์ใหญ่ของอเมริกาก่อ PR disasters ที่เข้าข่ายเป็น epic fails = ความล้มเหลวระดับมหากาพย์ เพราะทำให้โดนก่นด่าทั้งประเทศ (ปกติ fail โดยทั่วไปใช้เป็นกริยาครับ แต่ในยุค YouTube ถูกใช้เป็นนามเหมือนกับ failure เพื่อประหยัดตัวอักษร)

    บริษัทแรกคือ Pepsi ออกสปอตโฆษณาที่ดูเผิน ๆ เหมือนจะน่ารัก โดยให้นางแบบสาว Kendall Jenner เดินเข้าไปในกลุ่มผู้เดินขบวนที่มีหนุ่มสาวผิวดำ ผิวเหลือง มุสลิม และชนกลุ่มน้อย
อื่น ๆ กำลังเผชิญหน้ากับตำรวจ

    เธอเดินยิ้มไปที่หน้าขบวน ยื่นเป๊ปซี่กระป๋องให้ตำรวจที่หน้าตาดีที่สุด ตำรวจหนุ่มเปิดกระป๋องและดื่มอั้กๆ ผู้ประท้วงทั้งหลายไชโยโห่ร้องด้วยความดีใจราวกับได้รับชัยชนะ

     ดูเผิน ๆ ก็น่ารักดีใช่ไหมครับ แต่ปัญหาคือไม่นานมานี้ในเมืองใหญ่หลายเมืองมีการประท้วงการวิสามัญฆาตกรรมคนผิวดำหลายรายที่ไม่ได้ทำความผิดอะไร ซึ่งแทบทุกรายมีวิดีโอคลิปแสดงความโหดและเปิดโปงการรายงานเท็จของตำรวจ

    ประชาชนที่คัดค้านการ “วิสามัญ” เหล่านี้พากันออกมาประท้วงโดยชูคำขวัญว่า Black Lives Matter = ชีวิตคนผิวดำก็สำคัญ

    แน่นอนเมื่อมีการเดินขบวนก็ย่อมมีตำรวจ และเมื่อทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันก็ย่อมเกิดการปะทะกัน ผู้ประท้วงหลายคนบาดเจ็บหรือถูกจับกุม แต่ไม่มีใครตายเพราะไม่มีการกำหนดเขตกระสุนจริง

    เมื่อโฆษณาของเป๊ปซี่ออกมาจึงโดนรุมกระหน่ำอัดรอบวงว่า tone-deaf = ไม่ประสีประสา ไม่รู้จักกาลเทศะ (ความหมายดั้งเดิมของ tone-deaf คือ ฟังดนตรีไม่ออกว่าเสียงสูงหรือต่ำ)

    เป๊ปซี่โดนยำเละทางโซเชียลมีเดียขนาดหนักก็เลยทบทวนใหม่ ตัดสินใจถอนโฆษณาเก็บเข้ากรุ (แต่ยังหาดูได้ใน YouTube) และออกคำขอโทษ

   ชาวเน็ตยังไม่ทันหายโกรธเป๊ปซี่ดีก็มีเรื่องใหม่ให้เดือดแค้นอีก แต่คราวนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนรู้สึกว่าอาจเกิดกับตัวเองก็ได้ นั่นคือการที่คุณหมอเชื้อชาติเอเชียซึ่งเป็นผู้โดยสารสายการบิน United ถูกกระชากออกจากที่นั่งจนได้รับบาดเจ็บและดูเหมือนหมดสติ แล้วโดนลากตัวลงจากเครื่องบิน

   แน่นอนครับ ชาวเน็ตจะไม่เดือดดาลหากไม่มีวิดีโอคลิปเป็นหลักฐาน (สมัยนี้ถ้าอยากเป็นข่าวต้องมีคลิป) และในกรณีนี้มีอย่างน้อยสองคลิปจากสองมุมกล้อง และที่เดือดพล่านเป็นพิเศษก็เพราะความผิดอย่างเดียวของผู้โดยสารคนนี้คือการไม่ยอมสละที่นั่งให้พนักงานสายการบินที่ต้องการขึ้นมานั่งเครื่องที่เต็มแล้ว.

                บ๊อบ บุญหด

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 3