อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 25 เมษายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 25 เมษายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"Waterman" นักรบใต้น้ำพิฆาต (ตอน 2)

นักรบใต้น้ำพิฆาต นอกจากจะต้องฝึกหนักแล้ว สิ่งที่ต้องระมัดระวังอีกนั่นคือ “โรคใต้น้ำ” ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกนาย ฉะนั้นสิ่งสำคัญคือร่างกายและจิตใจต้องเข้มแข็งอดทนต่อทุกสถานการณ์ พฤหัสบดีที่ 20 เมษายน 2560 เวลา 09.00 น.


การดำน้ำนั้นถือเป็นเรื่องสนุกและน่าท้าทาย แต่อีกสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องระมัดระวังนั่นก็คือ “โรคใต้น้ำ” ที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อและกับทุกคน แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ “โรคใต้น้ำที่ไม่ต้องรักษา” และ “โรคใต้น้ำที่ต้องรักษา” ซึ่งแต่ละอย่างมีอะไรบ้างนั้นเราลองมาดูกัน...

เริ่มจาก โรคใต้น้ำที่ไม่ต้องรักษา จะใช้ห้องปรับอากาศ ได้แก่ “โรคไฮพอกเซีย” เป็นภาวการณ์พร่องออกซิเจน ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจหมดสติและถึงตายได้ เนื่องจากผู้ปฏิบัติกั้นหายใจไว้ไม่ยอมปล่อยออกมาเนื่องจากผู้ปฏิบัติรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ทั่วท้อง



“คาร์บอนมอนอกไซต์เป็นพิษ” เนื่องจากควันไอเสียปนเปื้อนในก๊าซที่ใช้ในการหายใจ อาจเกิดจากการดำน้ำวงจรปิด ในเครื่องดำน้ำวงจรปิดมีอุปกรณ์ชื่อเป็นไทยว่า “ปอดเทียม” เกิดการรั่วหรือไม่สามารถดูดซับคาร์บอนได้ทำให้ต้องหายใจเอาคาร์บอนไดออกไซต์กลับเข้าไปในร่างกาย “คาร์บอนไดออกไซต์เป็นพิษ” การรับอากาศเข้าเยอะเกินไปจนร่างกายขาดออกซิเจน

“ออกซิเจนเป็นพิษ” แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ออกซิเจนเป็นพิษที่ปอด และออกซิเจนเป็นพิษที่ประสาทส่วนกลาง “อาการเมาไนโตรเจน” เกิดจากภาวะร่างกายมี ไนโตรเจนมากเกินไปในร่างกาย อาจมีภาวะจากร่างกายขับไนโตรเจนออกไม่หมดเกิดการสะสมอยู่ในร่างกาย “หายใจลำบาก” เกิดจากความหนาแน่นของก๊าซที่ใช้หายใจนั้นจะเพิ่มขึ้นตามความลึกของใต้น้ำ “การหายใจลึกและถี่ผิดปกติ”

“อาการเจ็บปวดเนื่องจากความดัน” เนื่องจากฟองอากาศที่เราหายใจเข้าไป เกาะตามข้อเมื่อเราขึ้นจากน้ำเร็วเกินไปจะทำให้ฟองอากาศขยายตัวและสลายไม่ทันทำให้เกิดเจ็บปวดตามข้อ “อาการวิงเวียนใต้น้ำ” อาจเกิดจากการเมาไนโตรเจนและออกซิเจน เช่น เราลงเร็วเกินไปร่างกายปรับตัวไม่ทันหรือทำการป๊อบหูไม่ทัน และ Vertigo” เป็นอาการหลงอากาศ เกิดการมึนงงหลงสภาพการดำน้ำ ไม่รู้ตรงไหนพื้นตรงไหนอากาศ


ชุดดำน้ำวงจรปิดที่นิยมใช้ในการปฏิบัติการทางทหารปัจจุบัน

สำหรับ โรคที่ต้องรักษา โดยใช้ห้องปรับอากาศ เพราะเนื่องจากมีก๊าซจำพวกไนโตรเจน หรือออกซิเจนบริสุทธิ์เข้าไปอยู่ในเส้นเลือด เพื่อที่จะต้องทำการไล่ก๊าซจำพวกนี้ออกจากเซลล์เม็ดเลือด ได้แก่ Gas Embolism” ในเส้นเลือดแดง เนื่องจากแก๊สจำพวกไนโตรเจน หรือคาร์บอนไดออกไซต์ฝังอยู่ตามเซลล์ร่างกาย ไล่ออกไม่หมด เป็นจำนวนมากเกินไปไม่สามารถสลายได้ด้วยตนเองในระยะเวลาที่น้อย

จึงต้องเข้า “ห้องแชมเบอร์” หรือห้องปรับกำลังดัน (Hypobaric Chamber) คือห้องที่จำลองสภาพอากาศของความสูงต่างๆ จากพื้นดิน หลักการทำงานง่ายๆ ของมัน คือ ภายในห้องจะมีเครื่องดูดอากาศออกไปเรื่อยๆ ให้เท่ากับบรรยากาศของโลกที่ความสูงต่างๆ เพราะยิ่งสูงความดันบรรยากาศจะน้อยลง ความหนาแน่นของออกซิเจนจะน้อยลงเนื่องจากอากาศมีการขยายตัว

“Decompression Sickness” เป็นอาการเสียสมดุลในร่างกาย อาจเกิดจากนักดำน้ำที่ขึ้นสู่พื้นผิวน้ำเร็วเกินไปหรืออยู่ในระดับความลึกที่เกินกว่าตารางดำน้ำหรือไดฟ์คอมพิวเตอร์กำหนด จึงทำให้ก๊าซไนโตรเจนไม่สามารถเปลี่ยนสภาพกลายเป็นก๊าซได้ทัน แต่กลายเป็นฟองอากาศแทรกซึมอยู่ในร่างกาย เกิดการอุดตันตามเนื้อเยื่อเซลล์ต่างๆ ทำให้เกิดการปวดตามข้อ


หรือถ้าไปเกิดฟองอากาศที่บริเวณเซลล์ประสาทสมอง อาจทำให้พิการเป็นอัมพฤกษ์ หรืออัมพาตไปตลอดชีวิต หรือถ้าไปขวางทางเดินเส้นเลือดที่มาเลี้ยงหัวใจ อาจทำให้หัวใจวายได้ในที่สุด!! ซึ่งโรคนี้ถือว่าอันตรายมากในบรรดาโรคทั้งหมด



สำหรับการเคลื่อนที่โดยการดำน้ำทางยุทธวิธีทางทหาร มีการกำหนดทิศทางการไป โดยใช้การกำหนดทิศทาง เช่น ทิศ 210 องศา ชุดโจมตีจะต้องกำหนดทิศทางก่อนและวัดระยะจากการตีขาโดยกำหนดเป็น CIRCLE ว่า 1 เมตร จะต้องตีขากี่ครั้ง ซึ่ง CIRCLE ของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไป ทุกๆ 10 CIRCLE หรือเพื่อความแน่ใจ จะต้องมีการเช็คระยะ

โดยการ PEAK เพื่อเช็คทิศทาง 1 ครั้ง ซึ่งจะมีบัดดี้อีกคนจะทำตัวเองให้เหมือนเป็นสมอ ยึดตำแหน่งให้ขยับน้อยที่สุด และอีก 1 คน จะเป็นผู้ที่ขึ้นมาเช็คระยะบนผิวน้ำว่าทิศทางที่จะไปถูกต้องหรือไม่ ซึ่งจะมีเชือก Buddy Line ยึดติดกันอยู่ระหว่างชุดโจมตี เมื่อเช็คทิศทางว่าถูกต้องก็จะมุ่งไปยังทิศทางนั้นเพื่อทำภารกิจ เช่น วางระเบิดทำลายใบจักรเรือข้าศึก หรือมุ่งไปตามแนวทิศที่กำหนดเพื่อระเบิดทำลายหน้าหาด



หลังจากปฏิบัติภารกิจเสร็จก็จะถอนตัวมายังตำบลที่กำหนดไว้ตามแผน นอกจากนี้ยังภารกิจอีกหลายอย่างที่ต้องใช้การดำน้ำในการปฏิบัติ ได้แก่ การดำน้ำเพื่อระเบิดสิ่งกีดขวางหน้าหาดเพื่อให้เรือยกพลขึ้นบกสามารถแล่นมาส่งกำลังพลลงได้ การดำน้ำอารักขาบุคคลสำคัญ การดำน้ำค้นหาและช่วยชีวิต เป็นต้น

ฉะนั้นการจะเป็น
“นักรบใต้น้ำพิฆาตศัตรู” ต้องมีร่างกายที่แข็งแรง นอกจากจะอดทนต่อการฝึกแล้วยังต้องอดทนสู้กับโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่รู้ตัว!!
…............................................
คอลัมน์ : IRON SOLDIERS ทหารเหล็ก มหากาฬ
โดย “จิ้งจอกทะเล”


Waterman นักรบใต้น้ำพิฆาต (ตอน 1)
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 11