อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 22 กรกฎาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 22 กรกฎาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

'คุณพ่อ-คุณแม่'เตรียมพร้อม ก่อนพาลูก"บวชเณร"

การบวชเณรเป็นเรื่องดี แต่ของแบบนี้บังคับกันไม่ได้ เด็กต้องเต็มใจบวชด้วยตัวเอง ถ้ามีการบังคับจากผู้ปกครอง ระยะเวลาการบวชตลอด ๑๕ วันจะกลายเป็น “ฝันร้ายที่ยาวนาน”ของพวกเขา ศุกร์ที่ 21 เมษายน 2560 เวลา 09.00 น.


ลูกชายผมเพิ่งผ่านการบวชใน โครงการบรรพชาสามเณรรากแก้วศาสนทายาท (ภาคฤดูร้อน) น้อมถวายเป็นพระราชกุศลอุทิศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ณ วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก วันที่ ๒ - ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๐

ผมคิดว่า “การบวชเณร” เป็นเรื่องดี แต่ของอย่างนี้บังคับกันไม่ได้ครับ เด็กต้องเต็มใจบวชด้วยตัวเอง ถ้ามีการบังคับจากผู้ปกครอง หรือตัวเด็กไม่พร้อม ระยะเวลาการบวชตลอด ๑๕ วันก็จะกลายเป็น “ฝันร้ายที่ยาวนาน” ของพวกเขา แต่สำหรับเด็กๆ ที่ตัดสินใจจะบวชแล้ว ผมมีข้อแนะนำดีๆ ที่ พระภาณุวัฒน์ จิตฺตทนฺโต (พระอาจารย์ภาณุ) กรรมการโครงการสามเณรรากแก้วศาสนทายาท ที่ถามเด็กและผู้ปกครองให้ได้คิด เพื่อเตรียมตัวเตรียมใจในประเด็นต่างๆ ต่อไปนี้ครับ



การบวชมีหลายแนวทางที่เด็กจะมา “บวชเณร” พระอาจารย์ภาณุเห็นมาทุกแบบ เช่น
แนวคุณพ่อคุณแม่แนะนำ ให้ข้อมูลโน้มน้าวว่าบวชดีอย่างไร ทำไมควรมาบวชจนเด็กอยากจะบวช (ครอบครัวผมก็เป็นอย่างนี้) แนวคุณแม่ขอร้อง แม่จะได้บุญเกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์ แนวบังคับ ต้องบวชให้พ่อให้แม่ ต้องการดัดนิสัยลูกให้ดีขึ้น



แนวติดสินบน มีข้อตกลงว่า “ถ้าลูกบวชนะ พ่อจะให้ของเล่นหรือเกมที่อยากได้” และแนวสุดท้ายคือ เด็กสนใจและอยากบวชด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะมาแนวไหน เมื่อตัดสินใจจะบวชแล้ว ขอให้ตั้งใจศึกษาและปฏิบัติธรรมตามเวลาที่กำหนดไว้จนสำเร็จให้ได้

การกิน เวลาอยู่บ้านเด็กจะกินเยอะเท่าไหร่ก็ได้ จะกินกี่มื้อก็ได้ แต่เมื่อเป็นเณรแล้ว กินได้แค่ 2 มื้อ คือมื้อเช้าและมื้อเพล สมมุติว่าเกิดหิวตอนกลางคืนก็ต้องรอถึงวันใหม่ ถ้าเป็นชาวตะวันตก เข็มนาฬิกาผ่านเที่ยงคืนไปแล้วนั่นคือวันใหม่ แต่สำหรับการบวช ต้องรอจนพระอาทิตย์ขึ้น เณรต้องรู้จักอดทนและเดินออกบิณฑบาต โดยไม่ออกปากขอตามความต้องการของตน ฝึกการกินง่ายอยู่ง่าย ฉันเท่าที่มี



การนอน เมื่ออยู่บ้านเด็กอาจจะนอนกับพ่อแม่และมีพิธีกรรมก่อนนอน เช่น ให้นอนเกาพุง ต้องกอดตุ๊กตา ต้องหนุนหมอนน้ำลาย นอนฟูกนิ่มๆ แต่เมื่อเป็นเณรต้องนอนพื้น นอนรวมกัน ไม่มีใครหรือสิ่งของใดให้กอด ต้องนอนให้ได้โดยไม่มีน้ำตา

เพื่อน เมื่ออยู่ที่โรงเรียนเด็กมีทั้งเพื่อนที่ชอบและไม่ชอบ ถ้าคนไหนไม่ชอบก็แค่เจอที่โรงเรียน แต่ถ้าเป็นเณรมาอยู่วัด อาจจะเจอคนที่ไม่ชอบตลอดทั้งวัน แม้ไม่ชอบกันก็ต้องอยู่ด้วยกันให้ได้ ต้องรู้จักการปรับตัว



สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ พระอาจารย์ภาณุ ได้คุยกับพ่อแม่และเด็กที่จะขอมาบวชตั้งแต่แรกเริ่ม เพื่อให้แน่ใจว่าแต่ละคนมีความตั้งใจที่จะบวชจริง รับรู้สถานการณ์ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะความสบายของบ้านและวัดแตกต่างกันมาก

ทั้งนี้ท่านก็ได้เตือนผู้ปกครองไว้ด้วยว่า... อย่าได้หวังพึ่งให้การบวชเพียง ๑๕ วันนี้มาเปลี่ยนแปลงนิสัยลูกได้  บางคนคิดว่าปิดเทอมส่งลูกมาบวชเรียนให้วัดดูแล เผื่อลูกจะได้เป็นเด็กดี มีสมาธิ ทำให้เด็กเป็นคนใหม่ พระอาจารย์ให้ลองนึกว่าเราเลี้ยงเขามากี่ปีและเลี้ยงมาอย่างไร เขาก็เป็นเช่นนั้น ปล่อยให้ลูกเล่นเกม มาบวชระยะสั้นๆ กลับไปแล้วเลิกเล่นเกมเลยย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นการเลี้ยงดูที่ผ่านมาสำคัญที่สุด ด้วยเหตุนี้พ่อแม่จะได้ไม่ต้องคาดหวังกับเด็กและวัดมากเกินไป

ผมเห็นด้วยกับสิ่งที่ พระอาจารย์ภาณุ ได้กล่าวไว้ จึงขอนำมาสรุปให้ฟัง เผื่อพ่อแม่ท่านไหนอยากจะพาลูกไป “บวชเณร” ลองสังเกตและถามลูกว่า... เขาพร้อมบวชทั้งกายและใจหรือไม่??”
….......................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
www.facebook.com/cloudbookfanpage

ขอบพระคุณภาพประกอบจาก : พันเอก นรภัทร กังวาลไกล (คุณพ่อสามเณรแทนไท) น้าเมฆ

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 109