อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 23 มิถุนายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 23 มิถุนายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

เทศกาลสงกรานต์... จำนวนคนเข้าวัดลดฮวบ!!

หลายปีมานี้วัดตจว.กระทบมากที่สุด บางวัดอาหารฉันแทบไม่พอ คนหนุ่มสาวไม่นิยมเข้าวัดแล้ว ส่วนคนแก่อยู่บ้านกับลูกหลาน นานๆ เจอกันทีก็อยากอยู่ร่วมกันให้คุ้มค่า พระเลยรับชะตากรรม!! พุธที่ 19 เมษายน 2560 เวลา 10.00 น.


ช่วง เทศกาลสงกรานต์ หยุดยาว ผมพาครอบครัวกลับบ้านต่างจังหวัด ไปไหว้ รดน้ำขอพรจากผู้หลักผู้ใหญ่ และเจดีย์ทรงรามัญที่มีชื่อว่า “พระธาตุมีชัยรามัญสุวรรณเจดีย์” ที่ผมจัดสร้างเอาไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้ชุมชนบ้านเกิดในต่างจังหวัด

ผมตระเวนทำบุญถวายสังฆทานผ้าไตรพระหลายวัด ในขณะเดียวกันก็เพื่อไปสังเกตวิถีชีวิตชาวพุทธเราในต่างจังหวัดมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง แทบไม่น่าเชื่อว่า... วัดเล็กวัดใหญ่มีชาวพุทธเข้าวัดบางตาเกือบทุกวัด”



นึกถึงสมัยเด็กผมจำได้ว่า วัดที่บ้านเกิดแม้จะมีเจ้าอาวาสเพียงรูปเดียว แต่เวลาเทศกาลใหญ่ๆ แบบนี้ ประชาชนจะเต็มศาลาวัดทุกวัน อาหารเรียงรายเป็นแถวๆ หลังจากพระฉันเสร็จ หนุ่มสาวจะจัดอาหารคาวหวานให้ผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน โดยจัดเเป็นวงๆ หลังจากกินกันเรียบร้อย อาหารเหลือจะแจกจ่ายให้ชาวบ้านนำกลับไปกินที่บ้าน เพราะถือว่าอาหารที่พระฉันแล้วเหมือนเป็นของดี กินแล้วได้มีโชคลาภ ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย

จากนั้นบรรดาหนุ่มสาวจะทำการกวาดล้าง ทำความสะอาดวัด เราในสมัยเด็กก็มีส่วนร่วมตรงนี้ด้วย หรือแม้กระทั้งการแห่ผ้าป่า ที่บ้านเกิดมีประเพณีอยู่ว่า... “ช่วงเทศกาลสงกรานต์คนหนุ่มสาวในหมู่บ้านจะรวมตัวกันจัดทอดผ้าป่า” ก่อนวันทอดผ้าป่า 1-2 วัน ก็จะตั้งขบวนแห่ไปตามหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียงเพื่อบอกบุญ เมื่อได้มาแล้วก็จะทอดในวันที่สรงน้ำพระ น่าเสียดาย ช่วงหลังๆ ประเพณีเหล่านี้ก็หายไปหมดสิ้นแล้ว!!

วัดหลายวัดก็พยายามรวบรวมชาวพุทธให้เข้าวัด ด้วยการจัดงานบันเทิงรื่นเริง มีหนังกลางแปลงบ้าง มีลิเกบ้าง ชิงช้าสวรรค์บ้าง แต่คนก็ยังไม่เข้าวัด ถามเจ้าอาวาสหลายรูป พูดตรงกันว่า... “หลายปีมานี้วัดต่างจังหวัดได้รับผลกระทบมาก คนไม่เข้าวัด บางวัดอย่าว่าแต่อาหารเหลือเลยอาหารฉันแทบไม่พอฉัน” หากเป็นวัดระดับเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอก็อาจดีหน่อย แต่วัดเล็กๆ ซบเซามาก คนหนุ่มสาวไม่นิยมเข้าวัด คนเฒ่าคนแก่ก็อยู่บ้านกับลูกหลานที่มาหา นานๆ เจอกันทีก็อยากจะให้ชีวิตอยู่ร่วมกันให้คุ้มค่าที่สุด พระก็เลยรับชะตากรรมไป





ผมก็พยายามถามคนที่มาทำบุญที่วัดว่า...ทำไมคนไม่นิยมเข้าวัดเหมือนแต่ก่อน?? ส่วนหนึ่งมักตอบว่า เบื่อเจ้าอาวาสบ้าง คนนั้นคนโน้น ลูกหลานมาหาไม่ว่างมาบ้าง สรุปคือหาสาเหตุที่แน่นอนไม่ได้ว่าทำไมเดียวนี้คนไทยนิยมเข้าวัดน้อยลง เพราะหากมองจากสถิติชาวพุทธในบ้านเราก็ไม่ได้ลดน้อยถอยลงไปเลย...

เรื่องชาวพุทธเข้าวัดทำบุญน้อยลงแบบนี้ พระสงฆ์ในกรุงเทพมหานครและพระสงฆ์ที่อาศัยอยู่ในเมือง อาจจะไม่กระทบ เพราะท่านอยู่ได้ แต่พระสงฆ์ที่อยู่ในชนบทกระทบเต็มๆ ยิ่งบางรูปมาจากต่างถิ่นมาปฎิบัติธรรม มาจำพรรษาวัดไม่ใช่บ้านเกิดตัวเอง ญาติพี่น้องก็ไม่มี ยิ่งลำบาก ผมคิดว่าเรื่องนี้คณะสงฆ์ต้องร่วมกันแก้ว่าจะดูแลท่านเหล่านี้อย่างไร ไม่อย่างนั้นวัดร้างคงจะเพิ่มขึ้นแน่ๆ เพราะเกิดพระท่านอยู่แล้วอาหารฉันไม่เอื้ออำนวยก็คงอยู่ไม่ได้

สำหรับชาวพุทธก็ต้องกลับมาทบทวนร่วมกันว่า...
“ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะหยุดส่งเสริมการก่อสร้างวัดใหญ่โต หันมาสนใจว่าเราจะดูแลพระชนบทแบบนี้ได้อย่างไร จะร่วมกันสร้างศาสนทายาทรองรับวัดไม่ให้ร้างได้อย่างไร หันมาสนใจว่าทำอย่างไรเราจึงจะส่งเสริมเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ๆ ให้รักและห่วงแหนพัฒนาถิ่นบ้านเกิด รักและห่วงแหนประเพณีท้องถิ่นตนเอง



ก่อนจบมีผมมีภาพเล็กๆ ชิ้นหนึ่ง ที่เพื่อนส่งมาให้ ผมเห็นแล้วปลื้มปิติยินดี ในปฏิปทาพระจริยวัตรที่สวยงามเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับพระมหาเถระผู้ใหญ่บ้านเรา นั่นคือ เป็นภาพที่ สมเด็จพระสังฆราช เสด็จเยี่ยม พระเทพกิตติเมธี หรือ “เจ้าคุณโนรี” เจ้าอาวาสวัดอาษาสงคราม อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ที่กำลังอาพาธอยู่

ผมคิดว่าปฏิปทาแบบนี้มันเป็นการแสดงความกตัญญู ความอ่อนน้อมถ่อมตนชนิดหนึ่งที่สังคมไทยกำลังโหยหา นับวันจะไม่มีให้เห็นกันแล้ว ยิ่งบางคนมีตำแหน่งใหญ่โต มีเงินทอง เปรียบได้ดั่ง “คางคกขึ้นวอ” ลืมกำเพิดตนเอง ลืมผู้มีพระคุณ ฉันใดก็ฉันนั้น..!!
…......................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    43%
  • ไม่เห็นด้วย
    57%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 1.23K