อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 มิถุนายน 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 มิถุนายน 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

แต่งพิเศษ .44 แม็กนั่ม สมิธ แอนด์ เวสสัน M629 Competitor

สมิธฯ โมเดล 29 กลายเป็นปืนขายดีระดับยอดนิยมหลังภาพยนตร์ “มือปราบปืนโหด” (Dirty Harry) ออกฉายในปี 1971 โดยตลาดยอมรับว่าเป็นปืนต่อสู้ป้องกันตัวชั้นดี เสาร์ที่ 22 เมษายน 2560 เวลา 04.01 น.


อาจกล่าวได้ว่า กระสุนขนาด .44 กับปืนลูกโม่ของ สมิธฯ เป็นของคู่กันมาช้านาน ตั้งแต่ยุคปืนดินดำ คือ สมิธฯ โมเดล 3 กับ .44 S&W ที่นายอำเภอ ไวแอ็ท เอิร์ป (Wyatt  Earp) ใช้ในการดวลปืนครั้งประวัติศาสตร์ “Gunfight at the O.K. Corral” หัวกระสุนหนัก 205 เกรน ทำความเร็วได้ 682 ฟุต/วินาที ให้พลังงาน 212 ฟุต-ปอนด์ ปืนลูกโม่ของยุคนั้นคว้านรังเพลิงเป็นท่อตรงเพื่อความสะดวกในการผลิต หัวกระสุนกับปลอกกระสุนมีขนาดภายนอกเท่ากัน โดยควั่นส่วนท้ายหัวกระสุนให้เล็กลงเพื่ออัดเข้าในปลอกกระสุนได้ และมีร่องโดยรอบสำหรับใส่สารหล่อลื่นด้านหน้าใกล้กับปลายปลอก ปัจจุบันยังใช้วิธีนี้กับกระสุนลูกกรด .22

ในปี 1870 ทูตรัสเซียประจำสหรัฐ ติดต่อบริษัทสมิธฯ ให้ผลิตปืนลูกโม่ขนาด .44 สำหรับกองทัพรัสเซีย แต่ขอให้แก้ไขลักษณะกระสุนโดยซ่อนร่องสารหล่อลื่นไว้ในปลอก เหตุผลเพื่อป้องกันดินทรายจับที่ร่องดังกล่าว สมิธฯ ออกแบบกระสุนใหม่ให้ปลอกใหญ่และยาวขึ้นเล็กน้อย ใส่หัวกระสุนเข้าในปลอกโดยไม่ต้องควั่นส่วนท้าย คว้านช่องรังเพลิงใหม่มีไหล่ด้านหน้า เป็นมาตรฐานของรังเพลิงปืนลูกโม่ยุคใหม่ กระสุนขนาดนี้ใช้ชื่อว่า .44 Russian หัวกระสุน 246 เกรน ความเร็ว 750 ฟุต/วินาที ให้พลังงาน 310 ฟุต-ปอนด์ สมิธฯ ผลิตปืนโมเดล 3 ขายให้กองทัพรัสเซียกว่า 131,000 กระบอก

หลังจากเข้าสู่ยุคดินควันน้อย กระสุน .44 พัฒนาต่อไปเป็น .44 สเปเชียล (1908) และ .44 แม็กนั่ม (1955) ตามลำดับ ใช้กับปืนรุ่นใหม่แบบเปิดโม่ออกข้าง โดยแต่ละครั้งเพิ่มความยาวปลอกออกไปเพื่อความปลอดภัย คือกระสุนใหม่ที่แรงกว่าจะใส่ในปืนรุ่นเก่าไม่ได้ พลังงานของกระสุน .44 Special คือ 336 ฟุต-ปอนด์ และของ .44 แม็กนั่มคือ 1200 ฟุต-ปอนด์ ใช้กับปืนโครงใหญ่ที่สมิธฯ เรียกว่า N-Frame ได้ชื่อรหัสในปี 1957 ว่า โมเดล 29 ลูกค้าหลักคือกลุ่มนักกีฬาล่าสัตว์ ในขณะที่ปืนโครงใหญ่เท่ากัน โมเดล 25 ใช้กระสุน .45 ACP นิยมใช้ยิงเป้า และโมเดล 27 กับ 28 เป็นขนาด .357 แม็กนั่ม เหมาะสำหรับตำรวจใช้ในงานปราบปราม

สมิธฯ โมเดล 29 กลายเป็นปืนขายดีระดับยอดนิยมหลังภาพยนตร์ “มือปราบปืนโหด” (Dirty Harry) ออกฉายในปี 1971 โดยตลาดยอมรับว่าเป็นปืนต่อสู้ป้องกันตัวชั้นดีเมื่อใช้กระสุนระดับ .44 สเปเชียล ที่ยิงนิ่มนวลกว่าแม็กนั่ม และยังได้ความแรงใกล้เคียงกับ .45 ACP ของปืนกึ่งอัตโนมัติ ต่อมาในปี 1978 สมิธฯ ผลิตโมเดล 629 ที่เป็นสเตนเลสทั้งกระบอกออกมาขายคู่กับ โมเดล 29 เหล็กรมดำ

ปืนนายแบบกระบอกนี้ เป็นโมเดล 629 Competitor ที่แต่งพิเศษจากศูนย์เพิ่มสมรรถนะ (Performance  Center : PC) จุดเด่นคือลำกล้องหนาพิเศษ ส่วนสันด้านบนทำรางรับขากล้องแบบวีเวอร์มีร่องขวางสามร่อง ด้านล่างทำช่องสำหรับใส่น้ำหนักถ่วงเพิ่มได้อีก 5 ชิ้น ติดศูนย์ปรับได้แบบยิงเป้า, ผิวปัดเป็นสีเงินนวลไม่เงาจัด, เพิ่มลูกปืนล็อกหน้าบานพับ, เพิ่มหมุดหยุดไก, ปรับกรวยรับหัวกระสุนเข้าลำกล้อง, นกและไกชุบโครมแข็งเพิ่มความทนทาน, ขัดผิวชิ้นส่วนชุดลั่นไกทุกชิ้น ทั้งตัวสปริง, นกสับ, ไก, ขาเขี่ยโม่ และผิวเซียร์ซิงเกิล/ดับเบิล การเก็บงานเรียบร้อยประณีตทุกจุด ความแม่นยำระดับปืนยิงเป้าแข่งขัน และด้วยตัวปืนที่หนักกว่า 1,600 กรัม ใส่ด้ามยาง ช่วยให้ยิงลูกแม็กนั่มได้สบายมือดีกว่า 629 รุ่นปกติมาก.


ดร.ผณิศวร ชำนาญเวช



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 29