อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 23 สิงหาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 23 สิงหาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ตำรวจขยันชะตาขาด! ล็อคล้อวันหยุดถูกถ่ายคลิปด่ายับ

ชายหนุ่มอ่านข่าวในมือถือพบข่าวคนที่ด่าตำรวจขึ้นโรงพักนำดอกไม้ไปขอโทษท่ามกลางสื่อมวลชน ส่วนตำรวจที่โดนด่าก็ให้อภัย ทุกอย่างสมานฉันท์อย่างง่ายดาย คล้ายดูละครลิเกชะมัด!! พุธที่ 19 เมษายน 2560 เวลา 08.00 น.


ชายหนุ่มใช้เวลาว่างวันอาทิตย์ขับรถพาครอบครัว คือ ลูกสาววัยน่ารัก 2 คน ส่วนภรรยานั้นทิ้งเขาไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน จึงมีกันเพียงพ่อลูก 3 คน ขับรถเข้าเมืองเพื่อไปชมทัศนียภาพความงามของกรุงเทพพระมหานคร ทั้งอาคารราชดำเนินเมื่อขับผ่าน “อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ” ลูกสาวอยู่ในวัยอยากรู้ ได้ถามเขาถึงความเป็นมา...

“มันเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทยที่รบชนะฝรั่งเศสได้นะลูก เหมือนตอนญี่ปุ่นรบชนะรัสเซีย มันแสดงให้เห็นว่ามนุษย์ทวีปเอเชียก็มีความสามารถเหมือนมนุษย์ทวีปอื่นๆ เขาเลยสร้างเพื่อรำลึกถึงความภาคภูมิใจนี้ไง”

ลูกสาวทั้งสองฟังเขาคาดว่าหากขับรถผ่าน “อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ” อีกครั้ง ก็คงต้องเล่าให้ฟังอีกเหมือนที่ขับผ่าน “อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย” เขาก็เล่าให้ลูกฟังซ้ำๆ แต่ก็ไม่ได้เบื่อที่จะเล่าแต่อย่างใด ชายหนุ่มพาลูกเข้าชม “พิพิธภัณฑ์” เพื่อสำรวจเรื่องราวความเป็นมาในประวัติศาสตร์และอดีตกาล ซึ่งมีผลพลอย คือได้ตากแอร์เสียหน่อย แถมดีกว่าห้างเพราะ “พิพิธภัณฑ์” นั้นคนไทยไม่นิยมเข้าเท่ากับห้าง แอร์จึงเย็นพอให้หายร้อนไปได้

แต่เพราะ “พิพิธภัณฑ์” ไม่นิยมแก่คนไทยนั่นเอง ทำให้ที่จอดรถไม่เพียงพอ ชายหนุ่มจึงพารถไปจอดข้างทางริมถนนก่อนพาครอบครัวเข้าชม “พิพิธภัณฑ์” อยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อกลับมา ก็พบว่า...
“รถถูกล็อคล้อ” เสียแล้ว!!



ตำรวจ “ล็อคล้อรถ” ซึ่งไม่ใช่รถของเขาคันเดียว ยังมีรถอีก 4-5 คันจอดต่อจากเขาโดนไปด้วย ชายหนุ่มยืนมองใบสั่งที่แปะหน้ารถอย่างเจ็บปวด ตำรวจหนอตำรวจ วันหยุดแบบนี้ยังจะมาขยันอีก ถอนหายใจก่อนจะกะเตงลูกสาวนั่งแท็กซี่ไปโรงพักเพื่อจ่ายค่าปรับ

แล้วย้อนกลับมาเพื่อมายืนรอตำรวจที่มา “ปลดล็อคล้อ” ซึ่งกินเวลาเกือบ 1 ชั่วโมง พ่อและลูกสาว ถกคุยกันเรื่องความรู้รอบตัวและประวัติศาสตร์ ถึงที่มาที่ไปของถนนพหลโยธิน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สนามศุภชลาศัย คุยกันอย่างออกรสอยู่นาน ถึงจะพบสิบตำรวจโทขี่จยย.มา “ปลดล็อกล้อ” ให้

ชายหนุ่มมองหน้าตำรวจประทวนวัยหนุ่มที่ก็ยิ้มตอบมาว่า “เขาไม่ให้จอดนะ นายสั่งให้มาล็อคครับ”

ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างเซ็งๆ ขณะนั้นตำรวจก็ทยอย “ปลดล็อคล้อ” แต่ละคัน ขณะที่เขาและครอบครัวกำลังจะขึ้นรถอยู่นั้น ก็มีชายอายุราว 50 กว่าโวยวายเสียงขึ้นมา...


ล็อคล้อทำไม นี่วันอาทิตย์จะขยันไปถึงไหนวะ!!”

เรื่องราวต่อจากนั้น คือการปะทะคารมระหว่าง “ตำรวจหนุ่ม” ผู้พยายามให้เหตุผลกับ “พลเรือน” อายุมากกว่าที่ใช้แต่อารมณ์ โดยฝั่งพลเรือนมีกล้องมือถือถ่ายภาพบันทึกเหตุการณ์ไว้

“จุดนี้มันจอดไม่ได้นะครับ เขาต้องให้ล็อกล้อ”

บสั่งก็พอแล้วสิ จะไปไหนต่อก็ไม่ได้เลย มีธุระแบบนี้ก็แย่นะสิ” จากนั้นถ้อยคำหยาบคายก็ปลิวออกมา

ตำรวจพยายามชี้แจง โดยบอกว่าแกไม่ได้เป็นคนจับ เพราะพึ่งมาเข้าเวร และที่มาช้าเพราะตำรวจที่เป็นคนล็อคล้อ ออกเวรไปแล้วเอากุญแจอุปกรณ์ล็อคล้อไปด้วย เลยต้องไปตามหาแกที่แฟลต ก่อนจะเร่งมาปลด

“ถ้าผมเข้าเวรนะ ผมก็จะพยายามบอกว่าไม่ให้จอด ผมทำงานเป็นตำรวจไม่นานก็จริง แต่ตั้งใจว่าจะไม่ทำอะไรให้ประชาชนเดือดร้อนหรอกครับ นี่คุณมาด่าผมหยาบๆ แบบนี้ก็ไม่ถูก ฟังกันก่อนสิ”



อีกฝ่ายนั้นคงปรี๊ดแตกแล้ว จึงยืนด่าอย่างต่อเนื่อง โดยมีลูกชาย 2 คนและภรรยายืนอยู่ห่างออกไป ชายหนุ่มยืนมองเหตุการณ์สักพักก่อนจะขึ้นรถขับออกไป “เขาทะเลาะกันนะพ่อ คนเราทำผิดกฎหมาย ก็ต้องรับโทษไม่ใช่รึค่ะพ่อ? หนูจะไปบอกครูว่า... พ่อทำผิดกฎหมายและพ่อก็รับโทษแล้ว ครูบอกว่าคนเราต้องเคารพกฎหมาย”

“ลูกไม่ต้องไปบอกครูก็ได้ พ่อแค่ทำตามหน้าที่นะ เซ็งๆ หน่อย แต่คงไม่ระเบิดอารมณ์แบบน้าคนนั้นหรอก อีกอย่างโดนล็อคล้อนี่ ไม่ใช่เรื่องน่าภูมิใจนะลูก พ่อก็เขินเป็นเหมือนกัน” ก่อนที่ชายหนุ่มจะขับรถพาครอบครัวไปกินข้าวที่ห้าง ซึ่งปลอดภัยกว่าจะจอดร้านริมถนนแล้วโดนใบสั่งอีก ลูกสาวทั้ง 2 คนยังอยากรู้เรื่องราวมากมาย

“มวยไทยมาจากไหน” “ผัดไทยมายังไง” “ทำไมต้องเสา 6 ต้น” “สวัสดีเขาพูดกันตอนไหน” และ “เสรีไทยคืออะไรค่ะ” ลูกสาว 2 คนมีความสงสัยมากนัก เขาจึงต้องอธิบายระหว่างนั้นก็เปิดมือถือเล่นขณะเล่า ก็เห็นคลิปคนเอามาโพสท์ด่าตำรวจจราจร

ชายหนุ่มพบว่าเป็นเหตุการณ์ที่พึ่งเผชิญมา เมื่อเข้าไปอ่านคอมเมนท์ปรากฏว่าคนด่าตำรวจกันกระจาย สงสัยคงจะเป็นข่าวดังตามสื่อมวลชนในช่วงที่สื่ออับจนปัญญาไม่รู้หาข่าวอะไรมาเสนออีกแล้ว แต่ผ่านไปเพียงไม่นาน ก็พบว่าตำรวจเขาก็มีกล้องบันทึกภาพเหมือนกัน แล้วเอามาโพสท์ลงในอินเทอร์เน็ตด้วย การแสดงความคิดเห็นจึงเทไปทางเห็นใจตำรวจ ส่วนใหญ่ยืนยันว่าตำรวจก็ทำหน้าที่ถูก ส่วนอีกฝ่ายเล่นด่าตำรวจหยาบคายรุนแรง ทั้งๆ ที่ทำผิดกฎหมาย



วันต่อมา...ชายหนุ่มอ่านข่าวในมือถือระหว่างรอรถติดขณะกำลังไปทำงาน พบการรายงานข่าว คนที่ด่าตำรวจขึ้นโรงพักไปแถลงขอโทษตำรวจท่ามกลางสื่อมวลชนและนายตำรวจใหญ่โต ฝ่ายขอโทษนำดอกไม้ช่อใหญ่ไปให้ ส่วนตำรวจที่โดนด่าก็มาให้อภัย ทุกอย่างสมานฉันท์อย่างง่ายดาย เรื่องราวจบไปด้วยดีปกติสุขสังคมไทย คล้ายดูละครลิเกชะมัด!!

ชายหนุ่มขำกับข่าวนี้ก่อนจะรีบเก็บมือถือเมื่อถึงสัญญาณไฟเขียว ขับรถออกไป วนผ่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิอีกครั้ง คราวนี้เขาต้องขับอย่างระมัดระวังไม่ให้โดนใบสั่ง เพราะตรงนี้ คือ “วงเวียนที่ตำรวจจราจรรอเล่นงานอยู่ประจำ”

“พ่อค่ะ...” ลูกสองคนถามแทบจะพร้อมๆ กัน “ประวัติมันเป็นยังไงค่ะ” ว่าแล้ว...ชายหนุ่มคิดในใจ พลันก็เริ่มเล่าเรื่องอีกครั้งโดยไม่รู้จักเบื่อ “มันเป็นความภาคภูมิใจ...”

ไอ้หยา...!! เขาเปลี่ยนเลนตรงเส้นทึบ...เอาเข้าให้แล้วไง!! ตำรวจจราจรเดินมาหาแล้ว ขับรถในกรุงเทพนี่มันยากจริง ๆ
“พ่อเล่าต่อสิค่ะ...” ลูกสาวยังคงเร้าข้อสงสัย “เดี๋ยวพ่อขอคุยกับตำรวจก่อนนะ แล้วจะเล่าให้ฟัง ค้างไว้ที่ความภาคภูมิใจไว้ก่อนนะ” ก่อนเปิดกระจกรถไปคุยกับตำรวจ

“สวัสดีครับดาบ” นับเป็นโชคดีที่วันนี้ตำรวจแค่ตักเตือน เขาจึงรอดใบสั่งและไม่ถูกยึดใบขับขี่ เมื่อผ่านอนุสาวรีย์ไป เขาจึงเริ่มเล่าเรื่องให้ลูกสาวฟังต่อ...

“ถึงไหนแล้วนะลูก ออๆ ค้างไว้ตรงที่ความภาคภูมิใจใช่ไหม วันนี้พ่ออารมณ์ดีขอเล่าย้อนไปไกลหน่อย เริ่มจากวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ..2469 แล้วกัน ฟังกันดีๆ นะลูก เรื่องมันยาว คนมันเยอะ ต้องตั้งใจฟัง จะได้ไม่ลืม...”
…....................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


ขอบคุณภาพประกอบจาก : บก.02, บางกอกคลิป

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    57%
  • ไม่เห็นด้วย
    43%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 328